
"สุรชัย"ชี้หากสมาชิกสนช.ถือหุ้นสัมปทานรัฐต้องพ้นเก้าอี้
"สุรชัย" รับสนช.คนไหนถือหุ้นสัมปทานรัฐต้องตกเก้าอี้ แต่หวังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอาจช่วยอุ้ม
"สุรชัย" รับสนช.คนไหนถือหุ้นสัมปทานรัฐต้องตกเก้าอี้ แต่หวังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอาจช่วยอุ้ม
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวว่า ภายหลังรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้จะทำให้สนช.ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงต้องปฏิบัติตามเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามในรัฐธรรมนูญด้วย โดยเฉพาะมาตรา 184 (2)เรื่องการกำหนดคุณสมบัติ ห้ามสนช.รวมถึงคู่สมรส และบุตร เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทที่เป็นคู่สัญญาหรือรับสัมปทานจากหน่วยงานรัฐ เพื่อป้องกันการขัดกันทางผลประโยชน์ระหว่างหน้าที่ราชการกับธุรกิจ หากใครถือหุ้นดังกล่าวจะมีผลต้องพ้นจากสมาชิกภาพสนช.ทันที
รองประธานสนช.คนที่ 1 กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยตีความรัฐธรรมนูญปี 50ว่า หากเป็นกรณีที่ถือครองหุ้นสัมปทานรัฐมาก่อนที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็สามารถถือครองหุ้นดังกล่าวต่อไปได้ แต่ไม่มีสิทธิ์ที่จะซื้อหุ้นดังกล่าวเพิ่ม แต่เท่าที่ทราบขณะนี้มีสนช.บางส่วนที่ถือครองหุ้นสัมปทานรัฐได้ขายหรือโอนหุ้นไปหมดแล้วก่อนที่รัฐธรรมนูญใหม่จะมีผลบังคับใช้ เพราะไม่อยากกังวลใจในข้อกฎหมายดังกล่าว แม้ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าสามารถถือครองต่อไปได้ แต่เป็นตีความตามรัฐธรรมนูญปี 2550 จึงไม่แน่ใจว่าจะมีผลผูกพันและเป็นบรรทัดฐานมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับแต่ละคน ขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถฟันธงได้ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ตีความตามรัฐธรรมนูญปี2550 จะมาเทียบเคียงปี2560 ได้หรือไม่







