
ด่านบ้านประกอบ ความหวังอันริบหรี่
การแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ หลายรัฐบาลได้ทุ่มงบประมาณลงไปมหาศาลกว่า 1 แสนล้านบาท เข้าไปแล้ว ที่สำคัญคือ งบส่วนใหญ่ใช้ในการ
“ควบคุมสถานการณ์” หมายความว่าหมดงบเมื่อไร ความรุนแรงก็จะกลับมาเมื่อนั้นดังนั้น ยุทธศาสตร์ที่ควรจะดำเนินการควบคู่กันไปด้วย คือ การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้านเศรษฐกิจก็คือ การอยู่ดีกินดีของประชาชนทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตรหรือภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มการจ้างงานในพื้นที่ ด้านภาคสังคม คือ การสร้างระบบสังคมยุติธรรม เพื่อให้ภาคใต้เกิดความสงบอย่างถาวร ด้วยพลังของชุมชนชาวใต้เอง
การที่รัฐบาลตั้ง
“คณะกรรมการรัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้” หรือ ครม.ชุดพิเศษดับไฟใต้ ขึ้นมากำหนดพื้นที่พัฒนาและอัดงบประมาณลงไปให้ตรงเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วถือว่าค่อนข้างตรงจุดโครงการพัฒนาหนึ่งที่น่าสนใจ คือ
“โครงการด่านศุลกากรบ้านประกอบ” อ.นาทวี จ.สงขลา จุดเด่นของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซีย ทำให้สามารถเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้ ซึ่งทางมาเลเซียได้จัดตั้ง “ด่านดุเรียนบุรง” รัฐเกดะห์ เสร็จใช้งานได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ฝั่งไทยยังมีแต่ผืนดินเปล่า ยังไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จเมื่อไหร่โครงการด่านศุลกากรบ้านประกอบ มีพื้นที่ก่อสร้าง 249 ไร่ แบ่งเป็น 3 โซน โซนที่ 1 ที่ทำการด่านศุลกากร โซนที่ 2 แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และโซนที่ 3 แหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตร มีแผนเริ่มมาตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน วันนี้ด่านทางฝั่งมาเลเซียสร้างเสร็จเรียบร้อย แต่ทางฝั่งไทยเพิ่งจะเริ่มตอกเสาเข็ม และต้องเลื่อนการเปิดไปอีกถึง 3 ปีจากกำหนดการเดิม เนื่องจากติดปัญหาสารพัด ทั้งการเวนคืนที่ดิน การพัฒนาระบบสาธารณูปโภครองรับ ทั้งถนน น้ำ ไฟฟ้า ไม่มีความพร้อมเลยแม้แต่อย่างเดียว
ปัญหาที่สำคัญที่สุด คือ เรื่องของการเวนคืนที่ดินทั้งที่ น.ส.3 ก และที่กรมป่าไม้ ตอนนี้พื้นที่โครงการมีผู้ครอบครองทั้งหมด 73 แปลง ในการเจรจาตกลงราคาและจ่ายค่าชดเชย ผู้ครอบครองได้ตกลงยินยอมรับค่าชดเชยตามจำนวนที่กำหนดแล้ว รวม 47 แปลง เนื้อที่รวม 124331 ไร่ รวมค่าชดเชย 20,382,443 บาท
นอกจากนั้น เป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ (น.ส.3 ก) จำนวน 17 แปลง เนื้อที่รวม 24122 ไร่ กำหนดซื้อขายในอัตราไร่ละ 3.3 แสนบาท รวมค่าจัดซื้อที่ดินและต้นไม้กับสิ่งปลูกสร้างในที่ดินจำนวน 11,991,134 บาท ส่วนที่เหลืออีก 9 แปลง ซึ่งเป็นที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่รวม 20313 ไร่ ค่าชดเชยรวม 4,234,553 บาท จนป่านนี้แล้วเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกรมป่าไม้
ภาระหนักจึงต้องตกหนักอยู่กับ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะหัวขบวนรัฐมนตรีพิเศษดับไฟใต้ ต้องลงไปกำกับเร่งรัดการทำงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดได้ลงไปตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างด่านศุลกากรบ้านประกอบ และเดินไปดูความก้าวหน้าของฝั่งมาเลเซียด้วยตนเอง พร้อมกับทุบโต๊ะให้หน่วยงานที่ดูแลและเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ทั้งกรมศุลกากร กรมที่ดิน กรมป่าไม้ และระบบสาธารณูปโภคทั้งหลายให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม โครงการใหญ่แบบนี้หากได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้ใหญ่ในรัฐบาล ปัญหาต่างๆ ก็น่าจะหมดไป เพราะยิ่งเปิดด่านได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เร็วเท่านั้น







