
วินัยทางการเงิน ที่ (ต้อง) มาพร้อมสินเชื่อ
เมื่อได้รับอนุมัติสินเชื่อ ยิ้มละสิ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าทันใดนั้น...คุณก็กลายสถานภาพเป็นลูกหนี้ ความสุขจากการได้เงินนั้นเรื่องหนึ่ง
โดย...บีเซลบับ ภาพ เอเอฟพี, เอพี
เมื่อได้รับอนุมัติสินเชื่อ ยิ้มละสิ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าทันใดนั้น...คุณก็กลายสถานภาพเป็นลูกหนี้ ความสุขจากการได้เงินนั้นเรื่องหนึ่ง หากหน้าที่ที่ตามมาคือการผ่อนชำระ ลูกหนี้ทุกคนพึงมีวินัยทางการเงิน เพื่อให้การขอสินเชื่อครั้งนี้หรือครั้งไหนๆ นำมาซึ่งความสุขอย่างแท้จริง
สร้างวินัยทางการเงิน...หลังได้รับสินเชื่อ!
พึงระลึกไว้เสมอว่า...
1.เราจะใช้เงินตามวัตถุที่ตั้งใจขอสินเชื่อจริงๆ
ไม่ควรแบ่งเงินไปทำอย่างอื่นหรือใช้ไปในทางอื่น เพราะอาจทำให้เราเหลือเงินไม่พอที่จะทำสิ่งที่ตั้งใจและมีประโยชน์กว่า รวมทั้งอาจทำให้มีรายได้ไม่พอไปชำระหนี้ตามที่ประมาณการไว้แต่เดิมด้วย
2.เราจะตรวจสอบความถูกต้องของรายการทุกครั้งที่ได้รับใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงิน
หากพบความไม่ถูกต้อง ควรรีบแจ้งเจ้าหนี้โดยเร็ว และเก็บเอกสารไว้ตรวจสอบกับงวดการชำระเงินถัดไปว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่
3.เราจะจ่ายเงินให้ตรงเวลาและตามเงื่อนไข
จ่ายเงินให้ตรงตามสัญญาเงินกู้ภายในวันที่กำหนดและจำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญา รวมถึงการไม่จ่ายค่างวดในจำนวนมากกว่าที่ระบุไว้ในช่วงเวลาที่สัญญาห้ามชำระหนี้ก่อนกำหนด เพื่อไม่ให้เป็นการปฏิบัติผิดสัญญา อาจจดใส่ปฏิทินตั้งโต๊ะ กระดาษติดไว้ในจุดที่ง่ายต่อการมองเห็น หรือใช้ระบบเตือนในโทรศัพท์มือถือก็ได้
4.เราจะรีบชำระหนี้เมื่อมีเงินก้อน
หากเจ้าหนี้ไม่ได้คิดเบี้ยปรับหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในกรณีชำระเงินก่อนครบกำหนดชำระ (Prepayment fee) เพื่อลดภาระหนี้จากทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย แต่ถ้ามีการเรียกเก็บเบี้ยปรับหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะต้องคำนวณเปรียบเทียบว่าคุ้มหรือไม่ ถ้าพบว่าไม่คุ้ม การจ่ายเงินตามเวลาที่กำหนดไว้น่าจะดีกว่า
5.เราจะไม่ลืมแจ้งเจ้าหนี้ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่
เพื่อป้องกันปัญหาที่ตามมา จนอาจนำไปสู่การเสียประวัติเครดิตได้ เช่น ไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ให้สินเชื่อกรณีฉุกเฉิน ไม่ได้รับใบแจ้งหนี้ หรือกรณีที่สถาบันการเงินต้องการติดต่อ เพื่อจัดทำหนังสือแนบท้ายสัญญาเพื่อปรับเพิ่มค่างวด เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยปรับสูงขึ้นจนอาจทำให้จำนวนเงินที่ต้องจ่ายต่องวดเพิ่มขึ้น
เป็นหนี้อย่างเป็นสุข ก็เมื่อมีเงินมาผ่อนชำระตามกำหนด แต่ถ้าเงิน (เริ่ม) ไม่พอใช้หนี้ คราวนี้จะสุขหรือ หากพบว่าตนเองตกอยู่ในสภาวะ “เงินไม่พอใช้หนี้” ต้องตั้งสติดีๆ แล้วค่อยพยายามหาทางไป
1.ไม่ก่อหนี้เพิ่ม
เพื่อไม่ให้เงินต้นและดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเดิม
2.สำรวจพฤติกรรมการใช้เงินของตนเอง
ลดละเลิกสิ่งที่ไม่จำเป็นด่วนๆ พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นลูกหนี้ทั้งปวงก็ต้องเลิก เช่น เที่ยวกลางคืน ไล่ล่าของแบรนด์เนม ฯลฯ
3.หารายได้เสริม
ถือเป็นช่วงที่ต้องค้นหาความสามารถพิเศษว่ามีอะไรบ้าง และถึงเวลาที่ต้องงัดขึ้นมาใช้งานได้แล้ว (ฮา) เช่น ทำขนมทำเบเกอรี่ขาย หรือถ้ามีฝีมือข้าวหมูทอดน้ำปลา ก็ไม่ต้องรีรออีกต่อไป
4.หารือกับสถาบันการเงิน
เพื่อปรึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน เช่น ขอลดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละงวดจนกว่าจะสามารถกลับไปชำระเงินในแบบเดิมที่เคยตกลงกันไว้
5.ไม่ควรหนีหน้าเจ้าหนี้
ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นไปอีก รวมทั้งอาจมีค่าใช้จ่ายสมทบอื่นที่ไม่คาดฝัน เช่น ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ที่เขากลัวๆ กัน กลายเป็นดินพอกหางหมู หนี้พอกพูนและสร้างปัญหาเรื้อรังที่ไม่รู้จบ
สรุปว่าถ้าสัญญาณมาว่าเงินเริ่มไม่พอใช้ (หนี้) ก็ต้องพึงสังวรด่วน เช่น ถ้ายอดหนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะลดลง หรือถ้าเริ่มจ่ายหนี้ได้ไม่เต็มจำนวน จ่ายเงินช้ากว่ากำหนดบ่อยๆ ก็ต้องถือว่าสัญญาณเริ่มมา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่รู้ตัวเองแล้วขณะนี้ว่า จะมีเงินเข้ามาเท่าไหร่ เมื่อไหร่ มีภาระค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ยอดหนี้ที่แท้จริง หมายถึงไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของตัวเองเลย อย่างนี้ก็ทุบกระจกได้ ภาวการณ์เข้าขั้นฉุกเฉินเต็มที่
อดทน...ตั้งใจจริง 2 คำนี้จะช่วยให้ลูกหนี้ทุกท่าน หลุดพ้นจากการเป็นหนี้!







