
จากโครงการพระราชดำริ สู่งานศิลป์สะท้อนภูมิพลังแผ่นดิน
เพื่อเป็นอีกหนึ่งพลังเล็กๆ ในการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เดอะ ลีโอ เบอร์เนทท์ กรุ๊ป ประเทศไทย
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา
เพื่อเป็นอีกหนึ่งพลังเล็กๆ ในการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เดอะ ลีโอ เบอร์เนทท์ กรุ๊ป ประเทศไทย บริษัทโฆษณาชื่อดัง ร่วมกับบริษัท สยามสินธร จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติอันทรงคุณค่า ณ อาคารสินธร ถนนวิทยุ เพื่อน้อมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ผลงานที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการนี้ ล้วนนำเสนอออกมาอย่างน่าสนใจและแตกต่าง ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Illumination “ความสว่างที่ส่องนำทาง” โดยผลงานทุกชิ้นสร้างสรรค์โดยได้แรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในแง่มุมต่างๆ หากเพ่งพิศแต่ละภาพให้ลึกจะเสมือนภาพทุกภาพพาผู้ชมดำดิ่งเข้าไปค้นพบความสว่างและแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต ที่สำคัญภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ยังมีไฮไลต์อยู่ที่การนำวัสดุธรรมชาติที่เกี่ยวเนื่องตามโครงการพระราชดำริมาเป็นองค์ประกอบด้วย
เข้-สมพัฒน์ ทฤษฎิคุณ ในฐานะผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ ลีโอ เบอร์เนทท์ ประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากได้ทราบข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทีมงานของเราจึงมีไอเดียอยากจะใช้ศิลปะซึ่งเป็นความถนัดของพวกเรา สร้างสรรค์ผลงานดีๆ ขึ้นมา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมายเพื่อพสกนิกรชาวไทย สุดท้ายจึงตกผลึกเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์ผลงานออกมาทั้งหมด 11 ชิ้น
“เราตั้งโจทย์กันว่า จะทำผลงานที่น้อมนำสิ่งที่พระองค์ทรงทำมาแล้ว และเป็นที่ประจักษ์ของชาวไทยมาสร้างสรรค์ให้น่าสนใจ ดังนั้นแทนที่เราจะเลือกบอกเล่าเรื่องราวแบบเดิมๆ ด้วยการถ่ายทอดภาพพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านออกมาตรงๆ เราเลือกนำแรงบันดาลใจจากโครงการในพระราชดำริที่พระองค์ท่านทรงทำมาต่อยอดและถ่ายทอดออกมาในรูปแบบผลงานที่แตกต่างแต่น่าสนใจ”
สำหรับชิ้นงาน The Illumination ชิ้นไฮไลต์ประกอบด้วย ทรงทำ วาดจากสีของดิน แรงบันดาลใจจากโครงการชั่งหัวมัน ซึ่งพระองค์ท่านทรงแก้ปัญหาดิน ด้วยการเจาะจงซื้อที่ดินซึ่งแห้งแล้ง ติดปัญหาเรื่องน้ำ แล้วเพาะปลูกเพื่อที่จะทรงทำให้เห็นว่าอะไรที่ทำไม่ได้นั้นทำได้ ร่มเงาแห่งความเพียร วาดจากสีของพันธุ์ไม้ที่ทรงปลูกในสถานที่ต่างๆ แข็งแรงจากข้างใน วาดจากนมจิตรลดา อีกหนึ่งโครงการตัวอย่างที่เริ่มต้นโดยที่ไม่ทรงหวังสิ่งใด แต่กาลเวลากลับให้ผลตอบแทนเกินคุ้มค่า ขุนเขา วาดจากสีของเมล็ดกาแฟ ซึ่งนับเป็นผลผลิตจากการที่พระองค์ทรงไม่ลดละต่อการแก้ปัญหาการปลูกฝิ่น แม้จะพบว่าเมล็ดกาแฟที่มอบให้ปลูกทดแทนเหลือรอดเพียงต้นเดียวบนยอดเขาที่ห่างไกล ก็ยังทรงส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกต่อไปจนกลายเป็นผลผลิตหลักที่สร้างรายได้ตราบจนทุกวันนี้
ตามมาด้วย ปัญหายากแก้ง่าย วาดจากหญ้าแฝก พืชนอกสายตาแต่ช่วยแก้สารพัดปัญหา น้ำท่วม ดินถล่ม รักษาหน้าดินได้ รสชาติของความสุข วาดด้วยผลไม้เมืองหนาวต่างๆ จากโครงการหลวงที่ช่วยชาวเขาปลูกพืชทดแทนฝิ่น เส้นทางเกลือ วาดด้วยเกลือ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากพระอัจฉริยภาพของพระองค์ที่ทรงมีพระราชดำริให้ผสมไอโอดีนลงในเกลือเพื่อช่วยชาวอีสาน สัมผัส วาดด้วยสีของผลส้ม ผลงานนี้ได้แรงบันดาลใจจากพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ ที่มีต่อผู้ป่วยโรคเรื้อนที่เคยถูกสังคมรังเกียจ ภาพเพียร ทำจากต้นข้าว ฟางข้าว เมล็ดข้าว ที่น้อมนำแนวพระราชดำรัสว่า “ข้าวต้องปลูกไปเรื่อยๆ...คนไทยนี้ต้องมีข้าว” ค่าของแกลบ วาดจากแกลบเผา เปลือกข้าวไร้ค่า นำมาเป็นพลังงานทดแทน สะท้อนถึงพระจริยวัตรในด้านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าของพระองค์ และ พลังที่มองไม่เห็น วาดจากควันที่เกิดจากน้ำมันแก๊สโซฮอล์
ในฐานะที่เป็นหนึ่งทีมงานผู้สร้างสรรค์ผลงานรสชาติของความสุข เข้ บอกเล่าถึงเบื้องหลังการทำงานที่แสนท้าทายแต่เปี่ยมไปด้วยความสุข ว่า ทีมเราตั้งใจเลือกใช้สีสันของผลไม้ของโครงการหลวงมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของภาพ เพราะสำหรับพวกเรา ทุกครั้งที่กินผักผลไม้ของโครงการหลวง คือ ความสุขที่ได้รู้ว่า คนที่ปลูกอยู่บนยอดดอยก็มีความสุข แล้วยิ่งสุขไปกว่า ที่รู้สึกว่าได้สืบสานปณิธานของพระองค์
“ส่วนตัวผมอุดหนุนผักผลไม้ของโครงการหลวงอยู่แล้ว เพราะอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ได้สนับสนุนเกษตรกรที่พระองค์ท่านทรงช่วยเหลือ ดังนั้นพอมาทำโปรเจกต์นี้ เลยตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานที่บอกเล่าถึงโครงการหลวง พวกเราทดลองกันเป็นสิบๆ เที่ยว เพื่อให้ได้สีของผลไม้ที่ต้องการ เราใช้วิธีเอาผลไม้หลายๆ ชนิดมาปั่นรวมกัน เพื่อนำน้ำที่ได้มาเป็นสี แต่ความยาก คือ เราไม่สามารถคุมคุณภาพของสีที่ออกมาได้ บวกกับพอเป็นสีที่มาจากผลไม้จริงๆ บางครั้งยังมีกากเจือปนมา พอทำทิ้งไว้ก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ เราก็ต้องเปลี่ยนจนกว่าจะได้ชิ้นงานที่ดีที่สุด”
เป็นเวลาร่วม 2 เดือน ที่ทีมงานช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานนี้ด้วยความภาคภูมิใจ เข้ บอกว่า โปรเจกต์นี้เหมือนเป็นการทดลองที่ต้องทำให้สำเร็จ ระหว่างที่ทำไม่เคยมีคำว่าท้อเกิดขึ้น ไม่เคยมีสักครั้งที่คิดจะยอมแพ้ ทุกครั้งที่ทำเราคิดแต่ว่าต้องทำให้ดีที่สุด
“ผมคิดว่าสิ่งที่เราทำวันนี้ คือ การทำด้วยหัวใจที่ไม่ต่างจากคนไทยทั้งประเทศที่จงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน ผมภูมิใจที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ที่ได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี ได้ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจที่พระองค์ท่านทรงไว้ ผ่านงานศิลปะให้พสกนิกรชาวไทยได้รับรู้”
เช่นเดียวกับ ป๋อง-อริยวรรต จันทราทิพย์ ครีเอทีฟ ตัวแทนจากกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังผลงานปัญหายากแก้ง่าย บอกเล่าถึงการทำงานว่า หลังจากหมายมั่นว่าจะเล่าเรื่องราวผ่านหญ้าแฝก ทีมงานก็ดั้นด้นไปถึง ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อลงพื้นที่จริง พูดคุยกับเจ้าหน้าที่โครงการเพื่อเก็บข้อมูลมาต่อยอดในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไป
“หลังจากเก็บข้อมูลได้ตามที่ต้องการ พวกเราขนหญ้าแฝกกลับมาเต็มหลังรถ เพราะเราตั้งใจใช้สีจากหญ้าแฝกมาวาดภาพ เท่านั้นยังไม่พอ เรายังตั้งใจนำหญ้าแฝกมาทำเป็นพู่กันเพื่อใช้ในการลงสีด้วย พอลงมือทำจริง ต้องยอมรับว่า ไม่ง่ายอย่างที่คิด แค่เริ่มต้นสกัดสีจากหญ้าแฝกก็ปวดหัวแล้ว
จำได้ว่า หลังกลับจากลงพื้นที่ ทุกคนไปรวมพลที่บ้านผมเลย เพื่อเอาหญ้าแฝกมาปั่นเพื่อสกัดสี เราต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะหญ้าตัดมาแล้วอยู่ได้แค่ 2-3 วัน เราก็ลองผิดลองถูก ใส่น้ำมากบ้างน้อยบ้างเพื่อให้ได้สีออกมาหลายๆ เฉดได้สีแล้วก็ยังต้องมาทดลอง เพราะบางทีลงสีไป พอทิ้งไว้ไม่กี่วัน สีซีดหายไปเลย เราก็ต้องพยายามหาแนวทางที่จะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด กว่าจะได้ออกมาเป็นชิ้นงานที่พอใจ”
ในแง่กระบวนการทำงาน ป๋องบอกว่า เน้นทีมเวิร์กเป็นสำคัญ ทุกคนทำงานเต็มที่ ระดมความเห็นกันตลอดเพื่อประเมินว่าผลงานที่ออกมาดีหรือยัง ถามว่ากดดันมั้ย แน่นอน เพราะทุกคนอยากทำออกมาให้ดีที่สุด
“ผมเชื่อว่าพระองค์ท่านสถิตอยู่ในใจคนไทยทุกคน ผมอยากให้ผลงานชิ้นนี้ของพวกเรา สะท้อนถึงสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อพสกนิกรไทย อยากให้คนไทยที่อาจจะรู้ถึงพระราชกรณียกิจมาบ้าง แต่ยังไม่ลึก ได้มาซึมซับสิ่งที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย”
ประชาชนทั่วไปสามารถชื่นชมในพระอัจฉริยภาพและแนวคิดของพระองค์ท่านซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในผลงานสร้างสรรค์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้-16 พ.ค.นี้ เข้าชมฟรี ณ ลานกิจกรรม อาคารสินธร ทาวเวอร์
ถนนวิทยุ







