
วีเอ็มแวร์ เร่งธุรกิจไทย ลงทุนไอทีเพิ่มศักยภาพ
ในยุคที่ประเทศไทยมีการสนับสนุนเรื่องของไทยแลนด์ 4.0 การลงทุนด้านไอทีอย่างซอฟต์แวร์
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ในยุคที่ประเทศไทยมีการสนับสนุนเรื่องของไทยแลนด์ 4.0 การลงทุนด้านไอทีอย่างซอฟต์แวร์ อุปกรณ์โมบิลิตี้หรือคลาวด์ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญทั้งสิ้น จากข้อมูลของไอดีซี ระบุว่ายอดการใช้จ่ายด้านอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์หรือไอโอทีทั่วโลกมีมูลค่าถึง 7.37 แสนล้านเหรียญในปี 2559 เนื่องจากองค์กรต่างๆ ลงทุนด้านฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ บริการ และการเชื่อมต่อที่ช่วยให้อุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
เอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วีเอ็มแวร์ ประเทศไทย กล่าวว่า เราก้าวสู่ยุคไอโอที ที่โลกมีความชาญฉลาดมากขึ้น สามารถเชื่อมต่อเกือบทุกแง่มุมในชีวิตประจำวัน การเติบโตของอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องทำให้ในปัจจุบันมี “สิ่งของ” (Things) ที่เชื่อมต่อกันถึง 1.3 หมื่นล้านชิ้น โดยไอดีซีได้คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 หมื่นล้านชิ้นในปี 2563
ประเทศไทยยังคงพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนไอโอทีอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถควบคุมและรักษาความปลอดภัยให้แก่อุปกรณ์เหล่านี้ได้ ซึ่งวีเอ็มแวร์มองว่า การรักษาความปลอดภัย เป็นหัวใจหลักในอนาคต เพราะหากระบบไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการในการใช้งานเทคโนโลยี รวมทั้งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของธุรกิจยุคไทยแลนด์ 4.0
ธุรกิจไทยในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลธุรกิจแบบดิจิทัลที่เข้ามาพลิกโฉมองค์กรทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก และผลักดันให้ธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ นำนวัตกรรมต่างๆ มาปรับใช้รวดเร็วขึ้น ตลาดคลาวด์ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตสูงและองค์กรธุรกิจก็พร้อมจะใช้ประโยชน์จากคลาวด์มากขึ้น เพื่อช่วยให้บุคลากรทำงานผ่านอุปกรณ์สื่อสารหรือโมบิลิตี้มากขึ้น เพิ่มทักษะและประสิทธิภาพของบุคลากรให้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น
จากผลสำรวจ “วีเอ็มแวร์ ดิจิทัล เวิร์กสเปซ” ระบุว่า 1 ใน 3 ของคนไทย นำอุปกรณ์ไอทีส่วนตัวที่ไม่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากองค์กรมาใช้ในที่ทำงานและ 68% ของคนไทย ใช้งานอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่เพื่อเช็กอีเมลของที่ทำงาน แสดงถึงการละเมิดระบบรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การทำงานผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบย่อมมีความเสี่ยงต่อการถูกแฮ็กข้อมูล และการถูกโจมตีทางไซเบอร์ ธุรกิจไทยจึงจำเป็นต้องเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทำให้พนักงานสามารถใช้งานได้ง่ายและปลอดภัยสำหรับองค์กรด้วย
ระบบคลาวด์คอมพิวติ้งยังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญสำหรับธุรกิจในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในอนาคตองค์กรในไทยหลายแห่ง ตระหนักว่าคลาวด์เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและช่วยให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่าย จึงมีการนำเทคโนโลยีไฮบริดคลาวด์มาประยุกต์ใช้ในองค์กรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลไอดีซี ประเทศไทยกล่าวถึงค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีของไทยว่า มีการขยายตัวถึง 3.9% เป็น 4 แสนล้านบาทในปี 2560 และคาดว่าจะถึง 5 แสนล้านบาทในปี 2563 ในปีที่ผ่านมาตลาดคลาวด์ในประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้น 16% ทำให้บริการด้านคลาวด์ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริการแบบบริการเช่าใช้โครงสร้างพื้นฐานแบบคลาวด์ (IaaS)จะมีมากที่สุด
ดังนั้น องค์กรต่างๆ ในประเทศไทยจะปรับเปลี่ยนจากการใช้บริการไอทีแบบเดิมสู่การปรับใช้ระบบคลาวด์มากขึ้นเพื่อทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น โดยวีเอ็มแวร์ คาดการณ์ว่าในปี 2573 ปริมาณงานมากกว่า 50% จะย้ายไปอยู่บนพับลิกคลาวด์ และจะเหลือปริมาณงานเพียง 19% ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมไอทีแบบเดิม การปรับใช้งานคลาวด์รวมถึงเทคโนโลยีในการจัดการคลาวด์ รวมถึงด้านโมบิลิตี้จะเข้ามาช่วยให้ธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น
ขณะที่ผลวิจัยของวีเอ็มแวร์ที่ชื่อ VMware State of the Cloud พบว่าองค์กรธุรกิจในประเทศไทยมีการซื้อบริการด้านคลาวด์เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 7 บริการต่อหนึ่งองค์กร โดยไม่ได้ปรึกษาแผนกไอที ดังนั้น องค์กรต่างๆ จึงต้องเพิ่มความสามารถในการจัดการ เชื่อมต่อและรักษาความปลอดภัยให้กับแอพพลิเคชั่นและข้อมูลขององค์กรไม่ว่าจะอยู่บนคลาวด์หรืออุปกรณ์สื่อสารใดก็ตาม
พร้อมกันนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญในการเพิ่มบิซิเนส โมบิลิตี้ให้กับลูกค้า เพราะในยุคโมบายคลาวด์ พนักงานในองค์กรไม่ได้ใช้งานอุปกรณ์สำหรับทำงานแอพพลิเคชั่น และข้อมูลต่างๆ ในสถานที่ทำงานหรือภายใต้ดาต้าเซ็นเตอร์และระบบเครือข่ายขององค์กรเพียงอย่างเดียว
วีเอ็มแวร์ยังร่วมมือกับผู้เล่นยักษ์ใหญ่ในตลาดคลาวด์อย่าง IBM และ Amazon Web Services เพื่่อช่วยองค์กรบริหารจัดการและรักษาความปลอดภัยขับเคลื่อนรับ







