
ประกันภัยสไตล์ IoT
ธุรกิจประกันภัยดูจะเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก เกือบทุกอาทิตย์ผู้เขียนจะได้รับโทรศัพท์เชิญชวนให้ซื้อประกัน
โดย...ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
ธุรกิจประกันภัยดูจะเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก เกือบทุกอาทิตย์ผู้เขียนจะได้รับโทรศัพท์เชิญชวนให้ซื้อประกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันวินาศภัย ประกันรถยนต์
รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ณ เดือน พ.ย. 2558 ระบุว่า มูลค่าของเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงของธุรกิจประกันชีวิต และประกันวินาศภัยสูงถึง 536,839 ล้านบาท และ 209,244 ล้านบาท ตามลำดับ ผู้เขียนจ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ทุกปีโดยที่ไม่เคยได้เคลม คิดแง่ดีเป็นการซื้อความสบายใจ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเราไม่ได้ใช้รถเป็นประจำทุกวัน เราน่าจะได้จ่ายเบี้ยประกันในอัตราที่ถูกกว่าคนที่ใช้รถทุกวัน เพราะในต่างประเทศ IoT ได้เข้ามามีบทบาทมากถึงมากที่สุดในธุรกิจประกันภัย
เริ่มตั้งแต่ประกันภัยรถยนต์ การดูพฤติกรรมการใช้รถแม้ไม่ใช่เรื่องใหม่รถขนส่ง รถบรรทุกต่างก็มีอุปกรณ์ติดตามรถเพื่อดูตำแหน่ง ความเร็ว และระยะเวลาการขับขี่ แต่เร็วๆ นี้บริษัทประกันในไทยมีการนำอุปกรณ์นี้มาประยุกต์ใช้กับเรื่องประกันภัยรถยนต์ เพื่อดูพฤติกรรมการขับขี่ รถคันนี้ปกติขับเร็วหรือไม่ แต่ละวันขับระยะทางไกลแค่ไหน เมื่อบริษัทประกันมีประวัติเหล่านี้ก็ปรับเบี้ยประกันให้เหมาะสม รถที่ใช้น้อยก็สามารถเก็บเบี้ยประกันให้ถูกกว่ารถที่ใช้เยอะ
ขณะที่บริษัทประกันสุขภาพในต่างประเทศก็เริ่มใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ Fitness Tracker เช่น พวกกำไลข้อมือ Fitbit นาฬิกา Smart Watch ต่างๆ ที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหว รู้ว่าผู้สวมใส่เดิน วิ่ง หรือนอน วันละกี่นาที ชีพจรปกติเท่าไร เบี้ยประกันสุขภาพก็สามารถปรับให้ถูกลงตามปริมาณการออกกำลังกายของแต่ละคนได้ ด้วยสมมติฐานว่าการออกกำลังกายนำไปสู่สุขภาพที่แข็งแรง
นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างอุปกรณ์ IoT ประเภทตรวจจับควันไฟ หรือแก๊สพิษในอาคารที่แจ้งเตือนเจ้าของทางโทรศัพท์ได้ ปัญหาคืออาคารส่วนใหญ่ก็มีเครื่องตรวจจับควันไฟแบบดั้งเดิมที่กรีดร้องเวลาพบควันไฟอยู่แล้ว ทำอย่างไรจึงจะทำให้คนยอมเปลี่ยนมาเป็นแบบใหม่ ผู้ผลิตเครื่องตรวจจับควัน IoT นี้เลยไปร่วมมือกับบริษัทประกันวินาศภัย สร้างแรงจูงใจว่าหากเจ้าของบ้านใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะได้รับสิทธิจ่ายเบี้ยประกันในราคาพิเศษ เพราะถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันเหตุไฟไหม้
ที่เล่ามานี้เพื่อจะบอกว่ากลุ่มธุรกิจประกันภัยต้องรีบปรับโมเดลธุรกิจให้ทันกับเทคโนโลยี IoT ต่างประเทศเริ่มปรับแล้ว ในไทยเห็นการปรับตัวในกลุ่มประกันภัยรถยนต์ ส่วนประกันชีวิตและประกันสุขภาพ หวังว่าจะเริ่มให้บริการในเร็ววัน







