posttoday
จีอีมุ่งดิจิทัลคอมพานี เดินหน้า Predix เต็มตัว

จีอีมุ่งดิจิทัลคอมพานี เดินหน้า Predix เต็มตัว

06 เมษายน 2560

หากเอ่ยถึงเจนเนอรัล อิเลคทริค หรือจีอี อาจจะนึกถึงธุรกิจหลอดไฟ พลังงาน สุขภาพ สายการบิน ขนส่ง

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

หากเอ่ยถึงเจนเนอรัล อิเลคทริค หรือจีอี อาจจะนึกถึงธุรกิจหลอดไฟ พลังงาน สุขภาพ สายการบิน ขนส่ง แต่จีอียังมากกว่านั้น เพราะกำลังจะบุกดิจิทัลด้วยการชูแพลตฟอร์ม พรีดิกซ์ (Predix) ขึ้นมา ให้เป็นที่รู้จักและต่อยอดเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเริ่มเดินหน้าธุรกิจไอทีมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

โกวิทย์ คันธาภัสระ ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร จีอี ประเทศไทยและลาว กล่าวว่า จีอีพยายามทรานส์ฟอร์มตัวเองให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชั่นของผู้บริหารใหญ่ แม้ว่าจีอีจะอยู่ในธุรกิจซอฟต์แวร์มานาน แต่เป็นซอฟต์แวร์สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องยนต์ เครื่องบิน เครื่องขุดเจาะ แต่ครั้งนี้จะลงมาเล่นตลาดซอฟต์แวร์ในกลุ่มแพลตฟอร์มสำหรับเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพมาใช้งานมากขึ้น

ปัจจุบันปริมาณข้อมูลจากการทำงานของระบบเครื่องยนต์กลไกต่างๆ เหล่านี้มีมหาศาล เรียกว่าเป็นบิ๊กดาต้าอย่างแท้จริง แต่กลับไม่สามารถนำข้อมูลแต่ละส่วนมาเชื่อมโยงเพื่อทำงานร่วมกันได้ จีอีจึงสร้างสรรค์แพลตฟอร์มที่ชื่อว่าพรีดิกซ์ (Predix) เพื่อเป็นแพลตฟอร์มกลางไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมใดก็สามารถนำไปใช้งานได้

จีอีมุ่งดิจิทัลคอมพานี เดินหน้า Predix เต็มตัว

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ากระแสสตาร์ทอัพในไทยมีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับนำซอฟต์แวร์ไปใช้ต่อยอดสำหรับเชิงธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่ไม่ใช่งานบริการได้น้อย แม้ว่าจะมีแอพพลิเคชั่นเรียกรถอย่างแกร็บหรืออูเบอร์แอพพลิเคชั่นสำหรับการสื่อสารอย่างเฟซบุ๊ก แชต หรือไลน์ แต่กลับไม่มีแอพพลิเคชั่นสำหรับเกษตรกรเพื่อเก็บข้อมูลการปลูกพืช วิเคราะห์ดิน ทั้งที่ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม หรือตอบโจทย์งานอุตสาหกรรมอย่างเก็บข้อมูลองค์กรและวิเคราะห์ออกมาเพื่อไปใช้ทางการตลาดอย่างเหมาะสมไม่ได้ ต้องหานักวิเคราะห์ซึ่งไทยกำลังขาดแคลน จนเสียโอกาสทางรายได้และเสียเวลาไปมาก

ดังนั้น หากมีซอฟต์แวร์หรือสตาร์ทอัพที่สามารถนำแพลตฟอร์มไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า จะช่วยให้ไทยลดต้นทุนและมีรายได้ใหม่ๆ มากขึ้น ยกตัวอย่าง ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่เขียนแอพพลิเคชั่นเพื่อทำสมาร์ทฟาร์มิ่งโดยเอาข้อมูลเรื่องดิน ความชื้นของดิน คุณสมบัติและความสามารถของเทคโนโลยีมาใช้วิเคราะห์ด้านการเพาะปลูก เพื่อลดการใช้น้ำ ปุ๋ย และคำนวณปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในการเพาะปลูกอย่างเหมาะสมและได้ผลผลิตที่ดี ลดค่าใช้จ่ายให้แก่เกษตรกรลง 20%

นอกจากนี้ ประเทศไทยอยู่ในช่วงสนับสนุนด้านไทยแลนด์ 4.0 คือผลักดันให้คนไทย ธุรกิจไทยรู้จักใช้เทคโนโลยีซึ่งมีองค์กรเอกชน หน่วยงานภาครัฐจัดกิจกรรมกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่หันมาพัฒนาธุรกิจผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ ถ้ามีสตาร์ทอัพหรือเจ้าของธุรกิจสามารถนำซอฟต์แวร์ของเราไปใช้เก็บข้อมูล วิเคราะห์และบริหารบริการใหม่ๆ ได้ จะเป็นโอกาสของอีกหลายอุตสาหกรรม

แม้ว่าจีอีจะยังไม่ได้ลงมาเล่นในตลาดแพลตฟอร์มเต็มตัว แต่พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสามารถและสนใจที่จะเข้ามาใช้งานซอฟต์แวร์พรีดิกซ์ เพราะเราอยู่ในโลกของการทำงานร่วมกันได้มากขึ้น แพลตฟอร์มนี้จะเป็นโอกาสใหม่ที่ช่วยให้คนทำธุรกิจได้อย่างคล่องตัว แต่ยังต้องอาศัยการร่วมมือของทางภาครัฐและสถาบันการศึกษาเพื่อวางรากฐานด้านเทคโนโลยีให้แข็งแรง

ในช่วง 6-9 เดือนที่ผ่านมา จีอีได้เข้าไปพูดคุยกับทางสถาบันการศึกษาชั้นนำมากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้อีโคซิสเต็มเดินหน้าได้อย่างถูกต้องและถูกทาง เพราะสตาร์ทอัพบ้านเราจะสำเร็จได้อาจต้องเซตอัพขึ้นมา อาจจะเลือกคนระดับหัวกะทิเข้ามาแข่งขันเพื่อทดลองแก้ปัญหาและทราบถึงความสามารถของระบบนี้ และเมื่อมีความเข้าใจด้านซอฟต์แวร์มากขึ้น ก็จะกระตุ้นให้นักพัฒนาหรือเด็กนักศึกษานำระบบไปใช้งานมากขึ้น

จีอีมุ่งดิจิทัลคอมพานี เดินหน้า Predix เต็มตัว โกวิทย์ คันธาภัสระ

“เราไม่ได้โปรโมทแพลตฟอร์มนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นคู่แข่งกับไมโครซอฟท์ หรือไอบีเอ็ม เรายังทำงานร่วมกับทุกคน แค่เปิดโอกาสให้คนไทยได้รู้ความสามารถของแพลตฟอร์มนี้และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด”

สิ่งที่จีอีจะเดินหน้าทำใน 12 เดือนข้างหน้า คือร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อให้คนที่สนใจจะเป็นสตาร์ทอัพในกลุ่มอุตสาหกรรมนำไปปรับใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งบริษัทมีทีมไอทีที่ดูแลโปรแกรมนี้โดยเฉพาะ และบริษัทยังคาดหวังที่จะติดอันดับท็อปเทนคอมพานีด้านดิจิทัลในปี 2020

ในส่วนของจีอีเองบริษัทมีรูปแบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลภายในองค์กรเพื่อให้การทำงานเป็นไปได้สะดวกขึ้น เช่น การประเมินผลงานของพนักงาน เราใช้แอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่าพีดี (PD) ในการประเมินผลพนักงานตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ระดับเจ้านายประเมินลูกน้องเท่านั้น แต่จะเป็นใครในหน่วยงานใดก็ได้ ซึ่งใช้ได้กับพนักงานทั่วโลก ในการคอมเมนต์ผลงาน ฟีดแบ็กเรื่องงานต่างๆ ได้ทันที

แม้ว่าจะมีการใช้งานดิจิทัลแบบเต็มตัวแต่ภายในบริษัทก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีการสื่อสารเช่นเดิม เครื่องมือหรือดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกในการทำงานเท่านั้น แต่เรื่องความสัมพันธ์ภายในองค์กรยังเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเราไม่กำหนดเวลาเข้า-ออกงาน ไม่ต้องตอกบัตร เปิดกว้างให้พนักงานมีอิสระในการทำงานได้เต็มที่และเรากำลังจะมีออฟฟิศใหม่ในเร็วๆ นี้เพื่อให้มีความทันสมัยรับความเป็นดิจิทัลคอมพานีมากขึ้น

“ทางด้านธุรกิจดิจิทัล จีอีได้เริ่มลงทุนในปี 2554 ไปมากกว่าพันล้านเหรียญสหรัฐ มีวิศวกรหลายพันคน เราเชื่อว่าการจะสร้างรายได้ใหม่ให้บริษัทในอนาคตต้องทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่ามีทรัพยากร ผลวิจัย และนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีมาโดยตลอด ยิ่งเราโฟกัสเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้นจะยิ่งช่วยให้ลูกค้ามั่นใจและเป็นรายได้มากขึ้น”

หากมองเรื่องรายได้ทั้งหมดของจีอีทั่วโลกในปี 2559 ที่ผ่านมา แบ่งเป็น ธุรกิจพลังงาน 2.68 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกิจพลังงานทดแทน 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกิจน้ำมันและก๊าซ 1.29 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกิจการบิน 2.62 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ 1.83 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกิจการขนส่ง 4,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกิจเกี่ยวกับระบบส่งไฟฟ้าและหลอดไฟ 1.51 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกิจการเงิน 1.09 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนรายได้จากกลุ่มดิจิทัลต้องรอดูภายในปีนี้ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะต้องให้ลูกค้าเชื่อมั่นให้ได้ก่อน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท