posttoday
ทร.ชี้จำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ เพื่อผลประโยชน์ประเทศ

ทร.ชี้จำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ เพื่อผลประโยชน์ประเทศ

05 เมษายน 2560

ทัพเรือชี้ไทยจำเป็นต้องมี เรือดำน้ำ เพื่อดูแลผลประโยชน์ประเทศ ระบุจีนให้ข้อเสนอดีที่สุด

ทัพเรือชี้ไทยจำเป็นต้องมี เรือดำน้ำ เพื่อดูแลผลประโยชน์ประเทศ ระบุจีนให้ข้อเสนอดีที่สุด 

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เปิดการประชุมทางวิชาการของกองทัพเรือ ครั้งที่9 เรื่อง "สมุทราภิบาลและเศรษฐกิจทางทะเลของไทยกับบทบาทของกองทัพเรือ โดยมี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นวิทยากร

พล.ร.อ.นริส กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันความมั่นคงของโลกเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว และมีการเสริมสร้างอิทธิพลของประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะในทวีปเอเชียคะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นพื้นที่โอบล้อมด้วยทะเล มีทรัพยากรและเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงด้านพลังงาน จึงทำให้ประเทศมหาอำนาจเข้ามาแสดงบทบาท ถือเป็นความท้าทายของประเทศไทย ในการดำเนินการนโยบายต่างประเทศ และกองทัพเรือว่าจะรักษาผลประโยชน์ทางทะเลอย่างไร เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งการประชุมครั้งนี้จะเป็นโอกาสดีที่จะได้รับความรู้และประโยชน์ในการปฏิบัติงาน

ขณะที่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ แต่ยังมีคนต่อต้านเพราะมองเพียงมิติความมั่นคงเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้มองในมิติเศรษฐกิจ เนื่องจากเรามีผลประโยชน์ทางทะเลมหาศาล เพราะเรามีพื้นที่ตอนใต้ติดทะเลมีความยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร และเป็นทะเลที่เชื่อมต่อหรือพื้นที่เปิด ใครจะเข้ามาก็ได้ ซึ่งที่ผ่านมาเราเสียโอกาสไปมากเพราะไม่มีเรือดำน้ำ

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เรือดำน้ำจะช่วยสำรวจและดูแลทรัพยากรทางทะเล แต่ขณะนี้ทำได้ไม่เต็มรูปแบบเพราะขาดเครื่องไม้เครื่องมือ นั่นคือ เรือดำน้ำ มองว่าสังคมต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจในมิติของเศรษฐกิจ อย่ามองแต่มุมความมั่นคงเพียงอย่างเดียว การมีเรือดำน้ำ จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโต เนื่องจากขุมทรัพย์ของโลกในอนาคตอยู่ในทะเล และจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ

พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ  กล่าวว่า กองทัพเรือ เป็นพลังอำนาจของชาตินอกจากจะดูแลมิติความมั่นคงแล้ว ยังต้องดูแลผลประโยชน์ของประเทศมีมากมายมหาศาล โดยอำนาจการรบในมิติใต้น้ำของกองทัพเรือหายไปกว่า 60 ปี ตั้งแต่กองทัพเรือได้ปลดระวางประจำการเรือดำน้ำชุด เรือหลวง (ร.ล.) มัจฉาณุ จำนวน 4 ลำ ได้แก่ ร.ล.มัจฉาณุ  ร.ล.วิรุณ  ร.ล.สินสมุทร และ ร.ล.พลายชุมพล เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2494

"ถือเป็นเรื่องมีความจำเป็นต้องอธิบายให้สังคมได้รับทราบ และเป็นโจทย์หลักว่าทำไมกองทัพเรือต้องมีเรือดำน้ำ เนื่องจากกองทัพเรือคือพี่ใหญ่ในท้องทะเลไทย ที่ทุกฝ่ายต้องพึ่งพา ทะเลคือความอยู่รอดของชาติ และต้องดูแลร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาผลประโยชน์มหาศาล" พล.ร.อ.จุมพล กล่าว

พล.ร.อ.จุมพล กล่าวว่า กองทัพเรือดูแลความมั่นคงทางทะเลใน 3 มิติ คือน่านฟ้า ผิวน้ำ ใต้น้ำ แต่เราขาดศาตร์ใต้น้ำไปนานแล้ว และกองทีพเรือไม้ได้นิ่งนอนใจและ เคยเสนอรัฐบาลเผื่อผลักดันโครงการดังกล่าวหลายครั้ง แต่มาสำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ ที่มองในภาพรวมแล้วสามารถเป็นไปได้ และเป็นการใช้งบประมาณกองทัพเรือเอง

"มิติใต้น้ำ เราอ่อนแอ ไม่มีภูมิคุ้มกัน ไม่มีศาสตร์ เราพยายามชี้ให้เห็นว่า กองทัพเรือจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ และประเทศจีนให้ข้อเสนอที่ดีที่สุด ในงบประมาณที่กองทัพเรือมี ทั้งนี้เรือดำน้ำนอกจากใช้ป้องกัน ป้องปรามแล้ว ยังใช้ภารกิจในการสำรวจค้นหา ดูสิ่งใหม่ๆที่ต้องเรียนรู้ และอุดช่องโหว่ที่เราไม่มี โดยได้เรือดำน้ำ ปี 66 พล.ร.อ.จุมพล กล่าว

พล.ร.อ.จุมพล ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ขณะนี้โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือจบในขั้นตอนการดำเนินการในกรอบของวงเงินงบประมาณที่ได้รับจากแผนงบประมาณประจำปีไปแล้ว

ขณะนี้ พล.ร.อ.ลือชัย. รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานในการดูแลการจัดซื้อเรือดำน้ำได้สรุปเรื่องทั้งหมดส่งไปยังกระทรวงกลาโหมเรียบร้อยแล้วเพื่อเข้าสู่ครม. อีกรอบ ตามกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้างและอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงกลาโหม

"ส่วนจะเข้า ครม.เมื่อไหร่นั้นกองทัพเรือไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบได้ ซึ่งในส่วนสัญญาการจัดซื้อนั้นจะต้องรอให้ผ่านทุกขั้นตอนก่อนจึงจะสามารถเปิดเผยได้ ว่าเป็นการจัดซื้อในลักษณะใด จนกว่าครม. จะอนุมัติ หรือมีความชัดเจน ซึ่งเป็นไปตามกฎเกณฑ์"พล.ร.อ.จุมพลกล่าว 

พล.ร.อ.จุมพล กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นของกองทัพเรือในการที่จะมีเรือดำน้ำเนื่องจากกองทัพเรือได้ตรวจสภาวะแวดล้อมในภูมิภาคของโลกแล้วเราเจอภัยคุกคามในรูปแบบ ต่างๆ เช่น กรณีของเรือเกาหลี ถูกยิงด้วยอาวุธใต้น้ำจนถึงขณะนี้ ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ยิง หรือแม้แต่กบฏ พยัคฆ์ทมิฬอีแลมใช้เรือดำน้ำ ในการต่อตี เรือปฏิบัติการตามชายฝั่งของศรีลังกา นี่คือตัวอย่าง หากเรายังมีจุดอ่อนเช่นนี้

"ศาสตร์ใต้น้ำเป็นศาสตร์ที่กองทัพเรือได้ทิ้งไม่มีมาหลายสิบปีแล้ว และเป็นความจำเป็นที่จะต้องมีตามลำดับที่ได้จัดทำยุทธศาสตร์เป็นกำลังรบว่าจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำช่วงเวลาที่เหมาะสมพอ ที่รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ และทุกกระบวนการสามารถตรวจสอบได้ " พล.ร.อ.จุมพล กล่าว

พล.ร.อ.จุมพล กล่าวอีกว่า หลังจากที่มีการเซ็นสัญญาซื้อขายแล้วจะได้เรือดำน้ำประมาณ 6-7 ปีโดยเป็นงบผูกพันระหว่างปี 2560 -2566 กว่าจะมาใช้เรือฝึก ให้มีความเชี่ยวชาญในภูมิประเทศหรือในพื้นที่ปฏิบัติการ ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี รวมแล้วประมาณ 10 ปี กว่าจะเริ่มปฏิบัติการได้อย่างเป็นรูปประธรรม และถึงจะเริ่มศึกษาและเรียนรู้ เรื่องสมุทรศาสตร์ การทำแผนที่สำหรับเรือดำน้ำในการเดินเรือ โดยเฉพาะ อู่ซ่อมต้องทำอย่างไร ตลอดจนถึงการฝึกพล

ภาพ...เอเอฟพี 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท