
"บิ๊กตู่"เผย 6 เม.ย.นับ 1 โรดแมป
"ประยุทธ์" ยันโรดแมปเลือกตั้ง ไทม์ไลน์ต่างๆ ยังไม่เปลี่ยนแปลง ระบุวันที่ 6 เม.ย. ถือเป็นการนับ 1 ของโรดแมป ไม่ขัด “ครม. สนช. สปท. “ ลาออกลงเลือกตั้งถือเป็นสิทธิแต่ละคน
"ประยุทธ์" ยันโรดแมปเลือกตั้ง ไทม์ไลน์ต่างๆ ยังไม่เปลี่ยนแปลง ระบุวันที่ 6 เม.ย. ถือเป็นการนับ 1 ของโรดแมป ไม่ขัด “ครม. สนช. สปท. “ ลาออกลงเลือกตั้งถือเป็นสิทธิแต่ละคน
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม. ถึงขั้นตอนหมายกำหนดการพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ว่า เรื่องดังกล่าวตนทราบตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา เพราะตนต้องเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ว่าจะทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 เม.ย. 2560 ในเวลา 15.00 น. ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ในส่วนของรัฐบาลต้องเตรียมการสำหรับผู้ที่เข้าร่วมในพระราชพิธี ซึ่งตนได้เตรียมการไว้ตามกำหนดการทั้งหมดแล้ว
"ซึ่งเป็นการเริ่มนับ 1 ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายได้กล่าวไว้ ว่าเราจะนับ 1 ภายหลังมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แล้วทุกอย่างก็ยังเป็นไปตามโรดแมปอยู่ ในส่วนของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ (กฎหมายลูก) ก็เป็นไปตามไทม์ไลน์เดิม ซึ่งมีระยะเวลา 240 วัน หรือ 8 เดือน ทุกอย่างมีระบุไว้แล้วทั้งหมด ยืนยันว่าทั้งหมดอยู่ในไทม์ไลน์ ซึ่งมีขั้นตอนอยู่แล้ว ส่วนจะช้า หรือเร็ว ก็อยู่ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ผมยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอน หรือลดขั้นตอนตรงไหนออกไปเลย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเห็นอย่างไรที่สมาชิกสปท. และสนช. ลาออกเพื่อเตรียมตัวในการเลือกตั้งที่จะมีถึง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "แล้วจะให้ผมทำอย่างไร ถ้าจะลาออกก็ลาออกไป ท่านอยากจะออกไปช่วยเหลือบ้านเมืองโดยการลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. ก็เชิญไม่เป็นอะไร ผมไม่ได้โกรธเคืองอะไรกับท่าน ในส่วนที่เป็นรัฐบาล หรือครม. สนช. สปท. ถ้าจะไปลงสมัครรับเลือกตั้งก็ต้องลาออกภายใน 90 วัน หลังรัฐธรรมนูญมีผลประกาศใช้ และนับไป 90 วัน โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเท่าที่ทราบในวันที่ 6 เม.ย. ท่านจะทรงลงพระปรมาภิไธย ก่อนที่จะพระราชทานให้ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ"
เมื่อถามว่า เสียงปี่กลองการเลือกตั้งดังขึ้น รัฐบาลจะสามารถควบคุมและกำกับดูแลพรรคการเมือง ที่จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยควบคุมใครอยู่แล้ว ตนเพียงแต่บังคับใช้กฎหมาย และทำอย่างไรให้บ้างเมืองอยู่ในความสงบเรียบร้อย พร้อมกับดำเนินการปฏิรูป และแก้ปัญหาของประเทศไปตามลำดับ ตนไม่ได้ไปควบคุมใคร ขอร้องว่าอย่าไปมองว่าเป็นการควบคุม ทุกคนต้องควบคุมตัวเอง อย่าสร้างความวุ่นวาย สร้างความเดือดร้อน อย่าทำให้ประชาชนเกิดความสับสนก็เท่านั้นเอง ตนยังยืนยันเจตนารมณ์ของตนเช่นเดิม ในส่วนของการผ่อนปรนกฎหมายต่าง ๆ และคำสั่งคสช. ที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองนั้นฝ่ายความมั่นคงจะเป็นผู้พิจารณา
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการเผยแพร่รัฐธรรมนูญต่อประชาชนนั้น ก็มีการเผยแพร่ไปแล้วในช่วงการทำประชามติ 16 ล้านเสียง และหลังจากวันที่ 6 เม.ย. ก็สามารถมาอ่านได้อีกครั้ง เพราะทราบว่าหลายคนยังไม่ได้อ่าน ก็ควรต้องอ่านจะได้รู้ว่ารัฐธรรมนูญคืออะไร เขาเขียนไว้กว้าง ๆ อย่างไร กฎหมายลูกก็ไปตามดูว่ามีการเขียนเพื่อให้รัฐธรรมนูญมีผลในทางปฏิบัติอย่างไร ซึ่งก็มีหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎกระทรวงต่าง ๆ ซึ่งต้องมีการปรับทั้งหมด เพราะไม่ใช่แค่รัฐธรรมนูญฉบับเดียวแล้วจะทำให้ประเทศไปได้ทั้งหมด ทำงานไม่ได้ถ้าไม่มีกฎหมายลูก ซึ่งเดิมก็มีกฎหมายลูกอยู่แล้วเพียงแต่ต้องปรับแก้ให้ทั้งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งท้องถิ่น จะเกิดขึ้นก่อน หรือหลังการเลือกตั้ง ส.ส. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ก็เป็นขั้นตอนหนึ่งของการไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย อยู่ในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ทั้งหมด เพียงแต่เราต้องรักษาความสงบเรียบร้อยในวันนี้ให้ได้จนถึงวันที่จะมีการเลือกตั้ง ทั้งในส่วนของท้องถิ่น หรือการเลือกตั้ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยตามที่ทุกคนต้องการ ซึ่งทุกคนต้องให้ความร่วมมือ อย่าให้ตนต้องไปควบคุมใครเลย ขอใช้อำนาจทางกฎหมายต่อผู้กระทำความผิด หรือผู้ที่มีปัญหา เพราะบ้านเมืองยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องแก้ไข







