
ส่งขาโจ๋....เข้าค่ายปรองดอง
“กฎของค่ายนี้มี 2 ข้อ คือ 1.ห้ามขัดใจครู 2.ถ้าสงสัยให้กลับไปดูข้อ 1” เสียงครู “เปี๊ยก ป๊อกแอ้” หรือ พันจ่าเอกณรงค์ บุญปอง รองหัวหน้าครูฝึก และรองผู้บังคับหมวดอาวุธ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน (พัน.ร.3 กรม ร.1.พล.นย.) ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตะโกนดังลั่น
“กฎของค่ายนี้มี 2 ข้อ คือ 1.ห้ามขัดใจครู 2.ถ้าสงสัยให้กลับไปดูข้อ 1” เสียงครู “เปี๊ยก ป๊อกแอ้” หรือ พันจ่าเอกณรงค์ บุญปอง รองหัวหน้าครูฝึก และรองผู้บังคับหมวดอาวุธ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน (พัน.ร.3 กรม ร.1.พล.นย.) ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตะโกนดังลั่น
โดย...ธนก บังผล
นี่เป็นกฎที่ครูเปี๊ยกบอกให้เด็กนักเรียนจากวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี 120 คน ทั้งหญิงและชาย รับรู้ระหว่างที่กำลังนอนหมอบมือไขว้หลัง
เทคนิคปทุมฯ ขึ้นชื่อเป็นอย่างมากใน จ.ปทุมธานี จากการก่อเหตุทะเลาะวิวาททั้งกับนักเรียนสถาบันเดียวกันและต่างสถาบันอยู่บ่อยครั้ง
ซึ่งมันก็บ่งบอกอยู่ชัดเจน จากการที่ครูฝึกสั่งให้เด็กทั้ง 120 คนนำอาวุธ บุหรี่ ไฟแช็กออกมากอง ก่อนที่จะตรวจค้น บางคนเอามีดคัตเตอร์มาอบรม บางคนเอาดาบปลายปืนติดมาด้วย ส่วนเรื่องบุหรี่นั้นนำมากองกันได้ถึง 2 ถุงเต็มๆ
และความจริงแล้วนักเรียนที่จะต้องมาเข้าค่ายมีทั้งหมด 140 คน โดยมี 20 ขอเงินผู้ปกครองบอกว่าจะมาค่าย แต่พอถึงเวลาก็ไม่มา บางคนจับกลุ่มนั่งกินเหล้ารอรถบัสมารับตั้งแต่กลางคืน
ทางตำรวจภาค 1 เล็งเห็นว่าเด็กกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ยังคงพอที่จะขัดเกลาได้บ้าง อย่างน้อยก็นำมาเข้า “โครงการป้องกันปัญหาพฤติกรรมของนักเรียนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิด” เพื่อให้รู้รักสามัคคี
ซึ่งเมื่อถึงมือครูเปี๊ยกแล้ว อันดับแรกคือการสร้างความมีระเบียบวินัยให้แก่เด็กนักเรียนกลุ่มนี้
“จะเห็นได้ว่าพอเด็กมาถึงก็จะมีการแต่งกายผิดระเบียบ อาจจะเป็นส่วนน้อยของโรงเรียน ตรงนี้เราจึงต้องมีการฝึกวินัย เราเรียกว่าค่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต”
“พื้นฐานของระเบียบวินัยก็คือการฝึกระเบียบแถว หลังจากนั้นเราก็แบ่งกลุ่มเด็กออกเป็น 4 กลุ่ม คือ แดง เหลือง เขียว ฟ้า ขั้นตอนการฝึกจะสร้างให้เด็กมีระเบียบวินัย มีความอดทน สติอารมณ์ รู้รักสามัคคี มีน้ำใจ ตรงต่อเวลา และทดสอบกำลังใจ”
โดยการทดสอบกำลังใจนั้น ครูเปี๊ยกจะให้เด็กเข้าฐานลอดท่อ ข้ามเครื่องกีดขวาง ไต่เชือก ฝึกไต่หน้าผาจำลอง
“เพราะการไต่ขึ้นที่สูงนี้ต้องมีการแบ่งกำลัง เราจะฝึกให้เด็กรู้ว่าต้องแบ่งกำลังอย่างไร การลงจากที่สูงทำการวางเท้าอย่างไรไม่ให้กระแทก หลังจากนั้นเราก็จะให้ออกกำลังกาย วิ่งชายทะเลและลงไปเล่นน้ำทะเลสักพักเพื่อเป็นการชำระล้างสิ่งที่ติดตัวมา ถือว่าเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่ง”
ครูเปี๊ยก บอกอีกว่า หลังจากฝึกเรื่องระเบียบวินัยแล้ว ลำดับต่อไปคือการสอนให้รู้จักพระคุณพ่อแม่ เนื่องจากเด็กบางคนมาจากครอบครัวที่มีปัญหา พ่อแม่เลิกกัน จึงหันไปติดเกม ติดยาเสพติดและกินเหล้า ซึ่งการฝึกตรงนี้เรียกว่า ค่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต
“แม้จะแค่ 2 วัน 1 คืน ได้แค่นี้ก็คงทำให้เด็กจำได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตได้มาฝึกกับนาวิกโยธินที่โหด”
พ.ต.ท.อุเทน นุ้ยพิน รองผู้กำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 ผู้ช่วยเลขานุการ พดส. ให้ความเห็นว่า ปัญหาพฤติกรรมของนักเรียนนักศึกษาที่มีความประพฤติไม่เหมาะสม เช่น ไม่เคารพนับถือครูอาจารย์ ไม่มีสัมมาคารวะในชั่วโมงเรียน ลบหลู่ดูหมิ่นครูอาจารย์ หนีเรียน จับกลุ่มประพฤติตนเป็นที่เดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้พบเห็น เข้ากลุ่มทะเลาะวิวาท และใช้อาวุธทำร้ายนักเรียนทั้งในและต่างสถาบัน ทวีปัญหารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง
พ.ต.ท.อุเทน กล่าวว่า พดส. ตำรวจภูธรภาค 1 ได้ร่วมเข้าศึกษาปัญหาดังกล่าวร่วมกับสถาบันการศึกษาในเขตรับผิดชอบมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เปิดภาคเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาของรัฐที่ใหญ่ที่สุดใน จ.ปทุมธานี
“จากการศึกษาพบว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษามีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการนำร่องชื่อ โครงการป้องกันปัญหาพฤติกรรมของนักเรียนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิด เพื่อป้องกันและแก้ปัญหานักเรียนนักศึกษาที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการกระทำความผิด”
ผลจากการอบรมผ่านไปหนึ่งวันเต็มๆ พ.ต.ท.อุเทน ให้เด็กๆ ทำแบบสอบถาม ที่น่าสนใจคือ คำถามที่ว่าหากคุณเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนจะแก้ปัญหาเด็กนักเรียนตีกันอย่างไร
เด็กสาวอายุ 17 เรียนอยู่ ปวช. ปี 2 แผนกวิชาเลขานุการ บอกว่า จัดเวทีให้มันเคลียร์กันตัวต่อตัว ไม่ต้องรุม ไม่ต้องใช้อาวุธ จะได้รู้ว่าใครแพ้ชนะ จะได้จบๆ กันไป ถ้ามีอะไรอีกก็ไล่ออกทั้งคู่
เด็กผู้หญิงบางคนบอกว่า จัดกิจกรรมให้ทำร่วมกัน ในขณะที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งบอกว่า ปล่อยให้ (เลิกโรงเรียน) พร้อมกัน จัดเวลากลับบ้าน ใส่ใจเด็กกว่าที่เคยทำ บางคนให้ความเห็นว่าให้แข่งกีฬาสัมพันธไมตรีชาว ว.ท.ป. บางคนบอกว่าให้ค้นอาวุธทุกวัน
แต่บางคนก็บอกว่า “ไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะเรื่องตีกันเป็นธรรมชาติ ถ้าเด็กสายอาชีวะไม่มีเรื่องชกต่อยเกิดขึ้น เรียนไปก็ไม่สนุก จิงป่ะ”
ซึ่งนอกจากนี้ยังมีคำตอบที่ออกแนวกวนประสาทอยู่มากมาย แต่ พ.ต.ท.อุเทน ให้ความเห็นว่า ถึงแม้เด็กบางคนจะแสดงความคิดเห็นในการแก้ปัญหาที่ดูไม่เข้าท่า แต่เมื่อดูที่พื้นฐานความคิดของเด็กบางคนจากบางคำถามจะเห็นได้ว่า เด็กบางคนเลิกคบเพื่อนเพราะว่าเพื่อนคนนั้นติดยาบ้า
“การแสดงความคิดเห็นของเด็กนักเรียน ทางตำรวจเราเชื่อว่าเด็กกลุ่มนี้สามารถที่จะแก้ได้ แต่เด็กบางคนก็แสดงชัดเจนว่าไม่ได้อยากเรียนหนังสือแล้ว แต่เป็นเพราะถูกผู้ปกครองบังคับ จึงทำให้เกิดการหนีเรียน ติดเพื่อน รักเพื่อนจนนำไปสู่การทะเลาะวิวาทกับคนที่เพื่อนหมั่นไส้”
ครั้งนี้อาจจะเป็นโครงการนำร่องในการแก้ปัญหาเด็กนักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาท ซึ่งยังต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายในการปะติดปะต่อไปถึงหนทางแก้ไขปัญหาที่แท้จริงต่อไป
ในความหวังของคนทั่วไปที่อยากจะเห็นเด็กนักเรียนพวกนี้เลิกตีกันจนทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนเอือมระอาเสียที







