posttoday
โรงไฟฟ้ากระบี่ กับคำตอบที่ชัดเจน

โรงไฟฟ้ากระบี่ กับคำตอบที่ชัดเจน

02 เมษายน 2560

ช่วงนี้ผมกำลังเรียนหลักสูตรวิทยาการพลังงานชั้นสูง (วพน.) เรามีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิผลัดกันมาบรรยายทุกสัปดาห์

โดย...ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

ช่วงนี้ผมกำลังเรียนหลักสูตรวิทยาการพลังงานชั้นสูง (วพน.) เรามีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิผลัดกันมาบรรยายทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมามีประเด็นเรื่องทางเลือกไฟฟ้าไทย เป็นการเสวนาโดยมีคุณกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีผมเป็นผู้ดำเนินการอภิปราย

การพูดคุยเริ่มจากท่านผู้ว่าฯ เล่าถึงปัญหาไฟฟ้าไทยกำลังไฟสำรองที่พอมีสำหรับภาคอื่น ยกเว้นภาคใต้ที่เริ่มน่าเป็นห่วง การพัฒนาสายส่งไฟฟ้าจากภาคกลางลงไปแต่ก็คงได้จำกัด ทางเลือกของไฟฟ้าพลังงานฟอสซิลที่พึ่งพิงได้ตลอดเวลา ขณะที่พลังงานทดแทนถือเป็นออปชั่นเสริม แต่ยังมีปัญหาไม่ว่าพลังงานแสงอาทิตย์ ลม หรือชีวมวล ที่นอกจากมีหน่วยต้นทุนผลิตที่สูงกว่า ยังไม่สามารถผลิตไฟได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

อาจารย์ชาลีเห็นด้วยกับข้อมูลของท่านผู้ว่าฯ แต่ชี้ให้เห็นถึงมลพิษจากถ่านหิน การสะสมที่อาจเกิดขึ้นต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้คิดคำนวณเข้าไปในค่าไฟฟ้า

สุดท้ายคือการพัฒนาพลังงานทดแทนที่ดูเหมือนว่าอีกไม่นานจะทำให้ราคาต่อหน่วยถูกลงอย่างรวดเร็ว

เรื่องพวกนี้เราคงเคยได้ยินบ่อยแล้ว แต่ยังมีส่วนที่ผมสงสัย เริ่มจากอาจารย์ชาลี ผมเข้าใจดีว่าถ่านหินมีโลหะหนัก ฝุ่นละออง ตลอดจนก๊าซต่างๆ ที่แม้จะผ่านมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมแต่อาจเกิดการสะสมได้เช่นกัน ปัญหาคือมลพิษอื่นๆ ก็เป็นเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศจากโรงงานอุตสาหกรรมอย่างอื่นทั้งหมด การปล่อยน้ำเสีย ฯลฯ ที่หลายต่อหลายอย่างก็มีมลพิษและโลหะหนัก ถ้าเราจะทำก็ต้องทำทั้งระบบ จะมาจี้เฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างเดียวคงไม่ได้

ต้นทุนสิ่งแวดล้อมเป็นอีกอย่างที่ต้องคิดทั้งระบบ หากเป็นแสงอาทิตย์ในรูปแบบโซลาร์ฟาร์ม การถางต้นไม้พื้นที่มหาศาล ย่อมทำให้แผ่นดินตรงนั้นเอาไปใช้อย่างอื่นไม่ได้ ไฟฟ้าชีวมวลซึ่งถ้าเป็นภาคใต้ อาจหมายถึงการถางป่าปลูกปาล์มน้ำมัน ดังเช่นที่เคยเกิดกับเขาหัวโล้นในพื้นที่ต่างๆ ทั่วเมืองไทย เมื่อมีอะไรขายได้ราคาและมีการประกัน มันก็จะเป็นเช่นนั้นเสมอ

คราวนี้มาถึงคำถามกับท่านผู้ว่าฯ ผมไม่เถียงใดๆ ในเรื่องไฟฟ้าเพราะผมเชื่อท่าน เนื่องจากท่านชำนาญในเรื่องนี้ แต่ที่ผมสงสัยคือการรับมือกับอุบัติเหตุทางทะเล สมัยก่อนโรงไฟฟ้ากระบี่ใช้ถ่านหินจากเหมือง แต่ถ้าเราสร้างใหม่ เราต้องขนถ่านหินนำเข้ามาทางทะเล เรือวิ่งเข้าออกในเขตน้ำตื้นวันละ 2 เที่ยว

ผมไม่ได้กังวลกับผงถ่านหินเพราะเรือเป็นระบบปิด อีกทั้งถ่านหินไม่ได้เป็นมลพิษระดับรุนแรง ที่แรงจริงคือน้ำมัน และเรือเหล่านั้นวิ่งด้วยน้ำมัน ไม่ได้วิ่งด้วยถ่านหิน หากเกิดอุบัติเหตุเรือล่ม อะไรคือระบบจัดการกับเหตุฉุกเฉิน เพราะน้ำมันอาจรั่วกระจาย แม้อาจมีปริมาณไม่มาก แต่รอบเส้นทางเรือคือแนวปะการัง หญ้าทะเล ป่าชายเลน และหาดทราย

อย่าลืมว่าน้ำมันรั่วที่มาบตาพุดเพียงไม่เท่าไหร่ ลอยไปถึงเกาะเสม็ดที่ห่างออกไป 40 กิโลเมตรในเวลาไม่นาน ทั้งที่มาบตาพุดมีท่าเรือและมีระบบรับมืออย่างดี เรายังเอาไม่อยู่ แล้วที่กระบี่มีอะไร? ฐานทัพเรือขนาดใหญ่แห่งเดียวอยู่ที่ทับละมุ จ.พังงา กว่าจะมาถึงกระบี่ ใช้เวลานับสิบชั่วโมง น้ำมันสามารถสร้างความสูญเสียมหาศาลกับแหล่งท่องเที่ยวอย่างเกาะภูเก็ต อ่าวพังงา และกระบี่ คำว่ามหาศาลนี้เยอะจริงครับ เฉพาะภูเก็ตมีรายได้ต่อการท่องเที่ยวปีละ 3.5 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค่าโรงไฟฟ้าแล้ว แพงกว่ากันหลายเท่า

คำถามที่ผมตั้งไว้ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากทั้งสองวิทยากร แต่ผมดีใจอย่างมากที่เราพูดคุยกันบนพื้นฐานของข้อมูลเดียวกัน พูดกันอย่างที่เข้าใจว่าทุกฝ่ายต่างหวังดีต่อประเทศชาติ สำหรับทางเลือกนั้น คงต้องไปกันอีกไกล แต่ถ้าเราจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าที่กระบี่ ผมก็ยังอยากได้คำตอบที่ชัดเจนในเรื่องการป้องกันและรับมือกับอุบัติเหตุทางทะเลครับ 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท