posttoday
ชุมพร : เมื่อความหลากหลายคือ ‘พร’

ชุมพร : เมื่อความหลากหลายคือ ‘พร’

02 เมษายน 2560

การตกต่ำลงของราคายางพาราตั้งแต่หลังปี 2554 ทำให้ราคาเศรษฐกิจภาคใต้ถดถอยและตกต่ำลงมากในหลายๆ จังหวัด

โดย...ดร.เดชรัต สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

การตกต่ำลงของราคายางพาราตั้งแต่หลังปี 2554 ทำให้ราคาเศรษฐกิจภาคใต้ถดถอยและตกต่ำลงมากในหลายๆ จังหวัด โดยอาจยกเว้นเพียงจังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูง เช่น ภูเก็ต และกระบี่ จึงรอดจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้

แต่ถ้านับเฉพาะภาคเกษตร เราจะพบว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมของภาคการเกษตรของ 14 จังหวัดภาคใต้ได้รับผลกระทบจากการลดลงของยางพาราค่อนข้างมาก บางจังหวัดลดลงมากกว่าร้อยละ 20 บางจังหวัดลดลงกว่าร้อยละ 50

แต่มีจังหวัดหนึ่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตยางพาราน้อยที่สุดคือ จ.ชุมพร เพราะได้รับผลกระทบเพียงไม่ถึงร้อยละ 1 เท่านั้นเอง

ทำไมชุมพรจึงได้รับผลกระทบจากวิกฤตยางพาราน้อยกว่าจังหวัดอื่นๆ?

ชุมพร : เมื่อความหลากหลายคือ ‘พร’

คำตอบที่ได้รับมีอยู่ 3 ข้อ

ข้อแรก ชุมพรปลูกยางพาราคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่าจังหวัดอื่นๆ สัดส่วนพื้นที่ปลูกยางของชุมพรมีเพียงร้อยละ 26 ของพื้นที่การเกษตรเท่านั้น ในขณะที่จังหวัดส่วนใหญ่มีพื้นที่ปลูกยางมากกว่าร้อยละ 50 บางจังหวัดมีพื้นที่ปลูกยางมากกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมดเลยทีเดียว

ถ้าดูรูปแบบการปลูกพืชของ 3 จังหวัด คือ สงขลา กระบี่ และชุมพร จะเห็นว่าสงขลาเป็นพืชเชิงเดี่ยว (ยางพารา) ส่วนกระบี่ เป็นพืชเชิงคู่ (ปาล์มน้ำมันและยางพารา) แต่ชุมพรมีรูปแบบการปลูกพืชที่หลากหลายมากกว่าทั้งสองจังหวัด โดยสัดส่วนของยางและปาล์มน้ำมันจะมีประมาณร้อยละ 65 ไม่ใช่มากกว่าร้อยละ 90 เช่นในกรณีของสงขลาและกระบี่

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่สงขลาจะได้รับผลกระทบมากที่สุด (ในบรรดา 3 จังหวัด) รองลงมาคือ กระบี่ และชุมพร ได้รับผลกระทบจากวิกฤตยางพาราน้อยที่สุด

ข้อที่สอง ชุมพรมีภาคการเกษตรที่หลากหลาย ซึ่งผมขอเรียกว่าเป็น Six Packs ของ จ.ชุมพร คำว่า Six Packs หมายถึงสินค้าเกษตร 6 ชนิด ที่ จ.ชุมพร สามารถผลิตจนติดอันดับ 1-5 ของประเทศ ได้แก่ กาแฟ (อันดับ 1 ของประเทศ) ทุเรียน ลองกอง (อันดับ 2 รองจากจันทบุรี) มะพร้าว (อันดับ 2 รองจากประจวบคีรีขันธ์) ปาล์มน้ำมัน (อันดับ 3 รองจากสุราษฎร์ธานีและกระบี่) และมังคุด (อันดับ 4 รองจากจันทบุรี นครศรีธรรมราช และตราด)

ในประเทศไทยของเรา คงมีเพียงไม่กี่จังหวัดที่ติดอันดับ 1-5 มากชนิดเท่ากับชุมพร ดังนั้น การมี Six Packs จึงนับว่าเป็นความหลากหลายที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับจังหวัดเล็กๆ อย่างชุมพร

จริงๆ แล้ว นอกจาก Six Packs แล้ว ชุมพรยังมีกล้วยเล็บมือนางอีกด้วย แต่เสียดายที่สถิติการเกษตรของไทยยังไม่มีการเก็บข้อมูลของกล้วยเล็บมือนางอย่างเป็นระบบ มิฉะนั้น เราคงรวมกล้วยเล็บมือนางเป็น Seven Wonders ของ จ.ชุมพร

ข้อที่สาม เราจะวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาสินค้าที่เกษตรกรได้รับทั้ง 7 ชนิด ซึ่งก็คือ สินค้า Six Packs ทั้ง 6 ชนิด และยางพารา ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ พบว่า การเคลื่อนไหวของราคาสินค้าทั้ง 7 ชนิดไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทางเดียวกัน กล่าวคือ หากยางพาราราคาตก ปาล์มน้ำมันและผลไม้ก็จะมีราคาดี หรือในทางกลับกัน

ชุมพร : เมื่อความหลากหลายคือ ‘พร’

การที่สินค้าหลักๆ ของ จ.ชุมพร มีการเคลื่อนไหวของราคาไปในทางที่ต่างกัน ทำให้ภาคการเกษตรของชุมพรสามารถกระจายความเสี่ยงทางด้านราคาได้เป็นอย่างดี คล้ายกับการวางแผนการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่จะต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน

เพราะฉะนั้น ในขณะที่จังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้เลือกที่จะเติบโตเชิงเดี่ยว จ.ชุมพร เลือกที่จะเติบโตอย่างหลากหลาย

อาจสรุปได้ว่า พี่น้องชาวชุมพร “ไม่ได้ใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว” และความหลากหลายนี้เองที่กลายเป็น “พร” ซึ่งช่วยให้ชุมพรรอดจากวิกฤตราคายางพาราในครั้งนี้

ส่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า การที่ทุเรียน มะพร้าว มังคุด และกาแฟ มีราคาดีขึ้นมากในช่วงหลัง (ซึ่งเป็นช่วงที่ยางพาราราคาตก) เพราะผลผลิตของพืชเหล่านี้ลดลงมาก โดยเฉพาะในกรณีของกาแฟและมะพร้าว

ดังนั้น เคล็ดลับที่สำคัญมากของพี่น้องเกษตรกรคือ “อย่าเยอะ” หมายความว่า อย่าผลิตให้ผลผลิตแต่ละชนิดมีปริมาณมากเกินไป เพราะถ้ามีปริมาณมาก ราคาของสินค้านั้นก็จะตกลงตามกลไกของตลาด

การวางแผนการเกษตรจึงไม่ควรจะเน้นที่ Product Champion หรือพืชหลักเพียงไม่กี่ชนิด และการเพิ่มผลผลิตแต่เพียงด้านเดียว แต่ควรมองในแง่ Portfolio ของการลงทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงที่มักอยู่คู่กับภาคการเกษตรไทย และควรผลิตให้เพียงพอกับความต้องการเท่านั้น

ขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพรสำหรับหลักคิดดีๆ ที่จะใช้ในการวางแผนการเกษตรในจังหวัดอื่นๆ และการดำเนินชีวิตของผู้คนต่อไป 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท