posttoday
ปตท.ทุ่ม1.4หมื่นล.

ปตท.ทุ่ม1.4หมื่นล.

01 เมษายน 2560

ผุดปั๊มใหม่130แห่งทั่วประเทศ พร้อมปรับโฉมพื้นที่เก่าหวังเพิ่มยอดขายน้ำมัน

ผุดปั๊มใหม่130แห่งทั่วประเทศ พร้อมปรับโฉมพื้นที่เก่าหวังเพิ่มยอดขายน้ำมัน

โพสต์ทูเดย์ - ปตท.ตั้งงบ 1.4 หมื่นล้าน เร่งขยายปั๊มใหม่ 130 แห่ง พร้อมปรับโฉมปรับพื้นที่เดิม ยกระดับการให้บริการลูกค้า

นายอรรถพล  ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. เปิดเผยภายหลังเปิดตัวสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) ปตท. ในรูปแบบเฟรนด์ลี่ ดีไซน์ ว่า ภายในปี 2560 นี้ ปตท.ตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการปั๊มน้ำมัน ปตท.

ทั้งนี้ แบ่งเป็นงบลงทุนในการขยายปั๊มใหม่ 130 แห่ง ประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยแยกเป็นปั๊มขนาดเล็กที่มีมูลค่าลงทุน 15-17 ล้านบาท จำนวน 50 แห่ง เพื่อเป็นการส่งเสริมยอดจำหน่ายน้ำมันให้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีอัตราการเติบโต 4% จากปัจจุบัน ปตท.มีจำนวนปั๊มน้ำมันทั้งหมด 1,535 แห่ง

นอกจากนี้ งบลงทุนส่วนที่เหลือจะนำไปใช้ในธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (นันออยล์) และลงทุนในการปรับปรุงปั๊มและคลังน้ำมันในพื้นที่ต่างๆ เช่น คลังสุราษฎร์ธานี คลังเชียงใหม่ คลังพระโขนง โดยจะมีการสร้างคลังน้ำมันที่ ลำปางเพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้ว เนื่องจากคาดว่าในพื้นที่ดังกล่าวจะมีอัตราการเติบโตของการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากคลังน้ำมันเก่าไม่สามารถรองรับได้เพียงพอกับความต้องการ

สำหรับความคืบหน้าของการแยกธุรกิจของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (พีทีทีโออาร์) เบื้องต้นได้มีการเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) แล้ว โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการ เพราะไม่มีผลกระทบทางด้านพลังงาน ซึ่งอนุมัติให้ระบุเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้น ปตท.ที่จะการประชุมในวันที่ 28 เม.ย.นี้ โดยการแยกพีทีทีโออาร์เพื่อต้องการตอบสนองต่อรัฐธรรมนูญปัจจุบันที่ระบุว่า หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจไม่ ควรทำธุรกิจแข่งขันกับเอกชน ที่ปัจจุบันการขายน้ำมันมีผู้ดำเนินการกว่า 40 รายแล้ว และเกิดการแข่งขันอย่างเสรี ซึ่งพีทีทีโออาร์จะเข้าไปในรูปแบบเอกชนไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ

นายอรรถพล กล่าวว่า สำหรับคาดการณ์ราคาน้ำมันในปีนี้ยังอยู่ในระดับ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งต้องจับตาดูสถานการณ์ตลาดว่าจะมีความผันผวนไปในทิศทางใด เนื่องจากปัจจุบันมีทั้งปัจจัยบวกและลบที่จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน เช่น การตัดสินใจลดกำลังผลิตน้ำมันขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (โอเปก) ที่ส่งผลให้ราคาเพิ่มขึ้น หรือการเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันชั้นหินดินดาน (เชลออยล์) ในประเทศสหรัฐ เมื่อเห็นว่ามีผลตอบแทนที่ดี ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตล้าตลาด และส่งผลฉุดราคาตกต่ำลง

นอกจากนี้ ในกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. ... ในวาระที่ 2 และ 3 โดยให้มีการตัดมาตรา 10/1 ในเรื่องการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ (เอ็นโอซี) ออกไป และให้กระทรวงพลังงานตั้งคณะกรรมการศึกษาภายใน 60 วัน โดยในส่วนของ ปตท. ซึ่งเป็นผู้ลงทุนเดิมยังคงต้องติดตามว่าจะมีแนวทางอย่างไรในเรื่องของการเปลี่ยนเป็นข้อสังเกตแนบท้ายกฎหมาย และติดตามผลการศึกษาของกระทรวงพลังงานก่อนที่จะดำเนินการต่างๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท