
1ปีตั้งบรรษัทน้ำมัน
สนช.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ยอมตัดมาตรา 10/1 โยน ครม.ตั้งกรรมการศึกษาจัดตั้งบรรษัทน้ำมันฯ ภายใน 60 วันที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ในวาระที่ 2 และ 3 ด้วยคะแนน 227 ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง และให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยกรรมาธิการยอมตัดมาตรา 10/1 เรื่องจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ตามข้อเสนอของสมาชิกออก และให้ปรับไปอยู่ในข้อสังเกตในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ทั้งนี้ ได้กำหนดว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ควรแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นภายใน 60 วัน หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ เพื่อศึกษารายละเอียด รูปแบบและวิธีการในการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติที่เหมาะสมภายใน 1 ปี ด้านที่ประชุม สนช. พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ได้อภิปรายว่า มีการต่อต้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้โดยไม่ฟังเสียงการชี้แจง เป็นกลุ่มซ้ายจัดกับขวาจัด มีทั้งกลุ่มที่บริสุทธิ์และกลุ่มที่มีวาระซ่อนเร้นพยายามแสดงตน จนเรื่องไม่จบในปี 2557 ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อปัญหาด้านพลังงาน“ทั่วโลกมีการเสนอระบบแบ่งปันผลประโยชน์ (PSC) แต่บ้านเราก็ไม่ทำจึงคิดว่าเมื่อมีการเปลี่ยน
สนช.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ยอมตัดมาตรา 10/1 โยน ครม.ตั้งกรรมการศึกษาจัดตั้งบรรษัทน้ำมันฯ ภายใน 60 วัน
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ในวาระที่ 2 และ 3 ด้วยคะแนน 227 ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง และให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยกรรมาธิการยอมตัดมาตรา 10/1 เรื่องจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ตามข้อเสนอของสมาชิกออก และให้ปรับไปอยู่ในข้อสังเกตในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว
ทั้งนี้ ได้กำหนดว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ควรแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นภายใน 60 วัน หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ เพื่อศึกษารายละเอียด รูปแบบและวิธีการในการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติที่เหมาะสมภายใน 1 ปี
ด้านที่ประชุม สนช. พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ได้อภิปรายว่า มีการต่อต้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้โดยไม่ฟังเสียงการชี้แจง เป็นกลุ่มซ้ายจัดกับขวาจัด มีทั้งกลุ่มที่บริสุทธิ์และกลุ่มที่มีวาระซ่อนเร้นพยายามแสดงตน จนเรื่องไม่จบในปี 2557 ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อปัญหาด้านพลังงาน
“ทั่วโลกมีการเสนอระบบแบ่งปันผลประโยชน์ (PSC) แต่บ้านเราก็ไม่ทำจึงคิดว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงก็ควรนำวิธีนี้มาใช้ และอีกวิธีคือใช้สัญญาจ้างบริการ มี 2 ลักษณะ คือรัฐลงทุนรับความเสี่ยงกับไม่ลงทุนรับความเสี่ยง ซึ่งมีทั้งจ้างสำรวจอย่างเดียว สำรวจและผลิตหรือจ้างผลิตอย่างเดียว แต่ร่างที่ได้รับมามีเพียงวิธีสำรวจและผลิต ยังขาดอีกสองจึงแจ้งไปว่าถ้าเป็นวิธีที่แบ่งปันผลผลิตต้องมีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ (เอ็นโอซี)ไปร่วมทำงานกับบริษัทคู่สัญญาด้วย” พล.อ.สกนธ์ กล่าว
พล.อ.สกนธ์ กล่าวอีกว่า นายกฯก็ขานรับว่าต้องมีการศึกษาเรื่องบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ซึ่งในวาระที่ 1 ตัวเองก็จะไม่รับร่าง เพราะเห็นว่าไม่สมบูรณ์ แต่เห็นว่านายกฯ เป็นชายชาติทหาร ยอมรับเรื่องนี้ว่าจะยังไม่รีบทำถึงได้ยอมรับ และได้ใช้เวลาแก้ไขจุดอ่อนต่างๆ 9 เดือน ส่วนที่เพิ่มมาตรา 10/1 เพราะใส่เข้าไปตามมติ ครม. ที่ได้รับทราบปัญหาว่ายังขาดเรื่องนี้
“ผมก็เหมือนคนที่อยู่ตรงกลาง ซ้ายก็เจ็บขวาก็เจ็บ พวกอุตสาหกรรมปิโตรเลียมหาว่าผมเอียงซ้าย ผมไม่ให้น้ำหนักคำพูดเหล่านั้น เพราะถือว่าผมเป็นคนของสภา แต่ผมไม่พูดต่อล้อต่อเถียงขอมาชี้แจงในสภา เจตนาผมไม่เคยคิดไปทำร้าย ปตท. สิ่งที่ปรากฏเป็นแค่ก้อนน้ำแข็งบนน้ำ ยังมีอีกมากที่หลายคนไม่เข้าใจ ไปโยงพวกผมว่าเป็นขบวนการทหารที่จะโยงกลับไปสู่อดีต ซึ่งไม่ใช่” พล.อ.สกนธ์ กล่าว
ทั้งนี้ สนช.ได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะมาตรา 10/1 เกี่ยวกับการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันฯ ซึ่งมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ก่อนที่ประธาน สนช.จะสั่งพักการประชุม 10 นาที เพื่อหาทางออก หลังจากนั้น พล.อ.สกนธ์ได้ยอมให้มีการตัดข้อความในมาตรา 10/1 เพื่อนำไปไว้ในข้อสังเกตท้ายร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอยืนยันว่าทหารไม่ได้มุ่งหวังที่จะเข้ามามีบทบาทในพลังงานใดๆ และอะไรที่ทำให้เสียผลประโยชน์จะไม่ทำ ฉะนั้นจะให้เจ้าหน้าที่สอบสวนคนที่ออกมากล่าวหาว่าทหารจะเข้ามาหาประโยชน์จากเรื่องพลังงาน
สำหรับร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ที่ประชุม สนช.ก็ได้เห็นชอบประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไปเช่นเดียวกัน







