
ถูกทางและต้องรวดเร็ว
ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าบริหารแต่ภาพลักษณ์เน้นความเชื่อมั่นมากกว่าเน้นการเติบโตของเศรษฐกิจที่แท้จริง แต่ก็ชัดเจนว่าเน้นการวางโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาวมากกว่าจะพุ่งเป้าไปที่การขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะสั้นรัฐบาลมีความชัดเจนที่จะสนับสนุนพัฒนาและส่งเสริมสตาร์ทอัพให้เติบโต เพราะถือเป็นกลุ่มธุรกิจใหม่ที่จะสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจไทย สิ่งที่รัฐต้องเร่งให้จัดทำคือฐานข้อมูลและการสร้างคอมมูนิตี้ของสตาร์ทอัพ ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็ได้เปิดให้สตาร์ทอัพเข้ามาลงทะเบียนในระบบ ซึ่งมีอยู่กว่า 600 บริษัทแล้ว โดยแยกกลุ่มสตาร์ทอัพออกมาได้เป็น 8 กลุ่ม คือ สตาร์ทอัพในกลุ่ม GovTech/EdTech : ภาครัฐ/การศึกษา กลุ่ม AgriTech/FoodTech : เกษตร/อาหารนอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม HealthTech : การแพทย์ กลุ่ม IndustryTech : ภาคอุตสาหกรรม กลุ่ม E-Commerce/Logistic : การขนส่ง FinTech กลุ่มการเงิน/การธนาคาร กลุ่ม TravelTech : ท่องเที่ยว และกลุ่ม PropertyTech : อสังหาริมทรัพย์รัฐบาลได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน และกระทรว
ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าบริหารแต่ภาพลักษณ์เน้นความเชื่อมั่นมากกว่าเน้นการเติบโตของเศรษฐกิจที่แท้จริง แต่ก็ชัดเจนว่าเน้นการวางโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาวมากกว่าจะพุ่งเป้าไปที่การขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะสั้น
รัฐบาลมีความชัดเจนที่จะสนับสนุนพัฒนาและส่งเสริมสตาร์ทอัพให้เติบโต เพราะถือเป็นกลุ่มธุรกิจใหม่ที่จะสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจไทย สิ่งที่รัฐต้องเร่งให้จัดทำคือฐานข้อมูลและการสร้างคอมมูนิตี้ของสตาร์ทอัพ ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็ได้เปิดให้สตาร์ทอัพเข้ามาลงทะเบียนในระบบ ซึ่งมีอยู่กว่า 600 บริษัทแล้ว โดยแยกกลุ่มสตาร์ทอัพออกมาได้เป็น 8 กลุ่ม คือ สตาร์ทอัพในกลุ่ม GovTech/EdTech : ภาครัฐ/การศึกษา กลุ่ม AgriTech/FoodTech : เกษตร/อาหาร
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม HealthTech : การแพทย์ กลุ่ม IndustryTech : ภาคอุตสาหกรรม กลุ่ม E-Commerce/Logistic : การขนส่ง FinTech กลุ่มการเงิน/การธนาคาร กลุ่ม TravelTech : ท่องเที่ยว และกลุ่ม PropertyTech : อสังหาริมทรัพย์
รัฐบาลได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน และกระทรวงต่างๆ ร่วมเป็นกรรมการไปแล้ว ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวได้มีแนวคิดที่จะให้ศึกษาจัดตั้งกระดานหุ้นให้ผู้ประกอบการใหม่ หรือสตาร์ทอัพ ในรูปแบบตลาด Over The Counter (OTC) โดยเปิดให้บริษัทที่เพิ่งก่อตั้งและยังไม่มีกำไรสามารถเข้าร่วมในตลาดนี้ได้ เพื่อเป็นช่องทางในการระดมทุนให้กลุ่มสตาร์ทอัพ ซึ่งเชื่อว่าจะมีสตาร์ทอัพกว่า 100 ราย พร้อมเข้าระดมทุน
เรื่องนี้เป็นเรื่องเชิงนโยบายที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายยังไม่รู้ว่าจะมีรายละเอียดอย่างไร และการจัดตั้งขึ้นนี้จะช่วยให้กลุ่มสตาร์ทอัพสามารถระดมทุนได้จริงและเป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการกู้เงินในรูปแบบเดิมๆ คือ กู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ การหาผู้ร่วมทุนในรูปแบบเวนเจอร์ แคปปิตอล หรือการระดมทุนแบบคลาวด์ฟันดิ้ง
การจะให้จัดตั้งกระดานหุ้นสตาร์ทอัพนั้น กระทรวงการคลังก็จะต้องให้ดำเนินการคู่ไปกับการระดมทุนในรูปแบบอื่นๆ ด้วยหลายๆ ช่องทาง การระดมทุนในรูปแบบเวนเจอร์ แคปปิตอล และแบบคลาวด์ฟันดิ้งนั้น จำเป็นที่จะต้องมีกฎ กติกา และระเบียบที่ชัดเจนในการระดมทุน เพราะหากไม่มีกฎหมายรองรับที่ชัดเจนอาจจะเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวงสุจริตชนได้
แม้ในเชิงนโยบายจะเดินมาถูกทาง แต่จำเป็นต้องเร่งทำอีกหลายเรื่องคู่กันไป เช่น เรื่องให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่สตาร์ทอัพและนักลงทุนรายย่อย รวมถึงบริษัทที่ประกอบกิจการเงินร่วมลงทุนให้เกิดความชัดเจน
เรื่องใหญ่ที่สุดในการสนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพซึ่งเป็นธุรกิจเกิดใหม่ คือการมีกฎหมายรองรับ ซึ่งจะต้องมีทั้งการออกกฎหมายใหม่ และแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่แล้วให้สอดคล้องเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงและสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลควรจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว หากเห็นว่านี่จะเป็นอนาคต เป็นเศรษฐกิจใหม่ที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง







