posttoday
ไทยกับทิศทางที่ควรเดิน

ไทยกับทิศทางที่ควรเดิน

30 มีนาคม 2560

โดย...ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ปาฐกถาในเวทียุทธศาสตร์ของสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิตถึงข้อเสนอแนะที่ไทยต้องปฏิรูปเพื่ออยู่รอดในโลกที่แข่งขันเข้มข้นนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง โลกของเราได้เข้าสู่ยุคพหุภาคีนิยมที่ชาติต่างๆ เข้ามาร่วมมือกันด้วยปัจจัยทั้งเชิงภูมิศาสตร์และผลประโยชน์ เช่น องค์การ NATO สหประชาชาติ สหภาพยุโรป ASEAN ซึ่งการร่วมมือกันนี้เป็นผลมาจากกระแสโลกาภิวัตน์ อย่างไรก็ตาม กระแสโลกาภิวัตน์กำลังถูกท้าทายอยู่ในปัจจุบัน ปรากฏการณ์ที่ชี้ชัดถึงความสั่นคลอนของโลกาภิวัตน์คือ เหตุการณ์อย่าง Brexit และล่าสุดคือการก้าวขึ้นสู่อำนาจของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีนโยบาย Protectionism อย่างชัดเจนในปัจจุบันลำพังประเทศไทยเพียงอย่างเดียวนั้น อำนาจต่อรองและศักยภาพในการแข่งขันของเราไม่สูงมากนัก แต่ประเทศรอบข้างของเราต่างมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงอยู่ที่ 6-7% ต่อปี ด้วยเหตุนี้ หากเราสามารถใช้ประโยชน์จากการที่ประเทศเราตั้งอยู่ใจกลางอาเซียนท่ามกลางประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตและอยู่ไม่ห่างจากจีนและอินเดียที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ได้ เราจะสามา

โดย...ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ปาฐกถาในเวทียุทธศาสตร์ของสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิตถึงข้อเสนอแนะที่ไทยต้องปฏิรูปเพื่ออยู่รอดในโลกที่แข่งขันเข้มข้น

นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง โลกของเราได้เข้าสู่ยุคพหุภาคีนิยมที่ชาติต่างๆ เข้ามาร่วมมือกันด้วยปัจจัยทั้งเชิงภูมิศาสตร์และผลประโยชน์ เช่น องค์การ NATO สหประชาชาติ สหภาพยุโรป ASEAN ซึ่งการร่วมมือกันนี้เป็นผลมาจากกระแสโลกาภิวัตน์ อย่างไรก็ตาม กระแสโลกาภิวัตน์กำลังถูกท้าทายอยู่ในปัจจุบัน ปรากฏการณ์ที่ชี้ชัดถึงความสั่นคลอนของโลกาภิวัตน์คือ เหตุการณ์อย่าง Brexit และล่าสุดคือการก้าวขึ้นสู่อำนาจของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีนโยบาย Protectionism อย่างชัดเจน

ในปัจจุบันลำพังประเทศไทยเพียงอย่างเดียวนั้น อำนาจต่อรองและศักยภาพในการแข่งขันของเราไม่สูงมากนัก แต่ประเทศรอบข้างของเราต่างมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงอยู่ที่ 6-7% ต่อปี ด้วยเหตุนี้ หากเราสามารถใช้ประโยชน์จากการที่ประเทศเราตั้งอยู่ใจกลางอาเซียนท่ามกลางประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตและอยู่ไม่ห่างจากจีนและอินเดียที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ได้ เราจะสามารถยกระดับเศรษฐกิจของเราได้มากขึ้นอีก

ภายหลังจากที่อาเซียนได้รวมทั้ง 10 ชาติเข้าเป็นสมาชิกได้สำเร็จ ก้าวต่อไปคือการสร้างความเข้มแข็งของอาเซียนให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม อาเซียนไม่ได้มีแต่ด้านของการร่วมมือเท่านั้น ยังมีอีกด้านหนึ่งคือการแข่งขันกันเองระหว่างประเทศในกลุ่มสมาชิก ประเทศใดที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงกว่าย่อมได้รับผลประโยชน์ที่มากกว่า

ปัญหาสำคัญที่ขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของไทยก็คือ ระบบราชการที่ยังไม่มีความ Professional, Neutral, Objective, Rational และ Independent

ในบริบทของการระหว่างประเทศนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือกระแสความเปลี่ยนแปลงรอบด้านที่รวดเร็วและเฉียบขาด ซึ่งองค์กร วิธีคิด วิธีทำงานของระบบราชการไทยนั้นเหมาะจะทำในระบบไทยๆ เท่านั้น  เพราะเป็นระบบที่ซับซ้อน เชื่องช้า ไม่บูรณาการ และไม่ประสานงาน ด้วยเหตุนี้จึงไม่เกิดทิศทางร่วมในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะภายใต้บริบทโลกที่ต้องแข่งขันและปรับตัวตลอดเวลา ฉะนั้นในปัจจุบันความจำเป็นของการปฏิรูประบบราชการจึงมิใช่เพียงความจำเป็นจากภายในชาติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความกดดันจากบริบทภายนอกด้วย

นอกจากมีประสิทธิภาพน้อยแล้ว ภายในระบบราชการของเราก็ยังมีปัญหาเรื่องระบบอุปถัมภ์อยู่มาก ความเจริญก้าวหน้าของข้าราชการนั้น นอกจากเรื่องความรู้ความสามารถก็ยังคงมีเรื่องของเส้นสายเป็นสำคัญ Merit System ซึ่งควรเป็นเครื่องมือวัดการขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น ในความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นไปตามนั้นเพียงอย่างเดียว

ประเด็นสุดท้ายคือ การรวมศูนย์อำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง ประเทศไทยเกิดการปฏิรูประบบราชการในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ได้รวมศูนย์อำนาจเข้าสู่เมืองหลวง ซึ่งมีความเหมาะสมกับบริบทในขณะนั้น แต่ในปัจจุบันการกระจายอำนาจให้ภาคส่วนต่างๆ มีอิสระมากขึ้นจะเป็นรูปแบบที่เหมาะสมมากกว่าสำหรับการบริหารราชการแผ่นดินในยุคที่ไทยต้องแข่งขันกับโลกภายนอกตลอดเวลา

กล่าวโดยสรุป โลกของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคพหุภาคีนิยมไปสู่ยุคทวิภาคีนิยมมากขึ้น ชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐกำลังจัดรูปแบบในการเข้าสู่เวทีโลกครั้งใหม่ที่อำนาจต่อรองขึ้นอยู่กับผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติ โดยให้ความสนใจกับค่านิยมต่างๆ เช่น ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน น้อยลง แต่สนใจผลประโยชน์ที่ชาติต่างๆ จะสามารถมอบให้สหรัฐได้เป็นหลัก ในภาวะที่ผันผวนเช่นนี้ อาเซียนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกจึงยิ่งมีความจำเป็นที่จะต้องสอดประสานและสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน ต้องเร่งจัดการปัญหาความขัดแย้งภายในภูมิภาคให้บรรลุสันติได้โดยไว และไทยเองก็ต้องปรับปรุงระบบราชการให้มีประสิทธิภาพ

ทางรอดที่สามารถนำพาประเทศไทยให้พ้นวิกฤตนี้ไปได้คือการมี Self-Organization ซึ่งการจะผลักดันสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมได้จะต้องสร้าง Sense of Urgency ให้คนไทยตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องปรับตัวและหันหน้าเข้าหากันเพื่อความอยู่รอดภายใต้สภาวะประหนึ่งสงครามของการแข่งขันในเวทีโลกที่ไทยต้องอยู่รอดภายใต้บริบทที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ถ้าคนไทยไม่ตระหนักว่าเรากำลังอยู่ในภาวะจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องปรับตัวแล้วก็ยากที่เราจะรอดได้อย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่จะฝากความหวังไว้ที่ภาครัฐอย่างเดียว แต่ต้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ซึ่งรัฐเองแม้จะทำได้เพียงบางอย่างเนื่องจากไม่มีอำนาจที่เพียงพอ แต่ก็มีอำนาจพอที่จะ “ขวาง” ไม่ให้คนนอกเข้ามาทำแทนได้ นี่เป็นลักษณะของรัฐมาแต่ดั้งเดิม ฉะนั้นทุกวันนี้คนไทยทั้งหมดต้องตื่นตัว สร้าง Sense of Urgency คือต้องรีบ และสร้าง Sense of Purpose คือสร้างเป้าหมายร่วมกัน รวมถึงสร้างวิสัยทัศน์ใหม่ร่วมกันจากทุกภาคส่วน

ประเด็นต่อมาคือ New Security ที่รัฐบาลกำลังมอง ต้องถามว่าอะไรคือพื้นฐานของเสถียรภาพในสังคมของเรา หากเป็นในยุคกรีก ความยุติธรรมนำมาซึ่งเสถียรภาพของสังคม ดังนั้นต้องทำให้มีความยุติธรรมเกิดขึ้นในทุกระดับ มีการแบ่งปันทรัพยากรและโอกาสที่เท่าเทียมและเป็นธรรม สิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งเสถียรภาพ และ National Security คือความมั่นคงของชาติที่แท้จริง

สำหรับกรอบของการปฏิรูปประเทศที่ทำกันอยู่ขณะนี้กำลังไปผิดทาง สิ่งอันตรายที่ต้องระวังคือตรรกะประเภทที่ว่า คนไทยยังไม่พร้อมสำหรับประชาธิปไตย การเมืองแบบเปิดอันตรายเพราะมีแต่ความขัดแย้ง พรรคการเมืองเต็มไปด้วยกลุ่มผลประโยชน์ นักการเมืองคอร์รัปชั่น บ้านเมืองแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพราะฉะนั้นจึงต้องจำกัดพื้นที่ทางการเมือง เพราะฉะนั้นสถานการณ์จึงไว้ใจไม่ได้ และจึงต้องวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเอาไว้ การวางกรอบสำหรับอนาคตประเทศแบบนี้จะทำให้คนรู้สึกอึดอัดเมื่อเราเดินต่อไป ความจริงการวางกรอบนั้นทำกว้างๆ ได้ แต่ถ้าไปลงรายละเอียดแล้วคนไม่มีส่วนร่วม จะทำให้เกิดความรู้สึกว่ากรอบนั้นแข็งเกินไป จะทำให้คนรู้สึกว่าเขาไม่มีส่วนร่วม และสุดท้ายจะทำให้เขารู้สึกว่าปัญหาแก้ไม่ได้ ไม่มีความหวังร่วมกัน

ฉะนั้น การเปิดพื้นที่ การกลับไปสู่ประชาชน ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของชาตินั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากต้องการเสริมความสามารถให้ไทยออกไปแข่งขันกับภายนอกได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องสร้างประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อประชาชน

ดังนั้น ต้องเริ่มที่ฐานรากคือการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันของประชาชนเสียก่อน ด้วยการสร้างพื้นที่ใหม่ทางการเมืองที่เป็นการเมืองที่ถูกต้อง เป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้อง มิใช่การผูกโยงความชอบธรรมด้วยเสียงส่วนใหญ่เพียงเท่านั้น และมิใช่การปิดพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

ถ้าต้องการให้ประเทศไทยพร้อมสู้กับคนอื่นในโลกได้ ต้องนำเอาพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในสังคม ทุกระดับทุกภาคส่วน ทุกกลุ่ม ทุกสาขาวิชาทำอย่างไรให้เขามีพื้นที่และหันหน้าเข้าหากัน ข้อสำคัญที่สุดของการมีส่วนร่วมก็คือ ให้เขาเข้ามาสู่กระบวนการประชาธิปไตยที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ เราต้องเรียกคืนชื่อเสียงที่เสียไปของ “ประชาธิปไตย” ในเมืองไทยกลับคืนมา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท