posttoday
ทำไมควรฟังหม่อมอุ๋ยค้าน!

ทำไมควรฟังหม่อมอุ๋ยค้าน!

29 มีนาคม 2560

โดย...อานิก อัมระนันทน์คนอย่าง “หม่อมอุ๋ย” แทบไม่เคยลุกขึ้นแถลงข่าวในขณะที่ตนไม่มีตำแหน่งแห่งหนเป็นทางการ ผลจากการออกตัวครั้งก่อนสมัยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ทำให้การออกมาในสมัยนายกฯ ประยุทธ์ครั้งนี้ สมควรกระตุกสังคมให้ยั้งคิดเป็นอย่างยิ่งหม่อมอุ๋ย หรือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นคนเก่งที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมาตั้งแต่ยังหนุ่ม ช่วงที่เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็รักษาจุดยืนได้แม้ขัดใจรัฐบาล ถึงขนาดได้รางวัลผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งเอเชียจากเครือ Financial Times ช่วงหลังเป็น รมว.คลัง และรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจสมัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ล่าสุดก็เป็นรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจชุดแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสถาบันป๋วยอึ๊งภากรณ์ เป็นกรรมการและเลขานุการมูลนิธิอาจารย์ป๋วยฯครั้งก่อนที่ฮือฮา คือ เมื่อหม่อมอุ๋ยได้ออกมาคัดค้านนโยบายจำนำข้าวของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั้งๆ ที่มีข่าวลือว่าเป็นตัวเต็งรองนายกฯ ในรัฐบาลนั้น ซึ่งก็ไม่แปลกว่าในที่สุดไม่ได้เป็น...เพราะท่านไปคัดค้านนโยบายจำนำข้าวที่สำคัญสุดของเขา ต่อมาความจริงก็ได้พิสูจน์แล้วว่านโยบายนั้นสร้างความเสี

โดย...อานิก อัมระนันทน์

คนอย่าง “หม่อมอุ๋ย” แทบไม่เคยลุกขึ้นแถลงข่าวในขณะที่ตนไม่มีตำแหน่งแห่งหนเป็นทางการ ผลจากการออกตัวครั้งก่อนสมัยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ทำให้การออกมาในสมัยนายกฯ ประยุทธ์ครั้งนี้ สมควรกระตุกสังคมให้ยั้งคิดเป็นอย่างยิ่ง

หม่อมอุ๋ย หรือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นคนเก่งที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมาตั้งแต่ยังหนุ่ม ช่วงที่เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็รักษาจุดยืนได้แม้ขัดใจรัฐบาล ถึงขนาดได้รางวัลผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งเอเชียจากเครือ Financial Times ช่วงหลังเป็น รมว.คลัง และรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจสมัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ล่าสุดก็เป็นรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจชุดแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสถาบันป๋วยอึ๊งภากรณ์ เป็นกรรมการและเลขานุการมูลนิธิอาจารย์ป๋วยฯ

ครั้งก่อนที่ฮือฮา คือ เมื่อหม่อมอุ๋ยได้ออกมาคัดค้านนโยบายจำนำข้าวของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั้งๆ ที่มีข่าวลือว่าเป็นตัวเต็งรองนายกฯ ในรัฐบาลนั้น ซึ่งก็ไม่แปลกว่าในที่สุดไม่ได้เป็น...เพราะท่านไปคัดค้านนโยบายจำนำข้าวที่สำคัญสุดของเขา ต่อมาความจริงก็ได้พิสูจน์แล้วว่านโยบายนั้นสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยอย่างมากมหาศาล รวมทั้งมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดข้าวและเหล่าชาวนามาจนปัจจุบัน

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หม่อมอุ๋ยได้แถลงข่าวคัดค้านการตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ ที่มีการสอดไส้เข้าไปในร่างแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียมที่จะเข้าสู่วาระการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันที่ 30 มี.ค. 2560 ในวาระที่ 2 และ 3

* เหตุผลเชิงหลักการ ** ของหม่อมอุ๋ย คือ “เรามีรัฐวิสาหกิจที่ทำหน้าที่บรรษัทน้ำมันแห่งชาติได้ดีอยู่แล้ว ถ้ามีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติใหม่เกิดขึ้นมา และใช้อำนาจที่มีกฎหมายรองรับ ดึงกรรมสิทธิ์ของพลังงานทุกชนิดมาอยู่ที่บรรษัทใหม่แห่งนี้ วิสาหกิจและกิจการของบริษัทพลังงานต่างๆ หลายแห่งจะดำเนินอยู่ต่อไปได้อย่างไร กิจการเหล่านี้เป็นกิจการขนาดใหญ่ หากต้องหยุดลง ปัญหาอาจลุกลามจนเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจได้ และบรรษัทใหม่ซึ่งยังไม่มีประสบการณ์จะพัฒนาตนเองให้สามารถรองรับความเจริญทางเศรษฐกิจได้เพียงพอหรือ? จะสามารถรับมือกับปัญหาและพัฒนาการใหม่ๆ ของกิจการพลังงานได้หรือ?...”

“กิจการน้ำมันของประเทศก็จะถอยหลังไป ผมจำได้ว่าเมื่อ 50 ปีก่อน ...เรามีน้ำมัน ‘สามทหาร’ ของไทย ที่มีส่วนการตลาดน้อยมากและถูกครอบงำโดยบริษัทน้ำมันต่างชาติเป็นสำคัญ ต่อมาเราก่อตั้งการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) เป็นรัฐวิสาหกิจ ที่ทำหน้าที่เสมือนบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ...ปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 เหนือกว่าบริษัทน้ำมันต่างชาติทั้งหมด”

** เหตุผลเชิงให้ฉุกคิด ** จดหมายเปิดผนึกหม่อมอุ๋ยเล่าถึง “ความแปลกประหลาด” ตั้งแต่การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดทางให้ใช้ระบบแบ่งปันผลผลิตและระบบจ้างผลิตได้ นอกเหนือจากระบบสัมปทานตามคำเรียกร้องของคนบางกลุ่ม มีอดีตนายทหาร 6 คน มาพบตามคำแนะนำของ นรม. โดยท่านเหล่านั้นบอกว่าร่าง พ.ร.บ.นี้ยังขาดอีก 1 เรื่อง คือ การจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ หลังจากนั้นก็มีการใช้กำลังภายในรูปแบบต่างๆ เป็นเวลาเกือบ 2 ปี จนในที่สุดเรื่องนี้ก็ “สอดไส้” เข้ามาอยู่ในมาตรา 10/1 ในร่าง พ.ร.บ.

“คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันก็ได้กระทำการที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน โดยการโอนอ่อนผ่อนตามให้มีการเพิ่มมาตราในเรื่องใหม่ดังกล่าว ทั้งที่รัฐบาลยังไม่มีนโยบายที่จะทำ และแม้กระทั่งการศึกษาถึงผลได้ผลเสีย ตลอดจนความจำเป็นในการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ รัฐบาลก็ยังไม่เคยทำไว้”

ดิฉันเองได้เคยเขียนเรื่องบรรษัทพลังงานไว้เมื่อหลายเดือนก่อน เหตุผลที่คัดค้าน อาทิ เรื่องประสิทธิภาพ ความเสี่ยงการทุจริตคอร์รัปชั่น (อย่างใหญ่หลวง) และภาพลวงของประชานิยมน้ำมันราคาถูก แต่บทความวันนี้ขอเน้นประเด็นฉุกคิดของหม่อมอุ๋ย

“สาเหตุที่ไม่ควรมีการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาตินั้น เป็นเพราะผมเองได้เคยเห็นข้อความในร่างที่มีผู้เตรียมการเพื่อเสนอจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ซึ่งระบุว่า “บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ เป็นผู้ถือสิทธิในทรัพยากรปิโตรเลียมทุกชนิดของประเทศ” และ “ในระยะเริ่มต้นของการดำเนินงาน ให้กรมพลังงานทหารเป็นหน่วยงานที่บริหารบรรษัทน้ำมันแห่งชาติไปก่อน...”

ดิฉันเองสงสัยมานานแล้วว่า ทำไมรัฐบาลทหารที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จจึงโอนอ่อนต่อกลุ่มคนที่ชอบบิดเบือนข้อมูลใส่ร้ายป้ายสีเรื่องพลังงานซึ่งก็เป็นกลุ่มที่ชูธงเรียกร้องบรรษัทพลังงานแห่งชาติ ทีแรกนึกว่าเป็นการจงใจผ่อนปรนเพื่อถ่วงภาพลักษณ์การใช้ไม้แข็งกับเสื้อแดง แต่จากข้อมูลของหม่อมอุ๋ย “ภาคประชาชน” อาจเป็นเพียงเครื่องมือของทหารบางกลุ่มใช่หรือไม่?

ถ้าเป็นอย่างที่หม่อมอุ๋ยเล่า การจัดตั้งบรรษัทพลังงานอาจถือเป็นการกอบกู้เกียรติภูมิของทหารก็เป็นได้ แต่หากถูกมองว่าหาผลประโยชน์จะเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิหรือ? การเป็นมืออาชีพที่ขาวสะอาด สมกับที่ประชาชนจำนวนมากคาดหวังให้เป็นอัศวินม้าขาวเข้ามาแก้วิกฤตทางการเมืองน่าจะเป็นเกียรติภูมิที่แท้จริงสำหรับสถาบันทหารมากกว่าหรือไม่?

หม่อมอุ๋ยเคยคัดค้านนโยบายจำนำข้าวที่ทำแล้วเกิดความเสียหายใหญ่หลวง สนช.ต้องใคร่ครวญว่าถ้าจะฝืนทำสิ่งที่หม่อมอุ๋ยคัดค้านเที่ยวนี้ แม้จะช่วยกอบกู้เกียรติภูมิในโมหจริตของคนบางกลุ่มได้จริง แต่ท่านกำลังจะทำร้ายประเทศชาติหรือไม่?

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท