posttoday
ของฝากจากมุมไบ (3)

ของฝากจากมุมไบ (3)

28 มีนาคม 2560

โดย...นพ.วิชัย  โชควิวัฒนการเดินทางจากอินเดียไปชิคาโกในปัจจุบันใช้เวลาราว 1 วัน แต่ในปี 2436 ชีวิตยัง “เนิบช้า” (Slow Life) สวามีวิเวกานันทะ ออกเดินทางวันที่ 31 พ.ค.ถึงชิคาโก วันที่ 30 ก.ค. จึงใช้เวลารวม 2 เดือนเต็ม แต่ก็เป็นการจาริกที่คุ้มค่าเพราะสวามีวิเวกานันทะ แวะเยือนหลายเมืองในญี่ปุ่น ได้แก่ นางาซากิ โกเบ โยโกฮามา โอซากา เกียวโต และโตเกียว จากนั้นแวะจีนและแคนาดา ก่อนเข้าสหรัฐการประชุมสภาผู้แทนโลกเริ่มในวันที่ 11 ก.ย. การประชุมครั้งนั้นจัดโดยฆราวาสในศาสนาคริสต์ นิกายนิวเยรูซาเลม ซึ่งผู้ก่อตั้งคือ เอมานูเอล สวีเดนบองเจียน ร่วมกับ ชาร์ลส์ ซี.บอนเนย์ ผู้พิพากษาศาลสูงสุดแห่งมลรัฐอิลลินอยส์ ร่วมกับศาสนิกทุกศาสนาทั่วโลกเพื่อแสดง “เอกภาพของศาสนาต่างๆ ที่มุ่งกระทำความดีและเคร่งในศาสนาของตน” วิเวกานันทะไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุม ทั้งๆ ที่ตั้งใจเดินทางเพื่อไปร่วมประชุม สาเหตุเพราะมิได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ จากองค์กรใดให้เป็นผู้แทน วิเวกานันทะ จึงไปติดต่อขอความช่วยเหลือจาก ศ.จอห์น เฮนรี่ ไวท์ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเชิญเขาไปบรรยายที่ฮาร์วาร์ดก่อนหน้านั้น วิเวกานันทะ ยื่นใบส

โดย...นพ.วิชัย  โชควิวัฒน

การเดินทางจากอินเดียไปชิคาโกในปัจจุบันใช้เวลาราว 1 วัน แต่ในปี 2436 ชีวิตยัง “เนิบช้า” (Slow Life) สวามีวิเวกานันทะ ออกเดินทางวันที่ 31 พ.ค.ถึงชิคาโก วันที่ 30 ก.ค. จึงใช้เวลารวม 2 เดือนเต็ม แต่ก็เป็นการจาริกที่คุ้มค่าเพราะสวามีวิเวกานันทะ แวะเยือนหลายเมืองในญี่ปุ่น ได้แก่ นางาซากิ โกเบ โยโกฮามา โอซากา เกียวโต และโตเกียว จากนั้นแวะจีนและแคนาดา ก่อนเข้าสหรัฐ

การประชุมสภาผู้แทนโลกเริ่มในวันที่ 11 ก.ย. การประชุมครั้งนั้นจัดโดยฆราวาสในศาสนาคริสต์ นิกายนิวเยรูซาเลม ซึ่งผู้ก่อตั้งคือ เอมานูเอล สวีเดนบองเจียน ร่วมกับ ชาร์ลส์ ซี.บอนเนย์ ผู้พิพากษาศาลสูงสุดแห่งมลรัฐอิลลินอยส์ ร่วมกับศาสนิกทุกศาสนาทั่วโลกเพื่อแสดง “เอกภาพของศาสนาต่างๆ ที่มุ่งกระทำความดีและเคร่งในศาสนาของตน”

วิเวกานันทะไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุม ทั้งๆ ที่ตั้งใจเดินทางเพื่อไปร่วมประชุม สาเหตุเพราะมิได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ จากองค์กรใดให้เป็นผู้แทน วิเวกานันทะ จึงไปติดต่อขอความช่วยเหลือจาก ศ.จอห์น เฮนรี่ ไวท์ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเชิญเขาไปบรรยายที่ฮาร์วาร์ดก่อนหน้านั้น วิเวกานันทะ ยื่นใบสมัครระบุว่าเป็นพระ “ในลัทธินักบวช (สันยาสี) ที่เก่าแก่ที่สุด ก่อตั้งโดยศังกราจารย์”

เขาได้รับการรับรองจากผู้แทนพราหโมสมาชซึ่งร่วมอยู่ในคณะกรรมการคัดเลือกผู้เข้าร่วมประชุมด้วย ในที่สุดวิเวกานันทะก็ได้เข้าร่วมประชุมในฐานะตัวแทนนักบวชฮินดู

ในวันเปิดการประชุม วิเวกานันทะได้รับเชิญให้กล่าวปราศรัยสั้นๆ ในฐานะตัวแทนอินเดียและฮินดู เป็นครั้งแรกที่ต้องกล่าวปราศรัยในที่ประชุมใหญ่ท่ามกลางผู้เข้าประชุมระดับโลกนับพันคน วิเวกานันทะรู้สึกประหม่า เขาจึงภาวนาต่อพระแม่สุรัสวตี และเริ่มต้นทักทายผู้ฟังด้วยคำว่า “พี่สาว น้องสาว และพี่ชาย น้องชาย แห่งอเมริกา” (Sisters and Brothers of America)

ด้วยคำทักทายที่ทรงพลังดังกล่าว สวามีวิเวกานันทะได้รับเกียรติอย่างสูงจากผู้เข้าประชุมราวเจ็ดพันคน ด้วยการยืนปรบมือให้ยาวนานถึง 2 นาที

ไศเลนทรนาถ ธาร ซึ่งเข้าร่วมประชุมด้วย บันทึกไว้ว่า เมื่อเสียงปรบมือสงบลง วิเวกานันทะกล่าวต้อนรับชาติน้องใหม่ในนามของ “คณะสงฆ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก คือ ลัทธิพระเวทของคณะสันยาสี ศาสนาซึ่งสอนชาวโลกเรื่องขันติธรรม อันเป็นที่ยอมรับของสากล เขายก 2 วรรคจากพระคัมภีร์ที่ว่า “เช่นเดียวกับแม่น้ำหลากหลายสาย ที่มีต้นธารจากที่ต่างกัน ล้วนหลอมรวมลงสู่ท้องทะเล ด้วยเหตุฉะนั้น พระผู้เป็นเจ้า ทุกวิถีทางที่ผู้คนยึดถือ ผ่านเส้นทางที่แตกต่าง ปรากฏรูปแบบหลากหลาย ทั้งคดเคี้ยวและเหยียดตรง ทั้งปวงล้วนมุ่งสู่พระองค์!” และ “ผู้ใดก็ตามที่มุ่งมาสู่ข้า ผ่านรูปทรงใดๆ ก็ตาม ข้าเข้าถึงพวกเขา ทุกคนล้วนดิ้นรนผ่านเส้นทางหลากหลายซึ่งผลที่สุดแล้วล้วนนำมาสู่ข้า”

ไศเลนทรานาถ ธาร บันทึกไว้ว่า เป็นปาฐกถาสั้นๆ แต่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งที่ประชุมสภาโดยแท้

จอห์น เฮนรี แบร์โรว์ ประธานสภาผู้แทนศาสนาโลกครั้งนั้น กล่าวว่า “อินเดีย มารดาแห่งหลายศาสนา มีผู้แทนคือสวามีวิเวกานันทะ : นักบวชจีวรสีส้มซึ่งทรงอิทธิพลสูงสุดเหนือผู้เข้าร่วมประชุม”

ปาฐกถาสั้นๆ ครั้งนั้น ดึงความสนใจของสื่อมวลชนได้ทันที และตั้งฉายาเขาว่า “พระพายุจากอินเดีย” หนังสือพิมพ์นิวยอร์กเฮราลด์ บันทึกว่า “วิเวกานันทะคือบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในการประชุม เมื่อฟังเขาพูดแล้ว เราย่อมรู้สึกว่า เป็นการโง่เขลาที่สุดที่เราส่งมิชชันนารีไปเผยแผ่ศาสนาในประเทศที่คงแก่เรียนเช่นนี้” หนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับล้วนเขียนยกย่องทำนองเดียวกัน

หลังการประชุมสภาศาสนาโลกสิ้นสุดลง วิเวกานันทะได้รับเชิญเป็นแขกไปในที่หลายแห่งในสหรัฐเป็นเวลายาวนานเกือบ 2 ปี ทั้งในชิคาโก ดีทรอยต์ บอสตัน นิวยอร์ก ในปี 2437 เขาก่อตั้งสมาคมเวทานต์ในนิวยอร์ก ต่อมาได้รับนิมนต์ไปอังกฤษ ในปี 2438 และ 2439 ในปี 2438 เขาพบกับ มาร์กาเรต เอลิซาเบธ โนเบิล สตรีชาวไอริช ซึ่งต่อมาถือบวชเป็นซิสเตอร์นิเวทิตา ในปี 2439 เขาพบ แมกซ์ มูลเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญอินเดียศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ผู้เขียนชีวประวัติรามากฤษณะเป็นคนแรกในโลกตะวันตก ที่เยอรมนี เขาพบ พอล ดูส์เซน นักอินเดียศึกษาแห่งเยอรมนี

วิเวกานันทะได้รับเชิญให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย แต่ในฐานะพระผู้เป็นอนาคาริก เขาไม่สามารถรับตำแหน่งเช่นนั้นได้ จึงปฏิเสธ

วิเวกานันทะประสบความสำเร็จอย่างสูงในการก่อตั้งศูนย์เวทานต์หลายแห่ง และประยุกต์วิชาโยคะให้เหมาะกับชาวตะวันตก รวมทั้งการตีความโยคสูตรของปตัญชลีให้คนตะวันตกปฏิบัติได้ หนังสือ “ราชาโยคะ” ของเขาที่ตีพิมพ์ในปี 2439 ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่ง

หลังกลับคืนสู่อินเดีย วิเวกานันทะเดินทางแวะขึ้นบกที่ศรีลังกา ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เขาเดินทางโดยรถไฟมุ่งสู่กัลกัตตา ระหว่างทางผู้คนรวมกลุ่มขวางทางรถไฟเพื่อให้รถไฟหยุดให้เขาปราศรัย ทุกแห่งเขามุ่งเน้นการช่วยเหลือคนยากไร้ และส่งเสริมการสร้างชาติด้วยการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม และที่สุดคือการปลดปล่อยอินเดียสู่อิสรภาพ

ด้วยการทำงานหนัก ทำให้สุขภาพทรุดโทรม แต่วิเวกานันทะรับนิมนต์ไปตะวันตกอีกครั้ง เมื่อปี 2442 มีซิสเตอร์นิเวทิตา และสวามีตรัยนันทะ ร่วมไปด้วย ผ่านอังกฤษ ไปสหรัฐ แล้วย้อนมาบริตตานี เวียนนา อิสตันบุล เอเธนส์ อียิปต์ ฝรั่งเศส และกลับถึงกัลกัตตา เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2443 นอกจากการบรรยายแล้ว เขาได้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาเวทานต์และอาศรมอีกหลายแห่ง

สวามีวิเวกานันทะมีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งหอบหืด เบาหวาน และอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง เช้าวันที่ 4 ก.ค. 2445 เขาตื่นแต่เช้ามืด ประกอบสมณกิจและสอนศิษย์ แล้วได้กลับเข้าห้องพัก สั่งไม่ให้ใครรบกวน เขาละสังขารเมื่อเวลา 09.10 น. ระหว่างทำสมาธิ ลูกศิษย์บอกว่าท่านเข้าสู่ “มหาสมาธิ” โดยน่าจะดับขันธ์ด้วยโรคหลอดเลือดในสมองแตก เมื่ออายุได้ 39 ปีเศษ

คำสอนส่วนใหญ่ของสวามีวิเวกานันทะเป็นคำเทศน์หรือคำปราศรัย นำมาปรับปรุงแล้วตีพิมพ์เป็นหนังสือรวม 9 เล่ม

ไม่น่าเชื่อ หนังสือรวมงานฉบับสมบูรณ์ 9 เล่มนั้น จัดพิมพ์เป็นหนังสือปกแข็ง บรรจุกล่องใหม่เอี่ยม ผู้เขียนซื้อได้ที่มุมไบในราคาเต็มเพียง 1,300 รูปี  หรือราว 800 บาทเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ