
ศิริโชคแจงเข้าพบวิคเตอร์บูท
ศิริโชคเข้าชี้แจงกรณีเข้าพบ วิคเตอร์ บูท ต่อกมธ.ต่างประเทศ สภาฯ ที่มี "ต่อพงษ์" เป็นประธาน ขณะที่บรรยากาศชี้แจงดุเดือด จตุพรลั่นทนฟังพูดไม่ได้ก็ออกไป-ศิริโชคสวนไม่มีสิทธิมาไล่
ศิริโชคเข้าชี้แจงกรณีเข้าพบ วิคเตอร์ บูท ต่อกมธ.ต่างประเทศ สภาฯ ที่มี "ต่อพงษ์" เป็นประธาน ขณะที่บรรยากาศชี้แจงดุเดือด จตุพรลั่นทนฟังพูดไม่ได้ก็ออกไป-ศิริโชคสวนไม่มีสิทธิมาไล่
เมื่อเวลา 10.30 น. นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาชี้แจงข้อเท็จจริงประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้าพบ นายวิกเตอร์ บูท ผู้ต้องหาคดีค้าอาวุธ ต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการต่างประเทศ (กมธ.ต่างประเทศ) สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทยเป็นประธาน
นายต่อพงษ์ กล่าวก่อนการประชุมว่า การเชิญนายศิริโชคมาวันนี้ จะมีการซักถามในหลายประเด็น ทั้งประเด็นที่ได้รับการร้องขอจากนายวิคเตอร์ บูท กรณีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้เป็นที่กระจ่าง และเหตุผลของการที่นายศิริโชค นำตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปให้นายวิคเตอร์ บูท ดูด้วย
นายศิริโชค กล่าวชี้แจงว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากนายนิติภูมิ นวรัตน์ คอลัมม์นิสต์ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่ได้ไปรับฟังเรื่องเกี่ยวกับตนมาจากใครก็ไม่รู้ และนำเอามาเขียน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถือเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง และทางกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งหนังสือเตือนไปยังนายนิติภูมิครั้งหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ
การที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) นำเอาข้อมูลที่นายนิติภูมินำมาเขียนมาพูดในรัฐสภา ถือว่าเป็นเรื่องที่เชื่อถือไม่ได้และไม่มีน้ำหนักมากพอ นอกจากนี้การเดินทางไปพบกับนายวิคเตอร์ บูท ของคณะกรรมาธิการที่นำโดยนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น และนางฐิติมา ฉายแสงนั้น ทางคณะกรรมาธิการต้องตรวจสอบให้รอบคอบก่อนที่จะเดินทางไปพบนายวิคเตอร์ บูท เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของนักโทษค้าอาวุธคนนี้
นายศิริโชค กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่เดินทางไปพบกับนายวิคเตอร์ บูท เนื่องมาจากว่า กรณีที่มาของเครื่องบินที่นายวิคเตอร์ บูท มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นมาจากที่ใดกันแน่ เพราะเครื่องบินลำนี้อยู่ในบัณชีดำของทางสหรัฐอมเริกา และได้พบว่าที่อยู่ของเครื่องบินลำนี้มาจากประเทศรัสเซีย แต่กลับมาจอดอยู่ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ของประเทศไทย และเมื่อได้ตรวจสอบข้อมูลลึกลงไปจะพบว่าเครื่องบินลำดังกล่าวถูกโอนมาหลายครั้ง และได้มีการโอนไปให้พ่อค้าอาวุธสงครามชาวรัสเซียคนหนึ่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับนายวิคเตอร์ บูท และในปัจจุบันได้อาศัยอยู่ที่ประเทศมอนเตเนโกร
"สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่นายวิคเตอร์ บูท ไม่ได้บอกกับคณะกรรมาธิการ ได้แต่บอกว่าเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ นอกจากนี้การเดินทางของเครื่องบินลำนี้มีการลงจอดเพื่อโหลดของอยู่ตลอดเวลา เช่นในประเทศยูเครน และกรุงเปียยางของประเทศเกาหลีเหนือ มอนเตเนโกร หรือจะเป็นศรีลังกา จนมาถึงขากลับที่บินมาที่ประเทศไทยก่อนที่จะถูกจับ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกัน และมั่นใจว่าเครื่องบินลำนี้ขนอาวุธสงครามอย่างแน่นอน"นายศิริโชคกล่าว
ทั้งนี้ประเด็นที่สำคัญคือประเทศที่เครื่องบินลำนี้ผ่านกลับเป็นสถานที่ ๆ พำนักของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เกี่ยวข้องหรือไม่แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นการตั้งข้อสังเกตเท่านั้น ส่วนคดีความของนายวิคเตอร์ บูท ถูกทางสหรัฐอมเริกาตามเล่นงานอยู่นั้นคือกรณีการดักฟังโทรศัพท์ของทางสหรัฐฯกับทางนายวิคเตอร์ บูท ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ กับที่ถูกประเทศไทยจับ ฉะนั้นการเดินทางไปพบกัยนายวิคเตอร์ บูท ไม่ได้ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศรัสเซียแน่นอน
ด้าน นายจตุพร กล่าวว่า การกระทำของนายศิริโชคในขณะนี้ดูเหมืนอว่าจะเปรียบเสมือนกับมือปราบ กรณีที่นายศิริโชคอ้างถึงเครื่องบินที่ขนอาวุธสงครามมาโดยชายคาสัคสถาน 4 คนและชาวเบราลุสอีก 1 คนพร้อมของกลางนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่รัฐบาลทำอย่างไรกับเครื่องบินและคนเหล่านี้ เพราะเท่าที่ได้รับทราบมาว่าทางรัฐบาลได้ปล่อยตัวคนเหล่านี้ไปแล้ว และมีการอ้างว่าเป็นของร้อนต้องรีบปล่อยตัวไป ซึ่งหากจะมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ประเทศใด และหากมีเครื่องบินขนอาวุธสงครามบินผ่านนั้นต้องหมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีความเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธเถื่อน ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ปัญญาอ่อนสิ้นดี
"นายศิริโชค กำลังได้ใจหลังจากเดินทางไปประเทศสิงค์โปร์ เพื่อพบกับบริษัทเทมาเส็ก อยากจะเรียนว่าหากนายศิริโชคเป็นเพียง ส.ส.ซึ่งไม่ได้ไปยืนอยู่ด้านหลัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ใครจะไปเกรงใจนายศิริโชค ส่วนกรณีการเดินทางไปพบนายวิคเตอร์ บูท นายศิริโชคบอกว่าคณะกรรมาธิการอย่าไปเชื่อนายวิคเตอร์ บูท และนายศิริโชคไปพบเพื่อเจรจากับนายวิคเตอร์ บูท ทำไมการชี้แจงของนายศิริโชคเป็นเพียงการแก้ตัวเท่านั้น"นายจตุพรกล่าว
นายจตุพร กล่าวอีกว่า นายศิริโชคคงจะคิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศมหาอำนาจ ที่แสดงความอวดรู้โดยการออกมาพูดว่า ตัวเองนั้นรู้ว่าประเทศรัสเซียขายอาวุธสงคราให้กับประเทสใดบ้าง และการกระทำของนายศิริโชคทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของศาลไทยเอง ประเทศรัสเซียจึงมองว่ามีฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นปัญหาในวันนี้เกิดจากการไม่รู้หน้าที่ของความเป็นคนไทย ทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตกับประเทศมหาอำนาจ เช่นเดียวกับนางฐิติมา ที่อ้างว่าการที่นายศิริโชคเดินทางเข้าไปพบนายวิคเตอร์ บูทนั้นทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ
ด้านนายศิริโชคชี้แจงว่า การดำเนินคดีของทางรัฐบาลและกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยในตอนนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ฉลาด เพราะประเทศไทยจะได้ไม่ต้องมีความขัดแย้งกับประเทศใด ๆ วากจับตัวผู้ต้องหากได้และนำส่งกลับไปที่ประเทศของเขาให้ทำการดำเนินคดีกันเอง ส่วนกรณีการตั้งคำถามต่อนายวิคเตอร์ บูทนั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้มีความต้องการเพื่อที่จะต่อรองเรื่องคดีความแต่อย่างใด เพราะในวันนั้นคดีความของนายวิคเตอร์ บูทเป็นที่สิ้นสุดแล้ว ส่วนกรณีเรื่อง CIAนั้นนายวิคเตอร์ บูท เป็นคนตั้งคำถามว่ารู้ไหมว่าในประเทศไทยมี CIA อยู่กี่คน ซึ่งก็ตั้งคำถามกลับไปว่าแล้วรู้ไหมว่าประเทศไทยมี KGB อยู่กี่คน ซึ่งจะเห็นได้ว่ามันเป็นการสนทนาต่อเนื่อง และตนไม่ได้เป็นผู้เปิดประเด็นแต่อย่างใด
ตู่ลั่นทนไม่ได้ก็ออกไป-ศิริโชคสวนคุณไม่มีสิทธิมาไล่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการโต้เถียงระหว่างนายจตุพรกับนายศิริโชคนั้น ได้มีการปะทะคารมกันนอกรอบอยู่บ้าง เช่นการที่นายจตุพรกล่าวกับนายศิริโชคว่าหากทนตนพูดไม่ได้ก็ให้เดินออกไป
ขณะที่นายศิริโชคจึงโต้ตอบกลับไปว่า “คุณไม่มีสิทธิ์มาไล่ผม” หรือจะเป็นการกล่าวหากันว่าแต่ละฝ่ายมีการโกหกไปเรื่อย ๆ เช่นกรณีที่นายจตุพรไม่ยอมอ่านอาวุธ RPG ที่นายศิริโชคอ้างว่ามีการยิงอาวุธดังกล่าวเข้าไปในวัดพระแก้ว เพราะฉะนั้นนายจตุพรจึงพยายามที่จะไม่อ่านอาวุธที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตัวเองจึงละเว้นเอาไว้
ด้านนายจตุพรก็พยายามที่จะบอกว่าตัวเองไม่ได้โกหก และอ้างว่าตนไม่เป็นพวกสมองหมาปัญญาควายเหมือนกัน นอกจากนี้ยังมีการโต้เถียงกันถึงเรื่องการใช้ภาษอังกฤษที่มีความสามารถไม่เท่ากัน จนประธานคณะกรรมาธิการต้องประกาศพักการปรชุมประมาณ 5 นาทีเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้สงบอารมณ์ของตัวเอง







