posttoday
'ไวรัส เอ็น พี วี' นวัตกรรมวิจัย เพื่อผักปลอดภัย ยุคเกษตร 4.0

'ไวรัส เอ็น พี วี' นวัตกรรมวิจัย เพื่อผักปลอดภัย ยุคเกษตร 4.0

26 มีนาคม 2560

เทคโนโลยีชีวภาพถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเกษตรในประเทศไทย โดยเฉพาะโมเดลประเทศไทย 4.0

โดย...อาทิตย์ ลมูลปลั่ง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

เทคโนโลยีชีวภาพถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเกษตรในประเทศไทย โดยเฉพาะโมเดลประเทศไทย 4.0 ที่รัฐบาลเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากการวิจัยในประเทศมาช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าและพืชผลทางการเกษตร ซึ่งหากภาครัฐ เอกชน และองค์กรวิจัย สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพได้อย่างเหมาะสม เช่น สามารถทำให้พืชผลทางการเกษตรต่อสู้กับสภาพภูมิอากาศของโลก ภัยพิบัติ และโรคระบาดได้ ก็จะเป็นประโยชน์ภาคการเกษตรตามที่รัฐบาลตั้งใจอยากให้เป็น

ล่าสุดเป็นที่น่ายินดีว่าปัจจุบันองค์กรวิจัยอย่าง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สามารถสกัดไวรัส เอ็น พี วี ซึ่งเป็นไวรัสที่เกิดโรคกับแมลงชนิดหนึ่ง มีประสิทธิภาพในการทำลายแมลงศัตรูพืชได้สูงสุด เหมาะกับการนำมาใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืช เนื่องจากมีความเฉพาะเจาะจงต่อแมลงเป้าหมาย (หนอนกระทู้หอม หนอนกระทู้ผัก และหนอนเจาะสมอฝ้าย) มีความปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์ พืช และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาใช้ได้กับภาคเกษตรแล้ว

สัมฤทธิ์ เกียววงษ์ นักวิชาการอาวุโส โรงงานต้นแบบผลิตไวรัส เอ็น พี วี เพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืช ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งเป็นผู้วิจัย ไวรัส เอ็น พี วี กล่าวว่า ประเทศไทยมีการพัฒนาผลิตไวรัส เอ็น พี วี ที่จำเพาะต่อแมลงศัตรูพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจ 3 ชนิด ได้แก่ ไวรัส เอ็น พี วี ของหนอนกระทู้หอม ไวรัส เอ็น พี วี ของหนอนเจาะสมอฝ้าย และไวรัส เอ็น พี วี ของหนอนกระทู้ผัก โดยลักษณะการทำลายแมลงของไวรัส เอ็น พี วี นั้นจะทำให้แมลงเป็นโรคและตาย จากการที่ตัวอ่อนของแมลงได้กินไวรัสที่นำไปฉีดพ่นให้ปนเปื้อนอยู่บนใบพืชอาหาร เมื่อตัวอ่อนแมลงกินเข้าไปไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะอาหารของแมลงที่มีฤทธิ์เป็นด่าง อนุภาคไวรัสจะหลุดออกมาและเข้าทำลายเซลล์กระเพาะอาหาร ลักษณะอาการโรคเริ่มต้นจากหนอนจะกินพืชอาหารลดลง เคลื่อนไหวช้า เนื่องจากอนุภาคของไวรัสที่ขยายพันธุ์ทวีจำนวนมากขึ้นแพร่กระจายเข้าสู่ภายในลำตัวของแมลง เช่น เม็ดเลือด ไขมัน กล้ามเนื้อ ผนังลำตัว เป็นต้น

'ไวรัส เอ็น พี วี' นวัตกรรมวิจัย เพื่อผักปลอดภัย ยุคเกษตร 4.0

“เราใช้ประโยชน์จากไวรัส เอ็น พี วี เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้หนอนป่วยเป็นโรคตาย ซึ่งเราสังเกตเห็นในธรรมชาติ จากเดิมที่เราใช้สารเคมีฆ่าหนอนแล้วเกิดการดื้อสารเคมี ปัญหาสารพิษตกค้างในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม ทีนี้เมื่อเราพบว่าหนอนบางตัวป่วยเป็นโรคตาย เราก็นำเอาหนอนที่ป่วยเป็นโรคตายมาสกัดไวรัสออกมา แต่เนื่องจากนักวิจัยไม่มั่นใจว่าไวรัสที่สกัดได้เป็นสาเหตุที่ทำให้หนอนป่วยเป็นโรคตายหรือไม่ ดังนั้นจึงทำการทดสอบด้วยวิธีการนำเอาไวรัสที่สกัดได้ ซึ่งมีลักษณะเหมือนผลึกโปรตีนมาผสมน้ำและพ่นที่ใบพืช เมื่อหนอนมากินใบพืชก็ได้รับเชื้อไปด้วย และจากนั้นโปรตีนที่หุ้มไวรัส เอ็น พี วี เอาไว้ก็จะสลาย เนื่องจากสภาพเป็นด่างจัดในลำไส้ส่วนกลางของหนอน ไวรัสจะเริ่มเข้าทำลายที่ผนังลำไส้ และกระจายไปยังระบบเลือดและกล้ามเนื้อทุกส่วนของหนอนอย่างรวดเร็วทำให้หนอนตาย ซึ่งเป็นความสำเร็จในการวิจัย และใช้จุลินทรีย์ในการกำจัดแมลงศัตรูพืชแบบชีววิธีหรือใช้ธรรมชาติควบคุม” สัมฤทธิ์ กล่าว

ขณะนี้โรงงานต้นแบบผลิตไวรัส เอ็น พี วี เพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืช ศูนย์ไบโอเทค สามารถพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแล้วเสร็จ 2 ผลิตภัณฑ์ คือ ไวรัส เอ็น พี วี กระทู้หอม และไวรัส เอ็น พี วี กระทู้ผัก เพื่อจะถ่ายทอดให้ภาคเอกชนนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไป

ทั้งนี้ การใช้ไวรัส เอ็น พี วี นั้น นอกจากจะเป็นการใช้การกำจัดแบบธรรมชาติ ยังไม่เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค และยังมีจุดเด่นกว่าสารชีวภัณฑ์อื่นๆ คือ ศัตรูพืชไม่ดื้อยา NPV ทำให้กำจัดได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์และไม่ต้องเพิ่มอัตราการใช้เหมือนกับสารชีวภัณฑ์กำจัดแมลงชนิดอื่นๆ นอกจากนี้ NPV ยังมีคุณสมบัติที่เป็นเชื้อโรคที่จำเพาะต่อศัตรูพืช ดังนั้นหนอนที่ถูก NPV แล้วตายผิวจะบาง แตกง่าย เมื่อลมพัดไวรัสก็จะไหลไปอยู่บนใบพืช ทำให้หนอนตัวอื่นๆ ได้รับเชื้อและตายต่อๆ กัน หรือเรียกว่าเกิดการระบาดเองได้ตามธรรมชาติ

'ไวรัส เอ็น พี วี' นวัตกรรมวิจัย เพื่อผักปลอดภัย ยุคเกษตร 4.0

สำหรับวิธีการที่แนะนำ คือ ใช้พ่นเพื่อป้องกัน ซึ่งจะช่วยให้อัตราการใช้น้อยลง ต้นทุนการใช้ก็จะถูกลง ส่วนการพ่นเพื่อกำจัด อัตราการใช้ก็จะสูงกว่า จึงจะลดความเสียหายและควบคุมได้อย่างรวดเร็ว

ทีมวิจัยได้แนะนำว่า ควรใช้ไวรัส เอ็น พี วี ฉีดพ่นเพื่อป้องกัน ใช้เพียง 5-10 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ซึ่งเกษตรกรรุ่นใหม่อยากปลูกผักในเมืองอาจจะใช้ได้ง่ายๆ โดยผสมเอ็นพีวี 0.5-1 ซีซี ในน้ำ 1 ลิตร ง่ายๆ ก็สามารถพ่นที่ใบได้ เมื่อหนอนมากินใบหนอนก็ตาย

หากใครกำลังมองหาตลาดผักปลอดภัย ไม่ว่าจะปลูกรับประทานเองหรือปลูกขายเป็นอาชีพเสริม การใช้สารชีวภัณฑ์ในการกำจัดศัตรูพืชอย่าง “ไวรัส เอ็น พี วี” นับเป็นตัวเลือกที่ดีในการทำเกษตรสมัยใหม่ที่ปลอดภัยได้สุขภาพ

เบื้องต้นนวัตกรรมดังกล่าวได้ถ่ายทอดให้กับ บริษัท ไบร์ท ออร์แกนิก แต่หากประชาชนและผู้ประกอบการที่สนใจรับถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มเติม สามารถมาชมนวัตกรรมวิจัย “ไวรัส เอ็น พี วี” เพื่อผักปลอดภัย ได้ที่งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ระหว่างวันที่ 29-31 มี.ค. 2560 ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

'ไวรัส เอ็น พี วี' นวัตกรรมวิจัย เพื่อผักปลอดภัย ยุคเกษตร 4.0


ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท