
สหรัฐ บุญโพธิภักดี สานภารกิจเชิงรุก กฟผ.
การทำหน้าที่ของโฆษกที่ดีต้องให้ข้อมูลสาธารณะมากที่สุด และทำงานแบบเชิงรุก ให้ข้อมูลก่อนที่องค์กรของตัวเองจะดำเนินการ
โดย...ชนิกา สุขสมจิตร
“การทำหน้าที่ของโฆษกที่ดีต้องให้ข้อมูลสาธารณะมากที่สุด และทำงานแบบเชิงรุก ให้ข้อมูลก่อนที่องค์กรของตัวเองจะดำเนินการอะไรออกมาเพื่อให้ประชาชนรับทราบก่อน” สหรัฐ บุญโพธิภักดี รอง
ผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะโฆษก กฟผ. กล่าวถึงคำจำกัดความของหน้าที่โฆษกไว้
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่ในการจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้กับประเทศ มีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างทั่วถึง โดยภารกิจสำคัญในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาที่สังคมรับรู้ได้ก็คือ การผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2015) ซึ่งต้องยอมรับว่าการดำเนินนโยบายดังกล่าวยังต้องใช้ความพยายามสร้างความเข้าใจกับกลุ่มมวลชนที่เป็นห่วงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมนำไปสู่การคัดค้านในปัจจุบัน เรียกได้ว่า กฟผ.ต้องทำทุกรูปแบบเพื่อผลักดันให้มีโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้า 14 จังหวัดภาคใต้
สหรัฐ กล่าวไว้ว่า ทำงานที่ กฟผ.มาร่วม 35 ปี และเข้ามาทำหน้าที่โฆษก กฟผ. 2 ปีกว่า ยอมรับว่าที่ผ่านมาแม้ กฟผ.จะมีเรื่องที่ต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับสังคมหลายเรื่อง แต่ประเด็นที่หนักสุดเห็นจะเป็นเรื่องการชี้แจงต่อสาธารณะในเรื่องโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทั้งที่กระบี่และสงขลา เนื่องจากเป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจหลังมีกระแสมวลชนออกมาคัดค้านและต้องการให้ยุติโครงการ โดยเฉพาะสื่อมวลชนให้ความสนใจมาก ยิ่งช่วงนี้ทีวีดิจิทัลเยอะ ต้องทำงานเยอะ ต้องให้ข้อมูลชี้แจงในฐานะที่สวมหมวกโฆษก กฟผ.ตั้งใจจะบอกข้อมูลทุกช่องทางให้ทั่วถึงกันหมด
ขณะที่การทำความเข้าใจกับภาคสังคมหรือผู้ที่ไม่เห็นด้วยนั้น ในหลักการการให้ข้อมูลต้องเริ่มจากตัวองค์กรของ กฟผ.ก่อน ซึ่งมีพนักงานอยู่2.3 หมื่นคน อธิบายให้รับรู้ว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นอย่างไร ทั้งในเชิงเทคนิค สิ่งแวดล้อม ตลอดจนให้ข้อมูลการพัฒนาพลังงานโลกที่จะไปในทางพลังงานหมุนเวียน หลังจากนั้นจึงจะไปทำความเข้าใจกับคนภายนอก พูดง่ายๆ คือต้องทำให้คนในบ้านเข้าใจกันก่อน
ทั้งนี้ ในประเด็นถ่านหิน หลายคนยังติดภาพของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง อยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ดังนั้นการอธิบายชี้แจงข้อมูลต้องบอกทั้งข้อดีและข้อเสีย ที่ผ่านมายอมรับว่าไม่เคยกล่าวในประเด็นข้อเสียเลย ทำให้มีเสียงบ่นจากประชาชน และจากผู้คัดค้านว่า กฟผ.ไม่พูดเรื่องเหล่านี้ ดังนั้นกลยุทธ์ของทีมโฆษกจะต้องใช้ข้อมูลจริงที่มีอยู่ชี้แจงว่าถ่านหินมีข้อดีและไม่ดีอย่างไรควบคู่ไปด้วย แต่ต้องอธิบายว่าการปล่อยมลพิษมีแค่ไหน และ กฟผ.นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มากำจัดมลพิษที่เกิดขึ้นแบบไหน เพื่อสร้างความมั่นใจให้มากที่สุด
ปัจจุบัน กฟผ.ได้จัดทำคู่มือขึ้นมา 1 เล่ม รวบรวมเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตั้งแต่เหตุผลความจำเป็นที่ต้องมีโรงไฟฟ้า การป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษ และผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ โดยเนื้อหาต้องอ่านเข้าใจง่าย ไม่ใช่ปีนบันไดอ่าน เบื้องต้นกำหนดไว้ 1 หมื่นชุดไปแจกในพื้นที่ภาคใต้
สหรัฐ ย้ำว่า การจัดรับฟังความคิดเห็นรอบใหม่คงต้องขยายวงกว้างของพื้นที่ให้มากขึ้น เดิมกำหนดในรัศมี 5 กม.จากตัวโรงไฟฟ้าและท่าเทียบเรือแต่ครั้งนี้ต้องมองไปถึงเส้นทางที่เรือขนส่งถ่านหินผ่านด้วย ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว ทั้งนี้การจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมฉบับเดิม มีความเห็นจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ว่าควรให้เพิ่มน้ำหนักกับการประชาสัมพันธ์โครงการให้มากกว่านี้ ดังนั้นจากนี้ไป กฟผ.คงต้องปรับทัพกันใหม่ในเรื่องของการให้ข้อมูล
การเริ่มนับหนึ่งใหม่เพื่อจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แม้จะทำให้โครงการโรงไฟฟ้าล่าช้าหรือเลื่อนไปจากแผนเดิมอย่างน้อย 1-2 ปีแต่ถ้าทำให้ทุกฝ่ายมีความสบายใจ กฟผ.ในฐานะผู้ปฏิบัติก็พร้อมดำเนินตาม ส่วนข้อกังวลจะมีผลต่อการจัดหาไฟฟ้าให้กับภาคใต้นั้น ตามแผนเดิมโรงไฟฟ้ากระบี่จะต้องเสร็จในปี 2562 เมื่อเลื่อนออกไปอย่างน้อย 2 ปี ก็ต้องใช้วิธีดึงไฟฟ้าจากส่วนกลางมาเสริม ขณะเดียวกันก็ศึกษาการตั้งคลังลอยน้ำก๊าซธรรมชาติเหลว (เอฟเอสอาร์ยู) ในภาคใต้ รองรับการนำเข้า นั่นหมายถึงจะใช้ก๊าซฯ ในการผลิตไฟฟ้าแทน ทั้งนี้ก็เพื่อจัดหาไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการใช้ในอนาคต







