
ดีเอสไอ แจ้งข้อหาก่อการร้าย9ผู้ต้องหาแก๊ง"โกตี๋"-ศาลไม่ให้ประกัน
ดีเอสไอ นำ 9 ผู้ต้องหาเครือข่าย"โกตี๋" ฝากขัง แจ้งข้อหาก่อการร้ายเพิ่ม โยงม็อบแดงปี53 ศาลไม่ให้ประกันชี้โทษสูงถึงประหาร ถูกคุมส่งเข้าเรือนจำทันที
ดีเอสไอ นำ 9 ผู้ต้องหาเครือข่าย"โกตี๋" ฝากขัง แจ้งข้อหาก่อการร้ายเพิ่ม โยงม็อบแดงปี53 ศาลไม่ให้ประกันชี้โทษสูงถึงประหาร ถูกคุมส่งเข้าเรือนจำทันที
เมื่อวันที่ 25 มี.ค. เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นางปานฤดี บำเพ็ญบุญ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พร้อมกำลังได้ควบคุมตัว นายธีรชัย หรือระพิน อุตรวิเชียร อายุ 55 ปี นายธนโชติ วงศ์จันทร์ชมภู อายุ 57 ปี นายบุญส่ง คชประดิษฐ์ อายุ 54 ปี . นายประเทือง อ่อนละมูล อายุ 58 ปี นางปลิตา เรืองสุวรรณ อายุ 62 ปี นายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ อายุ 56 ปี ว่าที่ ร.ต.สุริยศักดิ์ ฉัตรพิทักษ์กุล อายุ 49 ปี นายอุดมชัย หรือแสนรัก นพสวัสดิ์ อายุ 60 ปี และน.ส.เอมอร วัดแก้ว อายุ 44 ปี รวม 9 คน ผู้ต้องหา คดี ร่วมกันก่อการร้าย มีอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียน ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครองได้ฯ โดยพนักงานสอบสวนระบุในคำร้องสรุปว่า ในช่วงปลายปี 2542 - 20 พ.ค.53 ต่อเนื่อง กัน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินคดีกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการณ์แห่งชาติหรือ นปช.หรือคนเสื้อแดงโดยกล่าวหาว่า ร่วมกันก่อการร้ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่บางส่วนเกี่ยวพันกันและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา คดีหมายเลขดำ อ.2542/53 ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า ยังมีกลุ่มบุคคลของนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณ ผู้ต้องหาตามหมายจับ 739/60 ลงวันที่ 22 มี.ค.2560 ซึ่งยังหลบหนี ได้ร่วมกันวางแผนสะสมอาวุธ อาวุธสงคราม และวัตถุระเบิด เพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายและก่อเหตุความไม่สงบขึ้นอีก กระทั่งวันที่ 18 มี.ค.60เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดล้อมวัดพระธรรมกาย และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อตรวจค้นใน 9 จุด 7 จังหวัด พบอาวุธสงคราม วัตถุระเบิดเครื่องกระสุนจำนวนมาก และอาวุธบางส่วนเกี่ยวพันกับการชุมนุมเมื่อปี 2553เอกสารการจัดกองกำลัง แผ่นซีดีกิจกรรมคนเสื้อแดง แผ่นตนาสัญญลักษณ์ นปช. ป้ายผ้าแดงระบุข้อความ"โกตี๋ แดงปทุมธานี " บ่งชี้ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 9 คน เป็นเครือข่ายนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ มีพฤติการณ์ร่วมกันสะสมกำลังหรืออาวุธ และสนับสนุนการก่อการร้ายปี 2553
ต่อมาวันที่ 24 มี.ค.พนักงานสอบสวนดีเอสไอ.ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ฐานร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันครอบครองอาวุธสงคราม และเครื่องกระสุน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ครอบครองได้ ฯ และอื่นๆ ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ
ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำพยานบุคคล ที่เกี่ยวข้องในคดีอีก 25 ปาก รอผลการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือ รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง และอื่น ๆจึงขอฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่25 มี.ค.- 5 เม.ย. นี้
ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน เนื่องจาก ผู้ต้องหาเป็นกลุ่มบุคคลที่นิยมความรุนแรง และมีพฤติการณ์ร่วมกันสะสมกำลังพล และอาวุธสงครามเพื่อก่อเหตุรุนแรงหรือเพื่อใช้ต่อสู้กับรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย หากปล่อยชั่วคราว เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปก่อเหตุรุนแรงอีก
ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ต่อมาญาติของนายธนโชติ ผู้ต้องหาที่ 2 และนายบุญส่ง ผู้ต้องหาที่ 3 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 6 แสนบาท และ 3 แสนบาทตามลำดับขอปล่อยชั่วคราว
อย่างไรก็ตามศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีตามข้อกล่าวหามีอัตราโทษสถานหนักสูงสุดถึงประหารชีวิต พฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะการกระทำเป็นขบวนการก่อให้เกิดความรุนแรงและความไม่สงบสุขในบ้านเมือง ทั้งพนักงานสอบสวนค้านการประกัน เพราะเกรงจะหลบหนีหรือไปก่อเหตุร้ายประการอื่นอีก ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยช่วคราว ระหว่างสอบสวนยกคำร้อง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวผู้ต้องหาชาย - หญิง ทั้ง 9 คน ไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพ และทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป







