posttoday
ไทยมองเลือกตั้งพม่า ทหารยังยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ

ไทยมองเลือกตั้งพม่า ทหารยังยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ

08 กันยายน 2553

นักวิชาการไทย ระบุ อย่าหวังเลือกตั้ง ทหารยังปฏิเสธถ่ายโอนอำนาจ จับตาการลงทุนจากชาติมหาอำนาจ ชี้ไทยเสียเปรียบความสัมพันธ์ กับพม่า เสียงน้อยในอาเซียน และมีเอี่ยวธุรกิจระดับนักการเมือง

นักวิชาการไทย ระบุ อย่าหวังเลือกตั้ง ทหารยังปฏิเสธถ่ายโอนอำนาจ จับตาการลงทุนจากชาติมหาอำนาจ ชี้ไทยเสียเปรียบความสัมพันธ์ กับพม่า เสียงน้อยในอาเซียน และมีเอี่ยวธุรกิจระดับนักการเมือง

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ประวัติศาสตร์พม่า: ความหลากหลาย อำนาจ ความรู้ และความเป็นอื่น” โดยนายสุเนตร ชุตินธรนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยตอนหนึ่งของการบรรยาย  กล่าวถึงสถานการณ์เลือกตั้งของพม่าว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนั้น ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ตรงนี้ต้องคิดไปไกลกว่าการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม เพราะขณะนี้คนกำลังให้ความหวังกับการเลือกตั้ง ในขณะนี้สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นฐานความคิดของผู้นำทหารพม่ามาแต่น้อย เพราะรัฐบาลทหารพม่าใช้เวลาเกือบ 20 ปีตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ลุกฮือของประชาชนและหลังจากมีการเลือกตั้งที่รัฐบาลปฎิเสธการถ่ายโอนอำนาจ สิ่งที่รัฐบาลพยายามที่จะทำคือทำอย่างไรไม่ให้ผลการเลือกตั้งออกมาแบบแล้วฝ่ายที่สนับสนุนประชาธิปไตยได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นในปี 1990 และจะไม่มีการถ่ายโอนอำนาจของรัฐจากกองทัพไปสู่ฝ่ายตรงข้าม แต่สิ่งที่น่าติดตามคือเรื่องการค้า การลงทุน และความเคลื่อนไหวของชาติมหาอำนาจหลังการเลือกตั้ง

นายสุเนตร วิเคราะห์ถึงมิติความสัมพันธ์ของไทยและพม่าว่า ปัจจุบันพม่าอยู่ในสถานะในเชิงความสัมพันธ์ที่ได้เปรียบหรือกดดันไทยมากกว่าที่ไทยกดดันพม่า มิติความสัมพันธ์เปลี่ยนไปอย่างยิ่งหลังปี 1990 เพราะพม่าเกิดความเปลี่ยนแปลง คือเลิกนโยบายปิดประเทศ (close door policy) และใช้นโยบายเป็นกลางคือการเข้าอาเซียน ซึ่งเปิดโอกาสให้พม่ามีทางเลือกมากกว่าแต่เดิม มากกว่าทางเลือกที่ใช้ไทยเป็นสะพาน เช่น แต่เดิมสินค้าไทยไปป้อนตลาดมืดในพม่า แต่ปัจจุบัน พม่าเป็นสาวเนื้อหอม โดยเฉพาะทรัพยากรที่มีมหาศาล ตลอดจนมีความสัมพันธ์กับจีนและอินเดีย รวมทั้งประเทศยุโรปเองที่ชูธงประชาธิปไตยก็อยากจะเข้าไปลงทุนเหมือนกัน โดยเฉพาะหลังเลือกตั้งก็คิดว่าน่าจะสามารถเข้าไปได้สักที เงื่อนไขนี้นโยบายของพม่ามาจากประเทศไทย หลังจากสมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการคา และสร้างประเทศให้เป็นนิกส์ คืออยากได้พลังงาน ทรัพยากร จากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พลังงานจากลาว ทรัพยากรจากพม่า

“โดยเฉพาะชนชั้นกลางทุกวันนี้ก็เสวยสุขจากทรัพยากรพม่า ทำให้อำนาจการต่อรองมันเปลี่ยนไป ไทยพยายามยืดหยุ่นมากขึ้น และมีน้ำหนักกับความสัมพันธ์ของพม่าในทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ แต่ที่สำคัญไทยไม่ได้กำหนดเกมอีกต่อไป แต่พม่าเป็นผู้กำหนด เช่น ไทยจะมา ก็บอกว่าอย่าเพิ่งมา ขอรับเกาหลีเหนือดีกว่า ทำให้ไทยดำเนินนโยบายต่อพม่าเป็นหลักๆคือ อย่างน้อยต้องมีไมตรีและสื่อสารได้เพื่อเอื้อประโยชน์ต่างๆที่เราเสวยอยู่ แม้ว่าจะเป็นรัฐบาลประชาธิปัตย์ก็ตามที เพราะมีนัยยะของการพึ่งพาที่เกี่ยวข้องกับนักธุรกิจที่เกี่ยวข้องทางการเมืองอยู่ด้วย จะเห็นว่ารัฐบาลไทยไม่เปลี่ยนนโยบายเท่าไร แต่จะเป็นดีกรีเท่านั้นเองว่าจะเอาใจมากหรือน้อยเท่านั้น” นายสุเนตรกล่าว

นายสุเนตร กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาสถานะไทยในความสัมพันธ์ของพม่า แต่ก่อนไทยได้เปรียบเพราะเสียงใหญ่ แต่ปัจจุบันเสียงจีนใหญ่กว่า และผู้ลงทุนอื่นที่มีกำลังมากกว่ามีเสียงใหญ่กว่า ขนาดอาเซียนคิดแล้วคิดอีกที่จะสัมพันธ์กับพม่า ไทยประเทศเดียวจะแสดงทีท่าแหวกแนวจากกระแสทั่วไปก็กังวลเหมือนกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะเราไม่มีอำนาจต่อรองแบบเดิม อันนี้วิเคราะห์จากมุมมองของการเป็นรัฐบาลและดูแลประชาชน 60 กว่าล้านและเอาทรัพยากรจากพม่ามา ตัวแปรเหล่านี้ต้องเอามาคิด

สำหรับนโยบายของคนย้ายถิ่นที่อาจจะทลักเข้ามาในประเทศไทยนั้น ผอ. สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากแรงานพม่า ถ้าเป็นจริงจะเดือดร้อนมาก ปัญหาคือเราไม่มีการจัดการที่เหมาะสม ปล่อยปละในหลายส่วนในการควบคุมพิทักษ์รักษา เกิดการกดขี่แรงงานต่างด้าว การปล่อยลักษณะนี้เอื้อประโยชน์ต่อคนหลายกลุ่ม การขูดรีด การกดแรงงาน ซึ่งรัฐบาลต้องมาดูระบบเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่การส่งกลับพม่า แต่ให้เหมาะสมกับเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และน่าจะเริ่มคิดถึงกลไกที่ไม่ให้เกิดการไหลอพยพ ท้ายที่สุดเราจะรับได้แค่ไหน แต่คิดว่าปัจจุบันไทยยังมีระบบจัดการไม่ดี ท้ายที่สุดก็ผลักออกไป พอต้องการก็หลับตาสักข้างก็เอามาใหม่ ปัญหาหลักคือการจัดระบบแต่การคืนคนให้พม่าเป็นเรื่องยาก

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท