posttoday
เปิดม่านยลไต้หวัน เรียนรู้แนวคิดเมืองสร้างสรรค์เวอร์ชั่น 4.0 ที่ ‘เกาสง’

เปิดม่านยลไต้หวัน เรียนรู้แนวคิดเมืองสร้างสรรค์เวอร์ชั่น 4.0 ที่ ‘เกาสง’

25 มีนาคม 2560

ทีมงานโลก 360 องศา ออกเดินทางจากกรุงไทเป มุ่งหน้าลงใต้สู่เมืองเกาสงโดยรถไฟความเร็วสูง

โดย...ทีมงาน โลก 360 องศา facebook : โลก 360 องศา youtube : โลก 360 องศา

ทีมงานโลก 360 องศา ออกเดินทางจากกรุงไทเป มุ่งหน้าลงใต้สู่เมืองเกาสงโดยรถไฟความเร็วสูง เสน่ห์ของการเดินทางโดยรถไฟตลอดช่วงเวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที ครั้งนี้คือการได้พบเห็นบ้านเมืองและวิถีชีวิตของคนไต้หวัน รวมทั้งทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม 2 ข้างทาง นับเป็นประสบการณ์ที่แสนจะคุ้มค่าในช่วงเวลาสั้นๆ 

“เกาสง” เป็นเมืองท่าสำคัญของเกาะไต้หวัน ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์หลายสมัย และพัฒนาขึ้นตามลำดับ โดยในยุคล่าอาณานิคม ชาวดัตช์ได้ใช้เมืองเกาสงเป็นศูนย์กลางการประมง เพื่อส่งออกสินค้าประมงไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์ ต่อมาระหว่างปี ค.ศ. 1895-1945 หรือเป็นระยะเวลากว่า  50 ปี ที่ไต้หวันตกอยู่ภายใต้ปกครองของญี่ปุ่น นับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ญี่ปุ่นได้เข้ามาพัฒนาเมืองเกาสงให้มีความเจริญก้าวหน้า กลายเป็นเมืองท่า เป็นอู่ต่อเรือ เป็นเมืองของอุตสาหกรรมหนัก และเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลส่งผลให้เมืองเกาสง กลายเป็นเมืองที่มีท่าเรือขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะไต้หวัน และติดอันดับ 1 ใน 4 ของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของโลก

เปิดม่านยลไต้หวัน เรียนรู้แนวคิดเมืองสร้างสรรค์เวอร์ชั่น 4.0 ที่ ‘เกาสง’ ทิวทัศน์รอบเมืองเกาสง

ก่อนที่จะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อภาคอุตสาหกรรมของไต้หวันเกิดการย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่มีค่าแรงถูก ซึ่งเป็นธรรมชาติของธุรกิจที่ต้องการทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด โรงงานจำนวนมากที่เมืองเกาสงจึงถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า กลายเป็นพื้นที่เก่า ไม่ได้เกิดประโยชน์ จึงเป็นที่มาของแนวคิดที่จะหาทางใช้ประโยชน์โรงงานเก่า หรือพื้นที่รกร้างว่างเปล่าเหล่านี้ ตามแนวทางการพัฒนาที่เรียกว่าเมืองสร้างสรรค์ หรือ Creative City อย่างที่หลายประเทศนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาประเทศที่เรียกว่า Version 4.0 เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในศตวรรษที่ 21

 “เกาสง” นับเป็นเมืองต้นแบบตามแนวคิดเมืองสร้างสรรค์ของไต้หวัน ที่เปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ โดยใช้  “ศิลปะ” เป็นตัวขับเคลื่อน มีการระดมความคิดและพลังสร้างสรรค์จากเหล่าศิลปิน และให้ประชาชนในท้องถิ่นมาร่วมกันสร้างสรรค์โดยอิงกับต้นทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นจนเกิดการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนขึ้นมา จากสถานที่รกร้างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หลายแห่งได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองไปในทันที หนึ่งในนั้นคือ “สถานกงสุลอังกฤษเก่า” ที่สร้างขึ้นตรงกับปี ค.ศ. 1879  ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางเมือง ทำหน้าที่บอกเล่าเส้นทางการค้าในอดีตของ
เกาสงได้เป็นอย่างดี

ต่อมาในปี ค.ศ. 1895 เป็นช่วงที่ไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น  สถานที่แห่งนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็นกรมอุตุนิยมวิทยา และได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงเจอพายุไต้ฝุ่นในปี ค.ศ. 1977 ซึ่งรัฐบาลเห็นความสำคัญของสถานที่แห่งนี้จึงได้บูรณะครั้งใหญ่ เพื่อที่จะให้เยาวชนคนรุ่นหลังๆ นั้นได้เรียนรู้ ว่าครั้งหนึ่งในอดีตนั้น “เกาสง” เคยเป็นเมืองท่าที่รุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เปิดม่านยลไต้หวัน เรียนรู้แนวคิดเมืองสร้างสรรค์เวอร์ชั่น 4.0 ที่ ‘เกาสง’ กราฟฟิตี้บนกำแพง ณ ศูนย์ศิลปะ Pier 2

“สถานกงสุลอังกฤษเก่า” เป็นอาคารทรงยุโรปสร้างขึ้นด้วยอิฐแดง บริเวณโดยรอบร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ตั้งตระหง่านบนเนินเขาจึงทำให้สถานที่แห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงเย็นที่นักท่องเที่ยวจะขึ้นมาดูพระอาทิตย์ตกดิน เป็นวิวที่ดูพระอาทิตย์ตกดินได้สวยที่สุดบนเกาะไต้หวัน ยิ่งมากับคู่รักจะยิ่งโรแมนติกอย่างที่สุด นอกจากสถานกงสุลอังกฤษเก่าที่ปรับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแล้ว แนวคิดเมืองสร้างสรรค์ที่เด่นชัดที่สุดของไต้หวัน ก็คือการเปลี่ยนโกดังที่รกร้างจำนวนมากที่ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือ โดยเรียกชื่อใหม่ว่าศูนย์ศิลปะ Pier 2 เป็นพื้นที่รวบรวมผลงานด้านศิลปะ โดยให้เหล่าศิลปินมารังสรรค์ผลงานด้านศิลปะ ผ่านงานประติมากรรมรูปปั้น กราฟฟิตี้บนกำแพง และหุ่นยนต์ต่างๆ

กลุ่มศิลปินท้องถิ่นของที่นี่รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง โดยเชื่อมโยงงานศิลปะกับพื้นฐานของวัฒนธรรมในพื้นที่ เห็นได้จากผลงานทางด้านประติมากรรม และรูปปั้นที่สะท้อนออกมาในรูปแบบของแรงงานชายที่มีร่างกายแข็งแรง กำยำ โดยมีค้อนและไขควงเป็นอาวุธประจำกาย เหมือนคนงานในยุคที่ท่าเรือรุ่งเรืองนั่นเอง และผลงานศิลปะส่วนใหญ่รังสรรค์มาจากเศษเหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นเมืองที่ถูกขับเคลื่อนด้วยภาคอุตสาหกรรมหนักเป็นหลัก ผนังของกำแพงโกดังถูกแต่งแต้มด้วยสีสัน และรูปปั้นตุ๊กตาน่ารัก ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูป และเพลิดเพลินไปกับงานศิลปะเหล่านี้  ซึ่งศูนย์ศิลปะ Pier 2 แห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่จัดงานใหญ่ที่สำคัญของโลกหลายครั้ง ทั้งเทศกาลศิลปะระดับโลก งานนิทรรศการแสดงศิลปะร่วมสมัย และเทศกาลงานดีไซน์ที่มีชื่อเสียง

ขณะเดียวกันก็ยังเป็นสถานที่ที่ดึงดูดให้เหล่าบรรดาศิลปิน นักสร้างสรรค์จากทั่วโลกมารวมตัวกันที่นี่  เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ทุกวันนี้จึงเรียกได้ว่า ศูนย์ศิลปะ Pier 2  เป็นศูนย์กลางที่ช่วยจุดไฟแห่งจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี

เปิดม่านยลไต้หวัน เรียนรู้แนวคิดเมืองสร้างสรรค์เวอร์ชั่น 4.0 ที่ ‘เกาสง’

อีกสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากศูนย์ศิลปะ Pier 2 จะเป็นที่ตั้งของชุมทางรถไฟเก่า หรือที่เรียกว่า ศูนย์วัฒนธรรมการรถไฟฮามาเซน (Hamasen Railway Cultural Park)  รัฐบาลไต้หวันได้ปรับเปลี่ยนชุมทางรถไฟเก่าแห่งนี้ เป็นศูนย์วัฒนธรรมการรถไฟฮามาเซน ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ให้กับชาวเมือง และนักท่องเที่ยวทั่วไป สถานที่แห่งนี้ยังถือว่ามีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองนี้ด้วย เพราะว่าก่อให้เกิดการจ้างงานจากการท่องเที่ยว เดิมทีชุมทางรถไฟเก่าแห่งนี้ เคยมีแนวคิดที่จะสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ขึ้น แต่ชาวบ้านต้องการได้พื้นที่สีเขียวมากกว่า รัฐบาลจึงปรับความคิดมาพัฒนาพื้นที่เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในพื้นที่ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปในตัวแม้ว่า “เกาสง” จะสูญเสียโอกาสในการพัฒนาทางด้านธุรกิจ ที่ไม่ได้สร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แต่ที่นี่กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความสุขของชาวเมือง ที่ได้มีโอกาสใช้เวลาว่างร่วมกันในพื้นที่สีเขียว มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั่นเอง

อีกตัวอย่างที่น่าสนใจ ที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาแบบสมัยใหม่โดยไม่ทิ้งรากเหง้าดั้งเดิมอย่างชัดเจนก็คือ ห้างสรรพสินค้า MLD มาจากชื่อเต็มว่า Metropolitan Living Development ซึ่งเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ภายในจะมีทั้งร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ และร้านหนังสือ ซึ่งในอดีตช่วงยุคทองภาคอุตสาหกรรมของเกาสง สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงงานอะลูมิเนียมที่สำคัญ ก่อนที่จะถูกปล่อยให้เป็นโรงงานร้าง

จนกระทั่งมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงสถานที่แห่งนี้ ให้กลายเป็นศูนย์การค้าที่ตอบสนองวิถีคนเมืองในศตวรรษที่ 21 ซึ่งตัวอาคารนั้นยังคงรูปแบบ และโครงสร้างเดิมของโรงงานไว้อย่างสมบูรณ์ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้มีโอกาสสัมผัสถึงความรุ่งเรืองในอดีต แต่ก็ไม่ลืมสิ่งที่คนในยุคปัจจุบันต้องการ เป็นการผสมผสานอย่างลงตัว

เปิดม่านยลไต้หวัน เรียนรู้แนวคิดเมืองสร้างสรรค์เวอร์ชั่น 4.0 ที่ ‘เกาสง’

นอกจากนั้น MLD ยังใช้แนวคิดของ Co-Working Space ด้วย โดยต้องการให้คนทุกเพศทุกวัย สามารถเข้ามาใช้บริการในพื้นที่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มวัยทำงาน ที่ต้องการเข้ามาใช้พื้นที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ทำงาน อ่านหนังสือ พรั่งพร้อมไปด้วยโต๊ะ เก้าอี้ ห้องประชุม สัญญาณอินเทอร์เน็ต กับการตกแต่งที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความผ่อนคลาย

“เกาสง” คือตัวอย่างของการพัฒนาเมืองที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในพื้นที่ที่ถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า ให้กลายเป็นสถานที่ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ มีความสวยงาม โดยไม่ละเลยต่อวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ สร้างให้เกิดประโยชน์และความมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง

 ติดตามเรื่องราวเหล่านี้ได้ทางรายการ โลก 360 องศา เสาร์นี้ ททบ.5

เปิดม่านยลไต้หวัน เรียนรู้แนวคิดเมืองสร้างสรรค์เวอร์ชั่น 4.0 ที่ ‘เกาสง’

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท