
มหาดไทย 4.0 (2)
โดย...สุธี มากบุญ รมช.มหาดไทยในบทความที่แล้ว (“มหาดไทย 4.0” เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2560) ผมได้กล่าวถึงโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายของกระทรวงมหาดไทยว่าจะเดินหน้าเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุค 4.0 อย่างไร โดยที่ได้เสนอนวัตกรรมของระบบติดตามประเมินผลแผนงาน โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด (PADME) ซึ่งเป็นความพยายามผนวกระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ และได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “มหาดไทย 4.0” ยังหมายมุ่งที่จะสร้างความเป็นรัฐที่เปิดกว้างไร้รอยต่อด้วยการสร้างฐานข้อมูลสารสนเทศภาครัฐขนาดใหญ่ ที่เป็นเอกภาพและบูรณาการ ซึ่งจะขอหยิบยกมาขยายความต่อในครั้งนี้ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะมีประสบการณ์ในเชิงลบ เมื่อต้องติดต่อกับราชการผ่านกระบวนงานบริการประชาชนของหน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่ซึ่งยังกำหนดให้ประชาชนต้องเตรียมเอกสารมากมายไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทั้งๆ ที่เอกสารเหล่านั้นเป็นเอกสารที่รัฐออกให้ทั้งสิ้น ขณะเดียวกันยังมีหน่วยงานภาครัฐอีกหลายแห่งที่ยังคงต้องใช้เวลาไปกับการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้อง การเสนอเอกสารที่ผ่านการกลั่นกรองโดยเจ้าหน
โดย...สุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย
ในบทความที่แล้ว (“มหาดไทย 4.0” เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2560) ผมได้กล่าวถึงโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายของกระทรวงมหาดไทยว่าจะเดินหน้าเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุค 4.0 อย่างไร โดยที่ได้เสนอนวัตกรรมของระบบติดตามประเมินผลแผนงาน โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด (PADME) ซึ่งเป็นความพยายามผนวกระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ และได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “มหาดไทย 4.0” ยังหมายมุ่งที่จะสร้างความเป็นรัฐที่เปิดกว้างไร้รอยต่อด้วยการสร้างฐานข้อมูลสารสนเทศภาครัฐขนาดใหญ่ ที่เป็นเอกภาพและบูรณาการ ซึ่งจะขอหยิบยกมาขยายความต่อในครั้งนี้
ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะมีประสบการณ์ในเชิงลบ เมื่อต้องติดต่อกับราชการผ่านกระบวนงานบริการประชาชนของหน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่ซึ่งยังกำหนดให้ประชาชนต้องเตรียมเอกสารมากมายไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทั้งๆ ที่เอกสารเหล่านั้นเป็นเอกสารที่รัฐออกให้ทั้งสิ้น ขณะเดียวกันยังมีหน่วยงานภาครัฐอีกหลายแห่งที่ยังคงต้องใช้เวลาไปกับการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน
การสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้อง การเสนอเอกสารที่ผ่านการกลั่นกรองโดยเจ้าหน้าที่หลายชั้น ยังไม่กล่าวถึงอุปสรรคด้านข้อกฎหมายของหน่วยงานแต่ละแห่งที่ยังไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไข ทำให้ภาระในการเข้ารับบริการภาครัฐตกอยู่แก่ประชาชน รวมถึงเป็นเหตุให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบจากเจ้าหน้าที่
รัฐบาลมีความพยายามที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่และฐานข้อมูลประชาชนที่หน่วยงานภาครัฐแต่ละแห่งถือครองอยู่เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปรับเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองของประชาชนเมื่อมาขอรับบริการจากภาครัฐไปพร้อมๆ กับการปรับปรุงกระบวนการให้บริการประชาชนของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งหมายความถึงการเพิ่มช่องทางบริการให้สะดวกทันสมัย ให้บริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว ลดการใช้เอกสารและไม่ขอข้อมูลที่รัฐมีอยู่แล้ว สามารถตอบสนองข้อร้องเรียนและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว มีกรอบเวลาและมาตรฐานการบริการที่ชัดเจน
ที่สำคัญคือการลดความเสี่ยงในการทุจริตของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันยังมุ่งพัฒนาระบบเพื่อยกระดับการบริหารภาครัฐเพื่อให้มีฐานข้อมูลประชาชนที่มีความถูกต้องเที่ยงตรง สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการวางนโยบายด้านสิทธิและสวัสดิการสังคมและการวางแผนบริหารจัดการเชิงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบแนวทางการดำเนินการบูรณาการฐานข้อมูลประชาชนและบริการภาครัฐตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยให้มีการจัดทำระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลประชาชนกลางโดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลประชาชนของทุกส่วนราชการกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งปรับปรุงระบบบริการประชาชนให้รองรับการใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) และระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลประชาชนกลางเพื่อตรวจสอบยืนยันตัวบุคคลและคุณสมบัติของผู้รับบริการแทนการเรียกสำเนาเอกสาร
สำหรับหน่วยงานกลางในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลประชาชนของส่วนราชการและทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการข้อมูลตามที่ส่วนราชการร้องขอ ก็คือสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง นับว่าเป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมเนื่องจากปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการข้อมูลกับส่วนราชการต่างๆ จำนวน 133 หน่วยงาน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์แบบทางเดียว นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา
ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลประชาชนกลางของทุกส่วนราชการให้เป็นระบบเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันส่วนราชการได้จัดทำฐานข้อมูลประชาชนของตนเองตามอำนาจหน้าที่ โดยใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เป็นดัชนีจัดเก็บข้อมูลแล้วเป็นจำนวนกว่า 41 หน่วยงาน เช่น ฐานข้อมูลผู้ขอหนังสือเดินทาง ผู้เสียภาษี ผู้มีรายได้น้อย ผู้รับสวัสดิการสังคม เป็นต้น
ในส่วนของเป้าหมายตามร่างแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการบูรณาการฐานข้อมูลประชาชนและการบริการภาครัฐ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560-2564) ได้กำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐมีฐานข้อมูลประชาชนที่มีมาตรฐาน สามารถเข้าถึง เชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนการใช้งานร่วมกันได้จำนวน 81 ฐานข้อมูล ในปี 2560 และ 185 ฐานข้อมูลอีก 5 ปีข้างหน้า และให้หน่วยงานภาครัฐให้บริการประชาชนแบบลดสำเนาการใช้เอกสารอย่างเต็มรูปแบบโดยใช้บัตร Smart Card ใบเดียวในการขอรับบริการ จำนวน 47 กระบวนการ ภายในปี 2560 และจำนวน 132 กระบวนงานภายในปี 2564
และตัวอย่างที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรม คืองานของกรมที่ดินในการใช้บัตรประจำตัวประชาชนใบเดียวเพื่อขอรับบริการ 3 ด้าน ได้แก่ การขอตรวจสอบหลักทรัพย์ การขอหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและห้องชุด และการขอสำเนาภาพลักษณ์เอกสารสิทธิที่ดินและห้องชุด ภายใต้ระบบฐานข้อมูลที่ดินออนไลน์ โดยปัจจุบันสามารถให้บริการได้แล้วในสำนักงานที่ดิน 73 แห่ง และคาดว่าจะให้บริการได้ ณ สำนักงานที่ดิน 459 แห่งทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.นี้ การพัฒนาระบบดังกล่าวดำเนินการควบคู่ไปกับการให้บริการข้อมูลที่ดินซึ่งนับจากเดือน ก.พ. 2560 จนถึงปัจจุบันมีผู้เข้าสืบค้นข้อมูลรูปแปลงที่ดิน ตำแหน่ง เนื้อที่ ราคาประเมิน ค่าธรรมเนียมภาษีอากร ประกาศค่าใช้จ่ายในการรังวัด และคิวรังวัดได้ทางเว็บไซต์และสมาร์ทโฟนแล้วกว่า 10 ล้านครั้ง
นอกจากการบูรณาการฐานข้อมูลประชาชนและการบริการภาครัฐแล้ว กระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ยังเป็นเจ้าภาพหลักในการบูรณาการข้อมูลแผนงานและโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งสิ้น 6 กระทรวง 27 หน่วยงาน ร่วมกันออกแบบและจัดทำฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานในลักษณะ Single Map เพื่อใช้เป็นแผนหลักในการดำเนินงานด้านการผังเมือง ซึ่งจะแสดงข้อมูลใน 4 ด้าน
ได้แก่ (1) ด้านคมนาคมและขนส่ง ทั้งทางหลวง ถนน ระบบราง และระบบ Terminal (สนามบิน ท่าเรือ สถานีขนส่งสินค้า) (2) ด้านแหล่งน้ำ ได้แก่ เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ฝาย ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ คลองส่งน้ำ และคลองระบายน้ำ (3) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ระบบประปา ไฟฟ้า ระบบบำบัดน้ำเสีย สถานที่กำจัดขยะ สถานีดับเพลิง โรงฆ่าสัตว์ พลังงาน และ (4) ด้านผังเมือง ซึ่งจะแสดงทั้งผังประเทศ ผังภาค ผังอนุภาค ผังเมืองรวม/ชุมชน และผังเมืองเฉพาะ โดยสามารถแสดงข้อมูลในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือ GIS และข้อมูลเอกสารรายงานแผนภาพแสดงความเชื่อมโยงระบบโครงสร้างพื้นฐานซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งในระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัด
การบูรณาการฐานข้อมูลสารสนเทศภาครัฐขนาดใหญ่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการยกระดับระบบบริการประชาชนของประเทศและพัฒนาการบริหารภาครัฐที่จะทำให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอต่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย ตลอดจนเพิ่มช่องทางและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนตามสิทธิที่พึงได้รับอย่างครบถ้วน และจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างให้เกิดสภาพแวดล้อมสู่อนาคตอันเป็นส่วนหนึ่งของประเด็นยุทธศาสตร์กระทรวงมหาดไทยเพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ของประเทศและยกระดับสู่ประเทศไทย 4.0 ต่อไป







