
"พล.ต.ท.อิทธิพล"ขอความเป็นธรรมปมถูกข้อหาทุจริตจักรยานยนต์ตำรวจ
พล.ต.ท.อิทธิพล ขอความเป็นธรรม ปม ปปช.มีมติกล่าวหาทุจริตล็อคสเปคซื้อจักรยานยนต์ "ไทเกอร์" ยันไม่เคยทุจริตในหน้าที่ทำงาน
พล.ต.ท.อิทธิพล ขอความเป็นธรรม ปม ปปช.มีมติกล่าวหาทุจริตล็อคสเปคซื้อจักรยานยนต์ "ไทเกอร์" ยันไม่เคยทุจริตในหน้าที่ทำงาน
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. พล.ต.ท.อิทธิพล พิริยะภิญโญ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีมติ 9 ต่อ 0 เสียง ให้ 4 นายพลตำรวจมีความผิดฐานทุจริตในการจัดซื้อ โดยล็อคสเป็ค เอื้อประโยชน์ให้บริษัทเดียวว่า หลังทราบเรื่องตนคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะทำงานมาทั้งชีวิตด้วยความซื่อตรง ซื่อสัตย์มาตลอด แต่กลับถูกแจ้งข้อหา และวินัยร้ายแรง ทั้งนี้อยากชี้แจงว่า เมื่อปี 2550 นั้นมีโครงการจัดซื้อรถจักรยานยนต์สำหรับสายตรวจทั่วประเทศ ซึ่งขณะนั้นตนดำรงตำแหน่งเป็นรองผบก.จว.ตราด โดยทางกองพลาธิการตำรวจ ได้มีการส่งหนังสือไปยัง บช.ภ.2 เพื่อให้ส่งตัวมา เพราะถือว่าเป็นหน่วยผู้ใช้ จึงส่งตัวมาเป็นตัวแทนในฐานะผู้ใช้เท่านั้น โดยร่วมเป็น1 ในคณะกรรมการเปิดซองประกวดราคา ซึ่งมีด้วยกัน 4 คน
"สำหรับขั้นตอนนั้น จะเริ่มจากคณะกรรมการซึ่งเป็นคนเลือกสเป็ครถให้ตรงกับความต้องการ ราคา คุณภาพ ต้องเหมาะสมกัน เมื่อเลือกได้แล้ว ก็มีบริษัทยื่นประมูล โดยขณะนั้นมี 3 บริษัท แต่อีก2 บริษัทติดเรื่องเอกสารไม่ครบถ้วน ทำให้บริษัทคาร์แทรคกิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของรถจักรยานยนต์ไทเกอร์สามารถเข้ามาถึงขั้นตอนของคณะกรรมการเปิดซองประกวดราคาได้เพียงรายเดียว ซึ่งพวกพี่มีหน้าที่ตรวจสอบผู้มีคุณสมบัติเสนอราคา เมื่อตรวจสอบเอกสาร และข้อมูล ตรงตามที่กำหนดไว้ และเหลือรายเดียวจึงไม่จำเป็นต้องประมูลราคา จากนั้นจึงได้ประมวลเรื่องไปให้ยังกองพลาธิการฯตรวจสอบอีกครั้งเพื่อประมวลว่ากรรมการทำถูกต้องหรือไม่ ก่อนส่งเรื่องให้ ผบ.ตร.และนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ซึ่งนั่นถือว่าเป็นการสิ้นสุดการทำหน้าที่แล้ว" พล.ต.ท.อิทธิพล กล่าว
พล.ต.ท.อิทธิพล กล่าวว่า ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจรับจะมีหน้าที่ในการตรวจสอบสินค้า ถ้าพอใจก็ทำเรื่องสั่งซื้อ ไปยังผบ.ตร. ซึ่งจะถูกนำเรื่องส่งต่อยังนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งซื้อ เนื่องจากเป็นการซื้อในวงเงินที่มีมูลค่าสูง ยืนยันว่าหลังจากหมดอำนาจหน้าที่ของตัวเองแล้ว ต่อไปก็จะมีการตัดสินใจสั่งซื้อหรือไม่ ย่อมไม่มีผลและไม่เกี่ยวกับตน รวมทั้งประเด็นที่ทางปปช.ระบุว่าตรวจสอบแล้วบริษัทดังกล่าวไม่มีศูนย์ซ่อมและตัวแทนจำหน่าย ซึ่งนั่นไม่ใช่หน้าที่ของตน เพราะมีผู้รับผิดชอบที่จะต้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบกรณีดังกล่าวอยู่แล้ว โดยหากเจ้าหน้าที่ไม่พบ ก็สามารถทำเรื่องขอยับยั้งการสั่งซื้อรถได้
พล.ต.ท.อิทธิพล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้กรณีที่ปปช.ระบุว่าเมื่อมีเพียงบริษัทคาร์แทรคกิ้ง จำกัด เท่านั้นที่ผ่านการเสนอราคาถูกต้อง แต่ทางคณะกรรมการประกวด หรือพวกตนกลับไม่ยอมยกเลิกการประกวดราคานั้น ขอชี้แจงว่า ตอนนั้น บริษัทดังกล่าวเข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนดเพียงบริษัทเดียว ซึ่งในหน้าที่ของตนนั้นไม่มีอำนาจสั่งซื้อ เพราะต้องส่งต่อให้คณะกรรมการอีกชุดที่มีหน้าที่ตรวจรับของ หากพบว่ายังไม่ควรสั่งซื้อกับบริษัทดังกล่าวก็สามารถตัดสินใจได้ทันที แต่ก็ไม่ได้ทำ เมื่อถูกแจ้งข้อหา กลับกลายเป็นพวกตนซึ่งดำรงตำแหน่งคณะกรรมการเปิดซองประกวดราคาเท่านั้นที่ถูกแจ้งข้อหา ขณะที่คณะกรรมการชุดอื่นๆที่รับผิดชอบหน้างานโดยตรงกลับไม่ถูกแจ้งข้อหาหรือแม้แต่เรียกมาสอบถามชี้แจงเลย
พล.ต.ท.อิทธิพล กล่าวว่า หลังจากนี้ตนจะทำหนังสือไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เพื่อชี้แจงเรื่องราวและขอความเป็นธรรม เพราะขอยืนยันว่าตนไม่ได้ทุจริต ซึ่งหากจะตั้งข้อหากระทำผิดทางวินัยร้ายแรงกับตนนั้น ขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบก่อน ขอให้ตนได้ชี้แจงเรื่องราวด้วย
อย่างไรก็ตามยืนยันว่ารถจักรยานยนต์ไทเกอร์นั้นสามารถใช้งานมาได้เกิน 5 ปี ซึ่งก็เทียบเท่ากับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงตามที่ปปช.ระบุไว้แต่อย่างใด
"มีคนเปรียบผลประโยชน์เป็นขนมเค้ก แบ่งๆกันไป คนละส่วน 2 ส่วน แต่ตั้งแต่ผมรับราชการตำรวจ ตั้งแต่ร.ต.ต. ผมคิดและเตือนตัวเองมาตลอดว่าขนมเค้กก้อนนั้นเป็นลาภอันมิควรได้ เพราะเค้กนั้นมียาพิษ และผมจะไม่มีวันกินมันเป็นอันขาด" พล.ต.ท.อิทธิพล ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีมติ 9 ต่อ 0 เสียง ให้ 4 นายพลตำรวจ ประกอบด้วย พล.ต.ท.ประชิน วารี ,พล.ต.ต.สมพงษ์ น้าเจริญ พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ และพล.ต.ท.อิทธิพล พิริยะภิญโญ อดีตคณะกรรมการจัดซื้อรถจักรยานยนต์ไทเกอร์ เพื่อใช้ในราชการตำรวจ จำนวน 19,147 คัน วงเงินกว่า 1,144 ล้านบาท ว่ามีความผิดฐานทุจริตในการจัดซื้อ โดยล็อคสเป็ค เอื้อประโยชน์ให้บริษัทเดียว โดยทั้งหมดเกษียณราชการหมดแล้ว เหลือเพียง พล.ต.ท.อิทธิพล พิริยะภิญโญ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. ที่ยังรับราชการอยู่นั้น







