
"ปึ้ง"อ้างออกพาสปอร์ตให้ทักษิณเสร็จในวันเดียวเป็นเรื่องปกติ
"สุรพงษ์" เผยสตช.-ศาลไม่มีหนังสือตอบว่าไม่ควรออกหนังสือเดินทางให้ทักษิณ ชี้ดำเนินการเสร็จวันเดียวเป็นเรื่องปกติ
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณากระบวนการถอดถอน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ กรณีการออกหนังสือเดินทางให้แก่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมิชอบ โดยเป็นขั้นตอนกระบวนการซักถามของกมธ.ซักถามต่อคู่กรณีคือป.ป.ช. และนายสุรพงษ์ มีข้อซักถามทั้งหมด 24 คำถาม เป็นการถามป.ป.ช. 18 คำถาม และนายสุรพงษ์ 6 คำถาม
ในส่วนข้อซักถามที่กมธ.ได้ซักถามป.ป.ช.นั้น ส่วนใหญ่เป็นคำถามเรื่องคุณสมบัติของนายภักดี โพธิศิริ อดีตกรรมการป.ป.ช.ที่มีปัญหาเรื่องการไม่ได้ลาออกจากกรรมการในบริษัทเอกชนภายในเวลา 15 วัน ก่อนเข้ามาเป็นป.ป.ช. จะมีผลทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นป.ป.ช.หรือไม่ รวมถึงการให้ป.ป.ช.ชี้แจงความผิดของนายสุรพงษ์ที่สั่งการให้หนังสือเดินทางแก่นายทักษิณภายในวันเดียว และกรณีที่นายสุรพงษ์อ้างว่า เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงต่างประเทศในการพิจารณาออกหนังสือเดินทางให้แก่นายทักษิณ ไม่ใช่เป็นอำนาจของรมว.ต่างประเทศ
ด้านน.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช. กล่าวตอบข้อซักถามของกมธ.ว่า ยืนยันว่า นายภักดีมีคุณสมบัติเป็นกรรมการป.ป.ช.ถูกต้อง การที่นายสุรพงษ์อ้างคำพูดของนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าสตง.ว่า นายภักดีไม่ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทเอกชนก่อนมารับตำแหน่งป.ป.ช.ภายในเวลาที่กำหนดนั้น คนที่จะชี้ขาดเรื่องนี้มีเพียงศาลรัฐธรรมนูญและวุฒิสภาเท่านั้น ไม่ใช่นายพิศิษฐ์ ซึ่งก่อนหน้านี้วุฒิสภาเคยลงมติไม่ถอดถอนนายภักดีมาแล้ว
ป.ป.ช.ยืนยันว่า การที่นายสุรพงษ์ใช้ดุลยพินิจออกหนังสือเดินทางให้นายทักษิณนั้น ทำผิดระเบียบกระทรวงต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทางอย่างชัดเจนเพราะมีเงื่อนไขว่า ไม่สามารถออกหนังสือเดินทางแก่ผู้มีคดีก่อการร้ายได้ และนายทักษิณอยู่ในบัญชีรายชื่อห้ามออกหนังสือเดินทาง แต่กลับมีการออกหนังสือเดินทางให้ ใช้เวลาแค่ 1 วัน โดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)และศาลว่า เป็นผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อห้ามออกหนังสือเดินทางหรือไม่
"การอ้างว่า เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงต่างประเทศพิจารณาออกหนังสือเดินทาง ไม่ใช่อำนาจรมว.ต่างประเทศนั้น ป.ป.ช.เห็นว่า นายสุรพงษ์สั่งการในฐานะรมว.ต่างประเทศให้ออกหนังสือเดินทางแก่นายทักษิณ เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะนายสุรพงษ์ไม่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปพิจารณา แต่สั่งการให้ยกเลิกคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางของนายทักษิณในสมัยนายกษิต ภิรมย์ เป็นรมว.ต่างประเทศ พร้อมกับสั่งให้ออกหนังสือเดินทางแก่นายทักษิณ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามการสั่งการของนายสุรพงษ์"น.ส.สุภากล่าว
ต่อมา กมธ.ซักถามได้ตั้งคำถาม นายสุรงพษ์ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ส่วนใหญ่เป็นคำถามเกี่ยวกับการใช้อำนาจ รมว.ต่างประเทศออกหนังสือเดินทางแก่นายทักษิณ เป็นการใช้ดุลยพินิจถูกต้องหรือไม่ และเหตุผลการเร่งรัดออกหนังสือเดินทางให้นายทักษิณภายในเวลา 1 วัน โดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูลจากสตช.และศาล
นายสุรพงษ์ชี้แจงตอบข้อซักถามว่า การสั่งออกหนังสือเดินทางให้นายทักษิณเป็นการวินิจฉัยทางการเมือง ซึ่งสามารถเห็นแตกต่างกันได้ ไม่ใช่การวินิจฉัยทางข้อกฎหมาย เพราะไม่เห็นว่านายทักษิณมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อประเทศไทย ส่วนระยะเวลาออกหนังสือเดินทางให้นายทักษิณ ภายในวันเดียวนั้น ปกติขั้นตอนการขอหนังสือเดินทางผ่านกรมการกงสุลต่างประเทศ ใช้วิธีส่งข้อมูลทางอิเลคทรอนิคส์มายังกรมการกงสุลในประเทศไทย หากคำถูกต้องตามหลักเกณฑ์ก็ดำเนินการได้ทันที ดังนั้นกรณีของนายทักษิณจึงสามารถดำเนินการได้ภายใน 1 วัน เป็นขั้นตอนปกติ
ส่วนที่ระบุว่า นายทักษิณมีรายชื่อติดแบล็กลิสต์นั้น ก่อนหน้านี้กระทรวงต่างประเทศได้สอบถามข้อมูลไปยังสตช.และศาลแล้ว แต่ไม่เคยมีหนังสือตอบกลับมาว่า ไม่ควรออกหนังสือเดินทางให้นายทักษิณ
นายสุรพงษ์กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ว่า จะมอบหนังสือเดินทางแก่นายทักษิณเป็นของขวัญปีใหม่นั้น เป็นแค่มุกในการให้สัมภาษณ์เพราะเป็นช่วงใกล้ปีใหม่เลยพูดเช่นนั้น แต่การดำเนินการของตนไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือหลักเกณฑ์ หรือสั่งให้ทำสิ่งผิดกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ป.ป.ช.และนายสุรพงษ์ตอบคำถามจากกมธ.ซักถามครบถ้วนทั้งหมด โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง นายพีระศักดิ๋ พอจิต รองประธานสนช. ในฐานะประธานที่ประชุมขณะนั้น แจ้งต่อที่ประชุมว่า ได้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาแถลงปิดคดีในวันที่ 29 มี.ค.และนัดพิจารณาลงมติจะถอดถอนหรือไม่ถอดถอนนายสุรพงษ์ในวันที่ 30 มี.ค.







