posttoday
วิตกการเมือง ไทยฮิตฆ่าตัวครึ่งปีตายอื้อ

วิตกการเมือง ไทยฮิตฆ่าตัวครึ่งปีตายอื้อ

08 กันยายน 2553

โพสต์ทูเดย์ — บ้านเมืองเครียด ดันยอดครึ่งปี 2553 คนไทยฮิตฆ่าตัวตายพุ่ง 3.17 คน ใน 1 แสนคน

นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า อัตราการฆ่าตัวตายของคนไทยยังเป็นปัญหาสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย มีรายงานข้อมูล 6 เดือนแรกของปี 2553 พบว่าอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าปีที่แล้วเฉลี่ยที่ 3.17 ต่อประชากร 1 แสนคน ซึ่งยอดรวมปี 2552 ไม่เกิน 5.72 ต่อประชากร 1 แสนคน จึงเกรงว่าหากครบ 1 ปีแล้วอัตราการฆ่าตัวตายจะเกิน 6 ต่อประชากร 1 แสนคน

นพ.วชิระ กล่าวว่า ปีนี้คาดว่าสาเหตุที่คนไทยฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น มาจากเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง สังคม โดยจังหวัดเชียงรายมีการฆ่าตัวตายสูงที่สุด ส่วนสาเหตุการฆ่าตัวตายซับซ้อนมากขึ้นและมาจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องความผิดหวังจากการเรียน เลียนแบบดารา ความบีบคั้นทางด้านจิตใจจากสงครามและปัญหาเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ได้มีการพัฒนาวิธีการฆ่าตัวตายมากมายถึง 16 วิธี เช่น การตัดหัว กรีดเส้นเลือดที่มือหรือที่คอ กระโดดน้ำตาย รมควันด้วยก๊าซพิษ ชอร์ตไฟฟ้า ใช้ระเบิด แขวนคอ กระโดดจากยานพาหนะ กระโดดสะพานและตึกสูง วางยาและกินยาตาย เผาตัวเอง เซปปุกุ หรือคว้านท้องแบบซามูไร ยิงตัวตาย อดอาหารประท้วง รบแบบพลีชีพ และฆ่าตัวตายทางอ้อม เช่น วิ่งให้รถชน

สำหรับสถิติขององค์การอนามัยโลก (ฮู) พบว่าทุก 40 วินาที จะมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ประเทศที่มีการฆ่าตัวตายสูงสุด ได้แก่ ประเทศลีทัวเนีย และรัสเซีย

ด้าน พญ.สมรัก ชูวานิชวงศ์ นายกสมาคมสายใยครอบครัว กล่าวว่า สังคมต้องหันมาร่วมกันป้องกันการฆ่าตัวตายของบุคคลใกล้ชิด

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง