
โค้งท้ายภาษีที่ดิน ลุ้นผ่านด่านอรหันต์ สนช.
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงในที่สุดร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการกฤษฎีกาและได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อส่งต่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาในโค้งสุดท้ายเพื่อออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไปทั้งนี้ มีการประเมินกันว่าร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเป็นอีกหนึ่งร่างกฎหมายที่มีการอภิปรายกันใน สนช.อย่างเผ็ดร้อน เพราะเป็นกฎหมายการเงินการคลังที่กระทบกับผู้คนวงกว้าง โดยเฉพาะคนรวยที่มีที่ดินจำนวนมาก และไม่ได้ใช้ประโยชน์จะต้องมีภาระเสียภาษีก้อนโตจากที่ไม่เคยต้องเสียภาษีมาเลยสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการกฤษฎีกา มีการกำหนดอัตราเพดานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้ 4 ประเภท ประกอบด้วย1.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมไม่เกิน 0.2%2.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยไม่เกิน 0.5%3.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากข้อ 1 และ 2 ไม่เกิน 2%4.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพไม่เกิน 5%สำหรับอัตราการจัดเก็บจริงตามกฎหม
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
ในที่สุดร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการกฤษฎีกาและได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อส่งต่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาในโค้งสุดท้ายเพื่อออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป
ทั้งนี้ มีการประเมินกันว่าร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเป็นอีกหนึ่งร่างกฎหมายที่มีการอภิปรายกันใน สนช.อย่างเผ็ดร้อน เพราะเป็นกฎหมายการเงินการคลังที่กระทบกับผู้คนวงกว้าง โดยเฉพาะคนรวยที่มีที่ดินจำนวนมาก และไม่ได้ใช้ประโยชน์จะต้องมีภาระเสียภาษีก้อนโตจากที่ไม่เคยต้องเสียภาษีมาเลย
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการกฤษฎีกา มีการกำหนดอัตราเพดานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้ 4 ประเภท ประกอบด้วย
1.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมไม่เกิน 0.2%
2.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยไม่เกิน 0.5%
3.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากข้อ 1 และ 2 ไม่เกิน 2%
4.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพไม่เกิน 5%
สำหรับอัตราการจัดเก็บจริงตามกฎหมายจะให้มีคณะกรรมการขึ้นมากำหนดอัตราที่เก็บจริงอีกครั้ง อย่างไรก็ตามคาดว่าผลกระทบส่วนใหญ่จะอยู่มีกับผู้เป็นเจ้าของที่ดินที่ทิ้งไว้ไม่ได้ทำประโยชน์เสียส่วนใหญ่ เพราะกฎหมายกำหนดว่าให้เริ่มเก็บภาษีที่อัตรา 2% ก่อน หากทิ้งไว้ไม่ได้ทำประโยชน์ให้เพิ่มการเก็บขึ้นทุก 3 ปี ปีละ 0.5% สุดท้ายไม่เกิน 5% ที่เป็นเพดานสูงสุด ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินภาษีต้องถือว่าไม่น้อย สำหรับอัตราเริ่มต้น 2% ถ้ามีที่ดิน 1 ล้านบาท ต้องเสียภาษี ปีละ 2,000 บาท มีที่ดิน 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษีปีละ 2 ล้านบาท มีที่ดิน 1,000 ล้านบาท ต้องเสียภาษีที่ดินปีละ 20 ล้านบาท ซึ่งประเด็นนี้จะเป็นประเด็นร้อนในสภาและอาจจะเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของร่างกฎหมายนี้จะผ่านสภาหรือไม่
หากไปดูร่างเดิมคลังเสนอให้ ครม.เห็นชอบก่อนส่งไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกากลั่นกรอง มีการกำหนดเพดานภาษีที่ดินและว่างเปล่าไว้สูงถึง 5% เพราะคลังต้องการให้มีการกระจายการใช้ที่ดินให้เป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจมากขึ้น อย่างไรก็ตามในชั้นของคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีการลดอัตราเพดานเหลือ 2% เพราะถูกล็อบบี้หนักจากผู้ที่ได้รับผลกระทบทางกฎหมาย
ยิ่งไปกว่านั้นการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีแนวคิดที่จะยุบอัตราเพดานภาษีที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าไม่ได้ทำประโยชน์ แต่กระทรวงการคลังไม่ยอม เพราะเห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นสาระสำคัญของกฎหมาย ทั้งเรื่องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การทำให้เกิดใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการหารายได้เพิ่มเติมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่เป็นผู้เก็บภาษี การที่ อปท.มีรายได้เพิ่มขึ้น ก็ทำให้ภาระการอุดหนุนของรัฐบาล หรือเท่ากับทำให้รายได้ของรัฐบาลมีเพิ่มขึ้นเพื่อไปลงทุนพัฒนาประเทศอื่น
สุดท้าย ครม.ก็อนุมัติตามที่คลังเสนอคือเพดานภาษี 5% สำหรับที่ดินรกร้างว่างเปล่า แต่เชื่อได้ว่าประเด็นอัตราเพดานภาษีที่ดินว่างเปล่าจะเป็นเป้าใหญ่ที่จะมีการวิ่งเต้นจากผู้ที่ได้รับผลกระทบผ่านสมาชิก สนช. เพื่อลดอัตราภาษีลงไปอีก ซึ่งเป็นงานที่ต้องวัดหัวใจของกระทรวงการคลัง เจ้าของกฎหมายว่าจะรักษาจุดยืนและอัตราเพดานที่เหมาะสมนี้ต่อไปได้หรือไม่ เพราะถือว่าได้ยืนยันในชั้นของคณะกรรมการกฤษฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ให้ยืนอัตราภาษีที่ 5% เท่ากับร่างเดิมที่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ เสนอให้สภาพิจารณาแต่เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลมาเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้ไม่ได้สานต่อและตีร่างกฎหมายดังกล่าวออกจากการพิจารณาของสภาไป
สำหรับประเด็นอื่นๆ คาดว่าจะมีการความร้อนแรงไม่มาก ทั้งอัตราการเก็บภาษีที่ดินเพื่อการเกษตรและภาษีที่ดินเพื่ออยู่อาศัยที่คาดว่าจะกำหนดอัตราเก็บจริงที่ต่ำมาก และกำหนดมูลค่าที่ดินที่ได้รับการยกเว้นไว้สูงโดยเฉพาะภาษีที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย หากไม่เกิน 50 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี ส่งผลให้คนที่มีบ้านประมาณ 98% อยู่ในช่วงที่ไม่ต้องเสียภาษี จะเหลือก็แต่คนรวยที่มีบ้านเกิน 50 ล้านบาท เพียง 2% ที่ต้องเสียภาษีแต่ในอัตราที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับภาษีที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า
ขณะที่ภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่น หรือภาษีที่ดินที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะหลักการผู้มีภาษีจะไม่เสียภาษีมากกว่าที่เคยเสียในกฎหมายเดิม และวิธีการจัดเก็บภาษีก็จะง่ายและเป็นธรรมมากขึ้น โดยการกำหนดภาษีต่อตารางเมตรที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ ลดการตีความเรื่องมูลค่าโครงการของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นปัญหาการเก็บภาษีที่ดินเพื่อการพาณิชย์ในอดีตอย่างมาก
นอกจากนี้ กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จากเดิมที่คาดว่า สนช.จะพิจารณาเสร็จในปีนี้ และมีผลบังคับในวันที่ 1 ม.ค. 2561 ทันที แต่ร่างล่าสุดได้มีการขยายเวลาบังคับใช้ออกไป โดยระบุไว้ในบทเฉพาะกาลกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างว่าจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 1 ปี ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีเวลาปรับตัว บริหารทรัพย์สินเพื่อลดภาษีจากภาษีที่จะเกิดขึ้นได้มาก
ดังนั้น สุดท้ายร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะผ่านการพิจารณาของ สนช.อย่างแน่นอน แม้ว่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนไม่น้อยวิ่งเต้นให้กฎหมายนี้ล้มซึ่งเป็นเรื่องยาก ทำได้เต็มที่ก็คือการวิ่งเต้นให้มีการแก้อัตราเพดานภาษีที่เก็บที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าให้ลดลงเท่านั้น
ในอดีตที่ผ่านมาร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังผลักดันมานานกว่า 30 ปี แต่รัฐบาลจากการเลือกตั้งไม่สนับสนุน เพราะทำให้เสียคะแนนนิยมทางการเมือง แม้ในสมัยของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่ผลักดันร่างกฎหมายนี้ได้ไกลที่สุดถึงการบรรจุไว้ในการพิจารณาของสภา แต่คนในรัฐบาลขณะนั้นจำนวนมากก็ไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุนกฎหมายดังกล่าว
แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการออกกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา แต่เมื่อถูกคัดค้านจากผู้ที่ได้รับผลกระทบเช่น คนมีบ้านอยู่อาศัย แต่แนวคิดก็จะยกเว้นภาษีบ้านที่ราคาไม่เกิน 1-2 ล้านบาทเท่านั้น ทำให้เกิดเป็นกระแสต่อต้านอย่างหนัก จนรัฐบาลประยุทธ์ต้องเบรกออกกฎหมายภาษีที่ดินชั่วคราว และปรับแก้จุดอ่อนที่จะทำให้กฎหมายนี้แท้งตั้งแต่ยังไม่เข้าสภา จนเป็นร่างล่าสุดที่กำลังถูกส่งให้ สนช.พิจารณา ซึ่งแม้ว่ายังเหลือประเด็นร้อนอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าน้อยลงกว่าร่างเดิมๆ ที่ผ่านมาอย่างมาก







