posttoday
พลิกกฎหมายคดีคานเหล็กหล่นใส่รถ "ถ้าเคลียร์กันไม่ได้ก็ต้องฟ้องร้อง"

พลิกกฎหมายคดีคานเหล็กหล่นใส่รถ "ถ้าเคลียร์กันไม่ได้ก็ต้องฟ้องร้อง"

22 มีนาคม 2560

"เกิดผล เเก้วเกิด"ทนายความดังชี้ถ้าคนไม่เจ็บกฎหมายประเทศไทยก็ไม่คุ้มครอง ยันเรียกค่าชดเชยยังไงก็ไม่เท่ากับต่างประเทศ

"เกิดผล เเก้วเกิด"ทนายความดังชี้ถ้าคนไม่เจ็บกฎหมายประเทศไทยก็ไม่คุ้มครอง ยันเรียกค่าชดเชยยังไงก็ไม่เท่ากับต่างประเทศ

จากกรณีอุบัติเหตุบริเวณแนวก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ถนนพหลโยธิน คานเหล็กร่วงลงมาทับรถยนต์ของ น.ส.สุรรณี ลาสุดี อายุ 33 ปี เป็นเหตุให้ตัวรถด้านหน้าได้รับความเสียหาย โชคดีคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาน.ส.สุรรณี พร้อมนายปรีชา สุขขวัญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และตัวแทนบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้าง เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พหลโยธิน เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหายและค่าทำขวัญต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากฝ่ายบริษัท อิตาเลียนไทยฯเห็นว่าข้อเรียกร้องที่ผู้เสียหายสูงเกินไป

ทั้งหมดนี้กำลังสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า ค่าสินไหมสดแทนที่ผู้เสียหายควรได้รับจากประสบการณ์เฉียดตายครั้งนี้ควรได้นั้นแค่ไหน เท่าไหร่ และอย่างไร

ในมุมมองของนักกฎหมาย "เกิดผล เเก้วเกิด" ทนายความอิสระ ให้สัมภาษณ์กับโพสต์ทูเดย์ว่า เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงไม่เข้าข่ายคดีอาญา ไม่มีความผิดฐานประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บเเละประมาททำให้เสียทรัพย์ด้วย เป็นเรื่องของทางเเพ่งล้วนๆ

"ทางเเพ่งเป็นเรื่องของการฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดเเทน หมายถึง ค่าเสียหาย ค่าทำขวัญ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ อยู่ที่ว่าเราเสียหายอะไร รถพัง ไม่มีรถใช้ ต้องซ่อมหรือถึงขนาดต้องซื้อใหม่ ก็ต้องตรวจสอบเเละพูดคุยตกลงกันไป ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็ต้องฟ้องร้อง เเต่คงเรียกร้องได้ไม่เท่ากับการบาดเจ็บ ช่างก็ไปประเมินราคาค่าซ่อมมา เครื่องพังก็เปลี่ยนใหม่ ขาดประโยชน์จากการใช้รถกี่วันก็ประเมินกันไป ถ้าคนไม่เจ็บกฎหมายประเทศไทยไม่คุ้มครอง กฎหมายให้เรียกเท่าที่เป็นจริง คุณคิดว่าเสียหายอะไรก็พูดมา ตกใจ ช็อกเข้าโรงพยาบาล ก็เอาใบวินิจฉัย ใบรับรองจากเเพทย์มา ต้องเสียขวัญเเละจ่ายเงินเท่าไหร่ ก็ว่ากันไป เเต่รับรองได้เลยครับ ไม่สามารถเรียกเงินชดเชยได้มากเท่ากับต่างประเทศ"

ทนายความรายนี้บอกว่า ต่างประเทศนั้นมุ่งเน้นเเละให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิเเละความปลอดภัยมากกว่าเมืองไทยที่ต้องได้รับผลกระทบหรือเสียหายก่อน

อย่างไรก็ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวคือ

มาตรา 438 ระบุว่า ค่าสินไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด อนึ่งค่าสินไหมทดแทนนั้นได้แก่การคืนทรัพย์สินอันผู้เสียหาย ต้องเสียไปเพราะละเมิด หรือใช้ราคาทรัพย์สินนั้น รวมทั้งค่าเสียหาย อันจะพึงบังคับให้ใช้เพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อันได้ก่อขึ้นนั้นด้วย

มาตรา 439 ระบุว่า บุคคลผู้จำต้องคืนทรัพย์อันผู้อื่นต้องเสียไปเพราะละเมิดแห่งตนนั้น ยังต้องรับผิดชอบตลอดถึงการที่ทรัพย์นั้นทำลายลง โดยอุบัติเหตุหรือการคืนทรัพย์ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุอย่างอื่นโดย อุบัติเหตุ หรือทรัพย์นั้นเสื่อมเสียลงโดยอุบัติเหตุนั้นด้วย เว้นแต่เมื่อ การที่ทรัพย์สินทำลาย หรือตกเป็นพ้นวิสัยจะคืนหรือเสื่อมเสียนั้น ถึงแม้ว่าจะมิได้มีการทำละเมิด ก็คงจะต้องตกไปเป็นอย่างนั้นอยู่เอง

พลิกกฎหมายคดีคานเหล็กหล่นใส่รถ "ถ้าเคลียร์กันไม่ได้ก็ต้องฟ้องร้อง"

เครดิตภาพ: FM91 Trafficpro. 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท