
ต่างชาติกังวลการเมืองไทย
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) แถลงดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนและดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยประจำเดือน มี.ค. 2560คเณศ วังส์ไพจิตร เลขาธิการ FETCO เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือน มี.ค. 2560 ที่มองไปอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 110.24 จุด ถือเป็นระดับทรงตัว หรือลดลง 8.58% จากเดือนก่อนที่อยู่ในระดับที่ร้อนแรงที่ 120.59 จุดหากดูแยกประเภทนักลงทุน มีแต่สถาบันในประเทศที่ดัชนีเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับที่ร้อนแรงที่ 132.25 จุด หรือ 1.73% ขณะที่ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติและรายบุคคลกลับลดลง มากสุดคือนักลงทุนต่างชาติที่ลดลงเหลือเพียง 100 จุด หรือ 16.67% จากเดือนก่อนซึ่งอยู่ที่ 120 จุด และรายบุคคลมาอยู่ที่ 106.41 จุด หรือลดลง 9.09%ประเด็นสำคัญ คือ นักลงทุนต่างชาติเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองภายในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งหายไปจากการสำรวจตลอดปี 2559 ที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะว่าทุกอย่างเริ่มเข้าสู่ในกระบวนการตามเวลาโรดแมปตามกรอบเวลาที่จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ส่วนปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นคือ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีผลทำให้เงินไหลเข้าและออก รวมถึงเศรษฐกิจในยูโรโซนปัจจัย
คเณศ วังส์ไพจิตร เลขาธิการ FETCO เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือน มี.ค. 2560 ที่มองไปอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 110.24 จุด ถือเป็นระดับทรงตัว หรือลดลง 8.58% จากเดือนก่อนที่อยู่ในระดับที่ร้อนแรงที่ 120.59 จุด
หากดูแยกประเภทนักลงทุน มีแต่สถาบันในประเทศที่ดัชนีเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับที่ร้อนแรงที่ 132.25 จุด หรือ 1.73% ขณะที่ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติและรายบุคคลกลับลดลง มากสุดคือนักลงทุนต่างชาติที่ลดลงเหลือเพียง 100 จุด หรือ 16.67% จากเดือนก่อนซึ่งอยู่ที่ 120 จุด และรายบุคคลมาอยู่ที่ 106.41 จุด หรือลดลง 9.09%
ประเด็นสำคัญ คือ นักลงทุนต่างชาติเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองภายในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งหายไปจากการสำรวจตลอดปี 2559 ที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะว่าทุกอย่างเริ่มเข้าสู่ในกระบวนการตามเวลาโรดแมปตามกรอบเวลาที่จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ส่วนปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นคือ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีผลทำให้เงินไหลเข้าและออก รวมถึงเศรษฐกิจในยูโรโซน
ปัจจัยบวก คือ การเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะออกมาดี ส่วนหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุดคือ ธนาคารพาณิชย์ที่การขยายของตัวสินเชื่อเริ่มดีขึ้นและ
การลดลงของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลง ส่วนที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดเหล็ก
สุรัตน์ จิรจรัสพร หัวหน้าฝ่ายบริการราคาตราสารหนี้และพัฒนาผลิตภัณฑ์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย คาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประชุมวันที่ 29 มี.ค.นี้ ระดับดัชนีคาดการณ์อยู่ที่ 51 จุด ซึ่งต่ำกว่าระดับดัชนีครั้งก่อนที่ 52 จุด แนวโน้มดอกเบี้ย กนง.ทรงตัว 1.5% ต่อไป จากที่การขยายตัวเศรษฐกิจในประเทศยังค่อยเป็นค่อยไปและอัตราเงินเฟ้อยังทรงตัวระดับต่ำ ขณะที่เชื่อว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว 5 ปี และ 10 ปี มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น เพราะเฟดมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยและอุปสงค์อุปทานในตลาดตราสารหนี้
วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ FETCO กล่าวว่า จากนี้ตลาดหุ้นไทยจะแกว่งตัวแคบออกด้านข้าง ซึ่งจะไม่ร้อนแรงเท่ากับประเทศกลุ่ม TIP อื่นอย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เพราะปีก่อนหุ้นไทยปรับขึ้นแล้วเกือบ 20% อีกทั้งมองว่าเม็ดเงินต่างประเทศที่ไหลออกจากประเทศตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเป็นเงินลงทุนระยะสั้นมากกว่า ขณะที่เม็ดเงินลงทุนระยะยาวยังอยู่ในไทยอยู่
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังคงเน้นมาจากการลงทุนของภาครัฐเป็นการขับเคลื่อนหลัก แต่ทั้งหมดต้องรอดูว่าภาคเอกชนจะมีการลงทุนที่ตามมามากแค่ไหน







