
ตั้งเอเยนต์ล้างสต๊อกอสังหาฯ
เซ็นจูรี่ 21 ชี้อสังหาฯ เร่งระบายสต๊อกคอนโดเหลือขายเพียบ ตัดสัดส่วนโควตาลูกค้าต่างชาติ 49% ให้เอเยนต์ต่างประเทศช่วยขายนายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายพยายามเร่งระบายสต๊อกคอนโดมิเนียมที่มีอยู่จำนวนมาก รวมไปถึงการที่จะเปิดขายโครงการใหม่ โดยได้ตัดสัดส่วน 49% ต่อโครงการที่ให้ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ได้ให้บริษัทตัวแทนขายหรือเอเยนต์ช่วยเร่งปิดการขาย เนื่องจากต้องการได้รายได้ที่เร็วขึ้น โดยเฉพาะอาศัยกำลังซื้อจากชาวต่างชาติที่ให้ความสนใจอสังหาฯ ในไทยมากขึ้น“ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการพยายามหาช่องทางใหม่ๆ เพื่อช่วยเร่งการขาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างทีมงานเองหรือทำการตลาดเอง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องปรับตัวหันมาใช้เอเยนต์ในการช่วยขายมากขึ้นโดยจะใช้ 2-3 ราย เพื่อเร่งปิดการขายได้เร็วในรูปแบบ Co Agent จากก่อนหน้าที่จะใช้รูปแบบ Sold Agent หรือเอเยนต์ รายใดเพียงรายเดียว” นายกิตติศักดิ์ กล่าวทั้งนี้ บริษัทได้ปรับตัว เช่น เน้นสิ่งที่บริษัทเชี่ยวชาญเรื่องการซื้อขายที่ดิน รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายท
นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายพยายามเร่งระบายสต๊อกคอนโดมิเนียมที่มีอยู่จำนวนมาก รวมไปถึงการที่จะเปิดขายโครงการใหม่ โดยได้ตัดสัดส่วน 49% ต่อโครงการที่ให้ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ได้ให้บริษัทตัวแทนขายหรือเอเยนต์ช่วยเร่งปิดการขาย เนื่องจากต้องการได้รายได้ที่เร็วขึ้น โดยเฉพาะอาศัยกำลังซื้อจากชาวต่างชาติที่ให้ความสนใจอสังหาฯ ในไทยมากขึ้น
“ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการพยายามหาช่องทางใหม่ๆ เพื่อช่วยเร่งการขาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างทีมงานเองหรือทำการตลาดเอง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องปรับตัวหันมาใช้เอเยนต์ในการช่วยขายมากขึ้นโดยจะใช้ 2-3 ราย เพื่อเร่งปิดการขายได้เร็วในรูปแบบ Co Agent จากก่อนหน้าที่จะใช้รูปแบบ Sold Agent หรือเอเยนต์ รายใดเพียงรายเดียว” นายกิตติศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับตัว เช่น เน้นสิ่งที่บริษัทเชี่ยวชาญเรื่องการซื้อขายที่ดิน รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งล่าสุดบริษัทใช้งบลงทุน 40 ล้านบาท เข้าซื้อกิจการบริษัท เอเจ้น ไดรฟ์ จากกลุ่มทุนในประเทศอังกฤษ เป็นออนไลน์ แพลตฟอร์ม มาสร้างเครือข่ายธุรกิจ หรือเป็นการสร้างเครือข่ายธุรกิจตัวแทนจำหน่ายในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งเอเจ้น ไดรฟ์ มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก ทั้งสมาชิกองค์กรและสมาชิกรายบุคคล ซึ่งจะสามารถนำเอาโครงการที่อยู่ระหว่างการขายของแต่ละโครงการไปทำการตลาดได้ทันที ซึ่งเครื่องมือได้ทำการตลาดมาแล้ว 1 ปีเศษ และบริษัทพิจารณาแล้วพบว่าเป็นเครืองมือที่ช่วยยอดขายได้ดี ที่จะมาช่วยการขายในรูปแบบออฟไลน์
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เข้าไปร่วมทุนกับบริษัท แองเจิล เรียลเอสเตท ซึ่งดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่มีการร่วมทุนกับทุนจีนและสิงคโปร์ เพื่อเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย จะให้ความสำคัญกับการทำตลาดในต่างประเทศ ซึ่งบริษัท แองเจิล เรียลเอสเตท มีเครือข่ายในต่างประเทศจำนวนมาก 700-800 รายในหลายเมือง เช่น จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย อินเดีย คูเวต ฝรั่งเศส และรัสเซีย
“หลังจากร่วมทุนกับบริษัท แองเจิลฯ ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าต่างชาติสนใจซื้ออสังหาฯ ในไทยมาก 7,000 ยูนิต ซึ่งในปีนี้บริษัทตั้งเป้าขายไว้ 1.5 หมื่นล้านบาท หรือ 3,500 ยูนิต จาก 15 โครงการที่นำออกไปขายตลาดต่างชาติ เห็นได้ชัดจากการที่ได้นำโครงการของ แอล.พี.เอ็น.ฯ เพชรบุรี-มักกะสัน และโครงการเดอะคีย์ สาทร-เจริญราษฎร์ของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งให้บริษัทเข้าไปช่วยทำการตลาดขาย จึงทำให้สามารถปิดการขายได้เร็วขึ้น โดยไปซื้อสิทธิสัดส่วน 49% มาดำเนินการทันที มีการการันตีภายใน 6 เดือนจะขายหมด ซึ่งบางโครงการสามารถขายได้ภายใน 1 เดือน หรือเร็วกว่านั้น แต่ผู้ประกอบการจะต้องปรับงบการตลาดมามุ่งกลุ่มลูกค้าต่างชาติมากขึ้น เช่น การการันตีผลตอบแทนสูง 7% เป็นต้น” นาย กิตติศักดิ กล่าว
สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาฯ ผู้ประกอบการที่มุ่งกลุ่มลูกค้ากลาง-ล่างแข่งขันสูง และตัวเลขการปฏิเสธสินเชื่อของกลุ่มลูกค้าระดับนี้ยังมีสูง ขณะที่ตลาดระดับบนลูกค้ามีจำกัด







