posttoday
วิกฤตเชิงโครงสร้าง ฉุดเศรษฐกิจซึมนาน

วิกฤตเชิงโครงสร้าง ฉุดเศรษฐกิจซึมนาน

21 มีนาคม 2560

นักเศรษฐศาสตร์เตือนเศรษฐกิจไทยเกิดวิกฤตเชิงโครงสร้าง จะซึมนานและอาจกลายเป็นวิกฤตต้มกบโดยไม่รู้ตัว เพราะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ระบุจีดีพีปีนี้โตได้ดีกว่า 3%สกนธ์ วรัญญูวัฒนา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน และแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในอนาคต ในหัวข้อ “เศรษฐกิจไทย 2560 : SOMTUM Crisis?!? (วิกฤตส้มตำ)” ว่า ในระยะสั้นเศรษฐกิจไทยยังไม่มีสัญญาณหรือวี่แววที่จะเกิดวิกฤต ไม่ว่าจะมองจากปัจจัยต่างประเทศหรือในประเทศ แต่เศรษฐกิจจะซึมๆ โตไม่สูง โดยปีนี้เศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยจะโต 3.3-3.5% สูงกว่าปีที่ผ่านมา“เศรษฐกิจไทยไม่มีสัญญาณที่จะเติบโตลดลงมากๆ ในระยะสั้นเหมือนในอดีตปี 2540 ที่เคยเป็นวิกฤต แต่จะโตช้า ซึมๆ ส่วนหนึ่งเพราะมีปัญหาในเชิงโครงสร้างที่เราต้องปรับตัว การปักธงเสนอแนวทางการพัฒนาไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลเป็นเรื่องที่ดี แต่องคาพยพที่จะไปถึงเป้าหมายยังต้องทำอีกหลายภาคส่วน หากปรับตัวไม่ได้ ไม่ว่าในเชิงประสิทธิภาพแรงงานหรือการศึกษา จะทำให้การเติบโตลดลงเรื่อยๆ ไม่สามารถก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางไปได้ ประเทศ อื่นๆ จะแซงหน้าเรา̶

นักเศรษฐศาสตร์เตือนเศรษฐกิจไทยเกิดวิกฤตเชิงโครงสร้าง จะซึมนานและอาจกลายเป็นวิกฤตต้มกบโดยไม่รู้ตัว เพราะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ระบุจีดีพีปีนี้โตได้ดีกว่า 3%

สกนธ์ วรัญญูวัฒนา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน และแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในอนาคต ในหัวข้อ “เศรษฐกิจไทย 2560 : SOMTUM Crisis?!? (วิกฤตส้มตำ)” ว่า ในระยะสั้นเศรษฐกิจไทยยังไม่มีสัญญาณหรือวี่แววที่จะเกิดวิกฤต ไม่ว่าจะมองจากปัจจัยต่างประเทศหรือในประเทศ แต่เศรษฐกิจจะซึมๆ โตไม่สูง โดยปีนี้เศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยจะโต 3.3-3.5% สูงกว่าปีที่ผ่านมา

“เศรษฐกิจไทยไม่มีสัญญาณที่จะเติบโตลดลงมากๆ ในระยะสั้นเหมือนในอดีตปี 2540 ที่เคยเป็นวิกฤต แต่จะโตช้า ซึมๆ ส่วนหนึ่งเพราะมีปัญหาในเชิงโครงสร้างที่เราต้องปรับตัว การปักธงเสนอแนวทางการพัฒนาไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลเป็นเรื่องที่ดี แต่องคาพยพที่จะไปถึงเป้าหมายยังต้องทำอีกหลายภาคส่วน หากปรับตัวไม่ได้ ไม่ว่าในเชิงประสิทธิภาพแรงงานหรือการศึกษา จะทำให้การเติบโตลดลงเรื่อยๆ ไม่สามารถก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางไปได้ ประเทศ อื่นๆ จะแซงหน้าเรา” สกนธ์ กล่าว

ทั้งนี้ หากดูจากเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญทั้ง 4 ด้าน คือ การบริโภคของครัวเรือน การลงทุนภาคเอกชน การใช้จ่ายและลงทุนของภาครัฐ และการส่งออก จะเห็นว่าเริ่มมีการขับเคลื่อนให้ดีขึ้นแม้จะยังไม่ 100% โดยมีแรงส่งสำคัญจากการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งหากรัฐบาลเร่งให้เกิดการลงทุนในโครงการต่างๆ ได้จริง การลงทุนภาคเอกชนน่าจะตามมาได้ในระยะต่อไป ส่วนการบริโภคของครัวเรือนหรือการจับจ่ายใช้สอยในประเทศนั้น ต้องยอมรับว่าโตไม่สูงมานานแล้ว เพราะราคาสินค้าเกษตรไม่ดี มีหนี้ครัวเรือนจากการกระตุ้นจากโครงการประชานิยมในอดีต แต่ภาระหนี้หลายโครงการในอดีตก็เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว เช่น รถคันแรก ทำให้เห็นสัญญาณการบริโภคปรับดีขึ้นบ้าง แต่คงโตไม่สูง เพราะธนาคารพาณิชย์ยังระมัดระวังการปล่อยกู้  

สุทธิกร กิ่งแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจ มธ. กล่าวว่า ในระยะสั้นเศรษฐกิจไทยจะไม่เกิดวิกฤตแน่นอน แต่สภาพโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยน แปลงไป อาทิ อุตสาหกรรมสิ่งทอที่เคยจ้างงานเป็นหลัก 1 ล้านคน ก็ลดลงเหลือหลักแสนคน อุตสาหกรรมที่ผลิตรถยนต์ได้ปีละ 3 ล้านคัน ลดลงเหลือ 1 ล้านคัน และธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ที่เปลี่ยนไป เนื่องจากนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ กำลังจะมาแทนที่แรงงาน คำถามคือ เราจะปรับตัวกับภาวะที่อาจเกิดวิกฤตในเชิงโครงสร้างเช่นนี้อย่างไร

“โครงสร้างเปลี่ยนไป แม้ในระยะสั้นจะไม่เกิดวิกฤต แต่ก็อาจจะกลายเป็นวิกฤตต้มกบได้ คือ ไม่รู้สึกว่าน้ำมันร้อน ไม่ปรับตัว ค่อยๆ ตายลงอย่างช้าๆ สูญเสียความสามารถในการแข่งขันไปเรื่อยๆ เหมือนจีดีพีไทยที่โตต่ำกว่า 5% มานานเป็น 10 ปี ถ้าไม่ปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงตามโครงสร้างใหม่ที่เข้ามา รู้สึกตัวอีกทีก็อาจไม่ทันเหมือนกบที่ไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีก็ตายตอนที่น้ำร้อนแล้ว” สุทธิกร กล่าว

ด้าน วิทวัส รุ่งเรืองผล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชย ศาสตร์และการบัญชี มธ. กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยเริ่มเชิดหัวขึ้นได้อย่างช้า ส่งผลให้สถานการณ์ของภาคธุรกิจและผู้ประกอบการอยู่ในภาวะ “ซึม” เนื่องจากปัจจัยต่างประเทศ เพราะภาคธุรกิจส่วนใหญ่พึ่งการส่งออกเป็นหลัก กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะซึม คือ กลุ่มที่ส่งออกไปประเทศที่มีความไม่แน่นอนสูง เช่น จีน สหรัฐ และยุโรป ซึ่งส่งผลต่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เพราะผู้ประกอบการจะลดชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา (โอที) ตลอดจนลดการจ้างงาน ทำให้กำลังซื้อในประเทศไม่ดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท