posttoday
การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ

การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ

08 กันยายน 2553

 

 

...จาดุร อภิชาติบุตร

การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในปัจจุบันในหลายตำแหน่งเริ่มมีคำถามเกิดขึ้นในหมู่ข้าราชการว่าเหมาะสมหรือไม่ ฝ่ายการเมืองมีวัตถุประสงค์อย่างไรในการแต่งตั้งบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงาน เช่น แต่งตั้งผู้มีอาวุโสลำดับที่ 54 เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่งตั้งผู้มีอาวุโสลำดับที่ 24 เป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือแม้กระทั่งย้ายผู้บริหารระดับปลัดกระทรวงไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี แล้วแต่งตั้งผู้อื่นไปดำรงตำแหน่งแทน เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดคำถามในเหล่าเพื่อนข้าราชการ แต่ก็เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบจากฝ่ายการเมือง หรือมีแต่ก็เป็นคำตอบแบบทั่วๆ ไปว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ซึ่งก็ทำให้เกิดข้อสงสัยอีกว่าแล้วบุคคลที่มีอาวุโสเหนือขึ้นไปนั้นไม่มีความรู้ความสามารถหรืออย่างไร ทั้งที่ข้าราชการทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถทั้งสิ้น จึงเป็นเหตุให้ชวนคิดว่าฝ่ายการเมืองต้องการอะไร และข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งนั้นมีความสัมพันธ์อย่างไรกับฝ่ายการเมือง

เมื่อได้พิจารณาจากข้อมูลและวิธีการต่างๆ แล้ว เริ่มเข้าใจได้ว่า ฝ่ายการเมืองต้องการแต่งตั้งบุคคลที่สามารถสั่งการได้ สั่งการในที่นี้อาจจะเป็นเรื่องระดับนโยบายของหน่วยงานที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อเอื้อประโยชน์ของนักการเมืองและพวกพ้อง ซึ่งบางครั้งก็อาจมีข้าราชการที่ขาดจิตสำนึกเข้าร่วมในขบวนการด้วย

เมื่อข้าราชการที่เป็นพวกเดียวกับนักการเมืองได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในหน่วยงานก็จะมีหน้าที่สำคัญเพียงเพื่อทำงานเพื่อตอบสนองนโยบายที่สำคัญของนักการเมืองและพวกพ้อง ซึ่งนักการเมืองเหล่านั้นนับเป็นผู้มีพระคุณที่ได้ให้โอกาสตนเข้ามาบริหารหน่วยงานในฐานะผู้บริหารระดับสูง ทั้งที่ตนก็รู้ดีว่ายังไม่ถึงเวลาของตนที่จะดำรงตำแหน่งนั้น แต่ด้วยอาศัยเส้นทางพิเศษจึงได้ก้าวสู่ตำแหน่ง

เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องหวังว่าข้าราชการเหล่านี้จะทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยวิชาชีพราชการ ข้าราชการที่ขาดจิตสำนึกพวกนี้คิดเพียงแต่จะทำงานเพื่อตอบแทนบุญคุณนักการเมืองที่แต่งตั้งตนเข้ามา เพื่อประโยชน์ของนักการเมืองนั้นเองหรือพวกพ้อง การกระทำที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างนักการเมืองและข้าราชการเช่นนี้ก่อให้เกิด “การทุจริตเชิงนโยบาย” ขึ้นในระบบราชการ การทุจริตเชิงนโยบายนับเป็นการดำเนินการทุจริตที่แยบยล และยากที่จะหาหลักฐานมาบอกได้ว่ามีการทุจริตเพราะเป็นการกระทำที่อาศัยนโยบายของฝ่ายการเมือง โดยมีข้าราชการประจำซึ่งเป็นพวกของฝ่ายการเมืองนำนโยบายนั้นไปกำหนด เป็นโครงการและกำหนดงบประมาณ

ทุกวันนี้ข้าราชการจึงกลายเป็นเครื่องมือของนักการเมืองในการทุจริตไปแล้ว การทุจริตเชิงนโยบายต้องเป็นความร่วมมือกันระหว่างนักการเมืองผู้กำหนดนโยบาย และข้าราชการซึ่งเป็นผู้นำนโยบายไปปฏิบัติในการนำนโยบายไปปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองและพวกพ้อง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ฝ่ายการเมืองต้องการแต่งตั้งข้าราชการที่ตนสามารถสั่งการได้ และข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยอาศัยเส้นทางพิเศษนี้ ก็จะต้องตอบสนองนโยบายนั้นให้ได้เพื่อที่ตนจะได้อยู่ในตำแหน่งนั้นต่อไป และบางครั้งตนเองอาจจะได้ประโยชน์จากนโยบายของฝ่ายการเมืองที่ตนนำไปปฏิบัติด้วย เป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นแบบสมประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ซึ่งสองฝ่ายในที่นี้ไม่ได้หมายถึงฝ่ายประชาชนและราชการ แต่หมายถึงฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำที่ขาดจิตสำนึก

จริงอยู่ที่กฎหมายไม่ได้บอกกว่าต้องตั้งคนที่มีอาวุโสแต่ความอาวุโสก็ควรเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงและนำมาประกอบในการพิจารณา เพราะขนาดนักการเมืองเองในพรรคของตนเวลาจะตั้งใครมาเป็นรัฐมนตรีคุมกระทรวงไหนยังต้องพิจารณาถึงความอาวุโสมาประกอบการพิจารณา ระบบราชการก็เช่นเดียวกันในการบริหารทรัพยากรบุคคลตามระบบคุณธรรมนั้น การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทุกระดับจะต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถ ความเสมอภาค ผลงาน ประโยชน์ของทางราชการ และความอาวุโส

แต่ความเป็นจริงทุกวันนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น นักการเมืองแต่งตั้งข้าราชการดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงตามความพอใจของตนเพื่อประโยชน์ของตน การกระทำเช่นนี้ทำให้ข้าราชการที่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และใช้ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน และประโยชน์ราชการเกิดความท้อแท้ และยิ่งไปกว่านั้นฝ่ายการเมืองกลับบอกว่าถ้าไม่พอใจ ก็ให้ไปฟ้องร้องกันเอาเองเพราะฝ่ายการเมืองแต่งตั้งชอบด้วยกฎหมายแล้ว

จริงๆ แล้วข้าราชการหลายคนก็คงอยากที่จะทำเช่นนั้น แต่กระบวนการยุติธรรมทุกวันนี้มันล่าช้าจนนักการเมือง หรือผู้ออกคำสั่งไม่เกรงกลัวกลับอาศัยช่องว่างของความล่าช้านั้นออกคำสั่งต่างๆ มากมาย ทั้งคำสั่งที่ไม่ชอบและคำสั่งที่ใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบ เพราะกว่าศาลจะพิจารณาพิพากษาตัดสินคดี บางทีข้าราชการผู้ฟ้องคดีก็เกษียณอายุราชการไปแล้ว ผลของคำพิพากษาก็ไม่มีผลอะไรและไม่ได้ช่วยเยียวยาอะไรให้กับผู้เสียหายได้

ความล่าช้าของกระบวนการยุติธรรมทำให้ผู้ออกคำสั่งโดยมิชอบไม่ได้สนใจจึงทำให้เกิดการท้าทายกันว่าถ้าไม่ชอบใจก็ให้ไปฟ้องเอาเอง เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าฟ้องไปก็ไม่มีผลอะไรกว่าศาลจะตัดสิน แล้วข้าราชการจะหวังพึ่งใครได้ในยามนี้

ทุกวันนี้ข้าราชการพึ่งใครไม่ได้แล้วจริงหรือ นายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นผู้บริหารประเทศ และเป็นประธานกรรมการข้าราชการพลเรือน ท่านจะรอให้ระบบราชการล่มสลาย เกิดการทุจริตเชิงนโยบาย โดยอาศัยข้าราชการเป็นเครื่องมือ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและความมั่นคงของรัฐบาลหรืออย่างไร

หากนายกรัฐมนตรียังคงปล่อยให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเป็นอำนาจของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งที่ดูแลกระทรวงนั้นๆ แล้ว โดยท่านบอกว่าปล่อยให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงนั้นพิจารณาไปแล้ว ท่านไม่เกี่ยวข้องคงจะไม่ถูกต้อง ระบบราชการไม่ได้เป็นของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ระบบราชการเป็นระบบที่เกิดขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นระบบที่มีมาช้านานแล้ว แล้วในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำประเทศท่านจะปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปเช่นนี้หรือ

นายกรัฐมนตรีกำชับให้รัฐมนตรียึดหลักคุณธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ แต่การที่นายกรัฐมนตรีกำชับแล้วก็ใช่ว่าตนเองจะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรอีกต่อไป นายกรัฐมนตรียังคงต้องรับผิดชอบในฐานะที่เป็นผู้นำในการบริหารประเทศ และเมื่อมีหลายฝ่ายออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ นายกรัฐมนตรีก็ควรรับฟังและรับไว้พิจารณา ไม่ใช่บอกแต่เพียงว่าเป็นเรื่องของเจ้ากระทรวงตนเองไม่เกี่ยวข้องนั้นคงจะปฏิเสธความรับผิดชอบเช่นนั้นไม่ได้ เพราะในฐานะที่ตนเป็นผู้นำก็จะต้องรับผิดชอบด้วย คำว่าคุณธรรมในความหมายของนายกรัฐมนตรีคงไม่เป็นเพียงแค่คำพูดที่สวยหรูเท่านั้น ท่านคงพูดคำว่าคุณธรรมออกมาจากจิตสำนึกของคนที่มีคุณธรรมอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นเมื่อจิตสำนึกบอกว่าคุณธรรมเป็นอย่างไร วิธีปฏิบัติของท่านก็ต้องไปตามนั้นด้วย

ข้าราชการทุกคนหวังพึ่งท่านในฐานะที่ท่านเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศ การที่ท่านกล่าวว่า หากไม่ได้รับความไม่เป็นธรรมก็พร้อมที่จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ หรือให้ร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอความเป็นธรรม ซึ่งท่านย่อมต้องทราบดีว่ากระบวนการเหล่านี้ต้องใช้เวลานาน และพวกที่ไม่มีคุณธรรมก็จะอาศัยกระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้าเป็นเครื่องมือในการถ่วงเวลา หรือไม่ได้สนใจกับการฟ้องคดีแต่อย่างใด รัฐบาลต้องอาศัยราชการในการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่ประชาชน

หากนายกรัฐมนตรีปล่อยให้มีการแต่งตั้งข้าราชการที่เป็นพวกเดียวกับฝ่ายการเมืองเข้าสู่ตำแหน่งจนก่อให้เกิดความร่วมมือกันในการทุจริตเชิงนโยบายแล้ว ระบบราชการจะอยู่ต่อไปอย่างไร ความมั่นคงของประเทศจะเป็นเช่นไร นายกรัฐมนตรีจะทนดูให้เป็นเช่นนี้ต่อไปโดยที่ไม่ทำอะไร ทั้งที่มีเสียงทักท้วงจากหลายฝ่าย การต้องพยายามรักษาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้นับเป็นเรื่องสำคัญ การดูแลพรรคร่วมรัฐบาลก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้รัฐบาลอยู่บริหารประเทศต่อไปได้ แต่การพะวงรักษาทุกสิ่งทุกอย่างจนลืมเหลียวแลถึงความสำคัญของระบบราชการนั้น คงมีคำถามต้องคิดกันต่อไปว่าท่านจะบริหารประเทศต่อไปอย่างไร ท่ามกลางปัญหาการทุจริตที่จะเพิ่มมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท