
โลกอึมครึม
หลังจากหมดห่วงเรื่องธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กันไปแล้ว
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
หลังจากหมดห่วงเรื่องธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กันไปแล้ว เพราะขึ้นดอกเบี้ยไปตามความคาดหมาย แถมยังส่งสัญญาณไม่รีบขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้มากเกินไปตามที่ตลาดคาดการณ์ โลกก็วางมือเรื่องดอกเบี้ยชั่วคราว และหันไปมุ่งจับตาความกังวลเรื่องใหม่แทนกับ “สงครามการค้า”
เพราะล่าสุดได้ปรากฏความตึงเครียดให้เห็นในเวทีประชุมรัฐมนตรีคลัง จี20 มาแล้ว เมื่อสหรัฐเพียง 1 เสียง สามารถเอาชนะ 19 เสียง ไม่ยอมให้แถลงการณ์ร่วมมีข้อความต่อต้านการปกป้องการค้า ที่ถือเป็นหัวใจหลักของจี20 จนหลายฝ่ายเพ่งเล็งว่าสถานการณ์การค้าโลกกำลังตึงเครียดสุดๆ
ช่วงนี้ผู้นำประเทศใหญ่ๆ แต่ละรายต่างยังบินไปคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กันถึงในบ้านหมดแล้ว ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่นที่เป็นรายแรก จนล่าสุดกับนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี และจะมีประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีนเป็นรายต่อไปในเดือนหน้า
ที่ต้องคุยเองกันในระดับผู้นำแบบนี้ ก็เพราะใกล้งวดเข้ามาทุกทีกับการที่กระทรวงการคลังสหรัฐ จะเปิดเผยรายงานประจำปีเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนในเดือน เม.ย. หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เป็นรายงานการ “ขึ้นบัญชีดำประเทศปั่นค่าเงิน” ซึ่งหากพบว่าประเทศไหนปั่นค่าเงินเพื่อหนุนการส่งออก ก็จะเปิดทางให้สหรัฐใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้าด้วยการตั้งกำแพงภาษีต่อสินค้าของประเทศนั้นๆ ได้
ในบรรดาประเทศที่ไปคุยมาแล้วหรือกำลังจะคุยกับทรัมป์เหล่านี้ ก็ล้วนแล้วแต่อยู่ใน “บัญชีเฝ้าระวัง” ของทรัมป์กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เยอรมนี หรือจีน ที่เข้าข่าย 2 ใน 3 ของเงื่อนไขบัญชีดำ แต่ที่น่าสนใจก็คือแต่ละประเทศต่างก็ดำเนินกลยุทธ์ไม่เหมือนกัน
ในขณะที่ญี่ปุ่นขนทัพธุรกิจไปเจรจาดีลการลงทุนใหม่ๆ ในสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรมยานยนต์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า และมีทีท่าเจรจากันด้วยดีกับสหรัฐ แต่การเจรจาระหว่างแมร์เกิลกับทรัมป์กลับมีท่าทีของความไม่ลงรอยกันอยู่มาก ซึ่งสะท้อนผ่านทางคำพูด แววตา และภาษากาย
ประเด็นสำคัญที่สุด คือการที่เยอรมนีต้องการความมั่นใจว่าสหรัฐจะไม่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเยอรมนี 35% ตามที่เคยขู่ไว้กับรถยนต์บีเอ็ม ดับเบิลยู ขณะที่ทรัมป์ก็ต้องการให้เยอรมนีจ่ายเงินสมทบให้องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ให้มากขึ้น แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายจะยังไม่มีใครบรรลุในสิ่งที่ตนเองต้องการ สะท้อนผ่านภาษากายที่อึมครึมในห้องทำงานรูปไข่ที่ทรัมป์เมินการจับมือของแมร์เกิล และยังใช้ทวิตเตอร์เหน็บแมร์เกิลหลังจากนั้นด้วย แม้ว่าการแถลงร่วมกันก่อนหน้านี้จะผ่านไปด้วยดีก็ตาม
หลังฉากยังมีการปะทะกันผ่านเวทีจี20 ที่ฝ่ายหนึ่งกดดันไม่ให้ออกแถลงการณ์ร่วมต้านการกีดกันการค้า ขณะที่อีกฝ่ายก็ขู่นอกรอบว่าจะฟ้องเวทีดับเบิ้ลยูทีโอ หากมีการขึ้นภาษีจริง ส่วนกลาโหมเยอรมนีก็แถลงโต้ในภายหลังเช่นกันว่า จ่ายเงินอุดหนุนนาโต้ครบทุกบาททุกสตางค์ในสัดส่วน 2% ของจีดีพี ไม่เคยเป็นหนี้ติดค้างชำระ
นี่ยังแค่ 3 เดือนแรกเท่านั้น โลกยังอึมครึมได้มากกว่านี้อีกในยุคของอเมริกามาก่อนชาวบ้านค่ะ







