
ออน ไอที วัลเลย์ เมืองเทคโนโลยีวิถีล้านนา
โดย...ปิยนุช ผิวเหลืองจากความฝันสู่ความจริง ออน ไอที วัลเลย์ ธุรกิจเพื่อสังคม จากความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา สร้างศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพ บนเนื้อที่ 90 ไร่ ใน อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ภายใต้แนวคิดร่วมแรงและแบ่งปัน ซึ่งจะเปิดเป็นศูนย์แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีไอทีเป็นพื้นที่สร้างงานและสร้างคนวิโรจน์ เย็นสวัสดิ์ กรรมการบริหารโปรซอฟท์ และผู้ก่อตั้ง ออน ไอที วัลเลย์ เปิดเผยว่า ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของสมาชิก ทำให้ ออน ไอที วัลเลย์ เกิดขึ้นจริง จากความร่วมมือของภาครัฐ มหาวิทยาลัย และเอกชน ซึ่งรัฐเข้ามาสนับสนุนด้านการให้คำปรึกษา มหาวิทยาลัยสนับสนุนด้านบุคลากรงานวิจัยพัฒนา และเอกชนหรือโปรซอฟท์เป็นผู้ลงเงินทุน โดยเริ่มพัฒนาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยจะเปิดอินโนเวชั่นเซ็นเตอร์อย่างเป็นทางการในเดือน พ.ค.ปีนี้ บนเนื้อที่ 90 ไร่ ด้วยงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท“อยากเห็นที่นี่สร้างฝันให้กับเด็กและเยาวชน ทุกคนต้องการการกินดี อยู่ดี และมีสุข แม้ว่าดิจิทัลจะเจริญไปแค่ไหน แต่วิถีชีวิตก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นสโลแกนของที่นี่คือเมืองเทคโนโลยีวิถีล้านนา” วิโรจน์ กล่าวทั้งนี้ วิโรจน์เป็นคน จ.ขอนแก่น แต่ด้วยควา
โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง
จากความฝันสู่ความจริง ออน ไอที วัลเลย์ ธุรกิจเพื่อสังคม จากความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา สร้างศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพ บนเนื้อที่ 90 ไร่ ใน อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ภายใต้แนวคิดร่วมแรงและแบ่งปัน ซึ่งจะเปิดเป็นศูนย์แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีไอทีเป็นพื้นที่สร้างงานและสร้างคน
วิโรจน์ เย็นสวัสดิ์ กรรมการบริหารโปรซอฟท์ และผู้ก่อตั้ง ออน ไอที วัลเลย์ เปิดเผยว่า ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของสมาชิก ทำให้ ออน ไอที วัลเลย์ เกิดขึ้นจริง จากความร่วมมือของภาครัฐ มหาวิทยาลัย และเอกชน ซึ่งรัฐเข้ามาสนับสนุนด้านการให้คำปรึกษา มหาวิทยาลัยสนับสนุนด้านบุคลากรงานวิจัยพัฒนา และเอกชนหรือโปรซอฟท์เป็นผู้ลงเงินทุน โดยเริ่มพัฒนาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยจะเปิดอินโนเวชั่นเซ็นเตอร์อย่างเป็นทางการในเดือน พ.ค.ปีนี้ บนเนื้อที่ 90 ไร่ ด้วยงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท
“อยากเห็นที่นี่สร้างฝันให้กับเด็กและเยาวชน ทุกคนต้องการการกินดี อยู่ดี และมีสุข แม้ว่าดิจิทัลจะเจริญไปแค่ไหน แต่วิถีชีวิตก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นสโลแกนของที่นี่คือเมืองเทคโนโลยีวิถีล้านนา” วิโรจน์ กล่าว
ทั้งนี้ วิโรจน์เป็นคน จ.ขอนแก่น แต่ด้วยความชอบวิถีชีวิตแบบล้านนา จึงเลือกเป็นที่ตั้งของ ออน ไอที วัลเลย์ ประกอบกับมองว่าเชียงใหม่เป็นพื้นที่ที่มีบุคลากรมีประสิทธิภาพ และต้องการสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ อีกทั้งต้องการสร้างให้ อ.แม่ออน มีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ เป็นที่รู้จักมากขึ้น
สำหรับการพัฒนาพื้นที่ เนื้อที่ 90 ไร่ ประกอบไปด้วย ตึกอินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ พื้นที่ประมาณ 2,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับเทค-สตาร์ทอัพ, ออน อะคาเดมี สถานที่สอนฟุตบอล และโรงเรียนสอนเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต โรงแรม รองรับนักท่องเที่ยว บุคลากรอบรมสตาร์ทอัพ และกลุ่มสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมอบรม ซึ่งได้วางแผนจัดการให้ความรู้เป็นระยะ ออน สเปซ ซึ่งเป็นพื้นที่โค-เวิร์กกิ้ง สเปซ และดัชฟาร์ม พื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ และสินค้าเกษตรอินทรีย์แปรรูป สนับสนุนเกษตรกร และมีฟาร์มม้าแคระ สร้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งเปิดให้บริการแล้ว
ไฮไลต์ของ ออน ไอที วัลเลย์ คือ อินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ ปัจจุบันมีบริษัทสตาร์ทอัพสนใจขยายสำนักงานมาตั้งที่นี่แล้ว 12 แห่ง และภายใน 2 ปี คาดมีสตาร์ทอัพทั้งหมด 30 บริษัท โดยส่วนใหญ่เป็นเทคโนโลยีสตาร์ทอัพ ซึ่ง 12 บริษัทดังกล่าวเป็นสตาร์ทอัพเกี่ยวกับไอโอที สมาร์ทฟาร์ม จีพีเอส จีพีเอส แทร็กกิ้ง และอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
ขณะที่ ออน ไอที วัลเลย์ กำลังทำวิจัยเกี่ยวกับสมาร์ทฟาร์เมอร์ถึงระบบเซ็นเซอร์ เรื่องการให้น้ำ ให้ปุ๋ย ให้ความชื้น โดยพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นอกเหนือจากนี้ อินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ได้รับการสนับสนุนจากบีโอไอ ทั้งนี้ ยังมีนโยบายสนับสนุนเอสเอ็มอีใช้ซอฟต์แวร์จากโปรซอฟท์ฟรีเป็นเวลา 2 ปี กระทั่งสามารถตั้งตัวได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายผูกมัด เป็นการลดต้นทุนแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในช่วงระยะเวลา 2 ปีแรก
“เป้าหมายคือ ต้องการสร้างโอกาสที่มีให้กับคนทั่วไป อยากเห็นการสร้างงาน สร้างสรรค์สังคม ใต้แนวความคิดร่วมแรงและแบ่งบัน” วิโรจน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม วิโรจน์ต้องการให้ ออน ไอที วัลเลย์ เป็นพื้นที่ที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลง จากการค้าที่มุ่งสู่ผลกำไรเป็นธุรกิจเพื่อสังคม จากสังคมตัวใครตัวมันสู่การร่วมแรงและแบ่งปัน จากเกษตรกรเคมีสู่เกษตรกรอินทรีย์ จากการท่องเที่ยวแบบเดิมสู่การท่องเที่ยววิถีไทย จากการกระจุกตัวของรายได้สู่การกระจายรายได้ สู่ชุมชนเข้มแข็ง ดังนั้น ออน ไอที วัลเลย์ ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ และเกษตรกร ให้มีขีดความสามารถด้านการแข่งขัน ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และผู้ที่สามารถปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าเท่านั้นที่สามารถอยู่รอดได้
“เมื่อผมประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัท โปรซอฟท์ ต้องการคืนกำไรสู่สังคม พัฒนา ออน ไอที วัลเลย์ กระจายองค์ความรู้สู่สังคม ผมพูดได้เต็มปากว่าเราเป็นโซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์ ทั้งนี้ เมื่อสมาชิกเติบโตขึ้นแล้วจะทำให้เกิดการจ้างงานและสร้างอาชีพในพื้นที่จำนวนมาก” ในขณะที่ตั้งตนเป็นโซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์ คำถามถึงการอยู่รอดของธุรกิจ ออน ไอที วัลเลย์ มีทิศทางอย่างไร วิโรจน์ เล่าว่า รายได้จากการท่องเที่ยวเพียงพอต่อธุรกิจ แม้ว่าจะไม่สูงจนน่าตื่นเต้น แต่ภายในปี 2564 วางเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวปีละ 3 แสนคน อีกทั้งวางแผนลงทุนในกลุ่มสตาร์ทอัพที่ตั้งสำนักงานในพื้นที่อีกด้วย







