posttoday
เมื่อต้องอำลาเพื่อนสี่ขา

เมื่อต้องอำลาเพื่อนสี่ขา

19 มีนาคม 2560

เป็นเรื่องจนได้...หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินรับรองมติการถอดถอนประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา

โดย...ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]

เป็นเรื่องจนได้...หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินรับรองมติการถอดถอนประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้อดีตประธานาธิบดีหญิงแห่งเกาหลีใต้ “ปาร์กกึนเฮ” ต้องลาจากทำเนียบประธานาธิบดี “ชองวาแด” หลังคาสีน้ำเงินนี้อย่างถาวร

...ก็ไม่นึกว่าจะมีอะไรที่มาทำให้ชื่อเสียงและความนิยมของอดีตประธานาธิบดีปาร์กแย่ลงไปกว่านี้ได้อีก ทว่า 2-3 วันให้หลัง กลับเป็นข่าวครึกโครม ขนาดสำนักข่าวดังๆ ทั้งหลาย เช่น รอยเตอร์ส เอบีซีต่างประโคมข่าวไปทั่วโลก...เหตุเกิดจากการที่ท่านอดีตประธานาธิบดี ไม่พาสุนัข 9 ตัว ที่เลี้ยงไว้ที่ทำเนียบมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ กลับบ้านไปด้วย จนทำให้องค์กร PETA Asia ออกมาตำหนิที่คนระดับประธานาธิบดีได้ทิ้งเพื่อนสี่ขาที่ต้องพึ่งพาทั้งอาหารและการดูแลจากนายของมันไว้ข้างหลัง ส่วนองค์กรเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ในเกาหลีได้ยื่นเรื่องให้สำนักงานอัยการฟ้องร้องอีกหนึ่งคดีฐานละเมิด กฎหมายคุ้มครองสัตว์...

สุนัขที่ว่า ถ้าอยู่ในเมืองไทย “เชกา” อยากจะรีบไปอาสาขอมาเลี้ยงเองเลยค่ะ เพราะเป็น “สุนัขจินโด” สายพันธุ์แท้ของเกาหลีที่มีถิ่นกำเนิดบนเกาะจินโด เป็นสุนัขที่หายากมาก กว่าจะค้นหาสายเลือดพันธุ์แท้ที่กระจัดกระจายหายไปหลังสงครามเกาหลีกลับมาเพาะพันธุ์ต่อได้ใช้เวลานานหลายสิบปี สุนัขจินโดนี้รูปร่างเปรียว ขายาว ขนหนานุ่ม ขึ้นชื่อในเรื่องของความกล้าหาญ เข้มแข็ง จงรักภักดี แสนรู้ และซื่อสัตย์ หน้าตาน่ารักเหมือนสุนัขญี่ปุ่นในหนังการ์ตูน มีหลากสีตั้งแต่ดำ แดง น้ำตาลออกสีแทน ขาว เทา ลายเสือ...

ส่วนสุนัขของประธานาธิบดีนั้นเป็นสีขาว ในปี 2013 มีคนมอบลูกสุนัขจินโด เพศผู้ เพศเมีย อย่างละ 1 ตัว ให้เป็นของขวัญในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่ง แล้วก็ได้ลูกเพิ่มมาอีก 7 กลายเป็นสุนัขครอบครัวใหญ่ 9 ตัว ซึ่งค่อนข้างจะเป็นภาระแก่ผู้เลี้ยงที่บัดนี้ไม่ได้มีบ้านใหญ่โตเท่าทำเนียบ ไร้อำนาจและขาดข้าทาสบริวารคอยรับใช้... เจ้าของ จึงได้ “ทิ้ง” เพื่อนสี่ขานี้ไว้ให้หน่วยราชการที่ดูแลทำเนียบจัดการต่อไป...ในที่สุดหน่วยงานประจำทำเนียบได้ออกมาแถลงว่า จะพยายามหานายใหม่ใจดี บ้านใหม่ให้สุนัขพวกนี้อยู่ โดยที่ต้องมีกระบวนการปกป้องสายเลือด ไม่ให้เกิดการผสมกับพันธุ์อื่นจนสายพันธุ์แท้เสียหาย!

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงชีวิตในบั้นปลายของกิมจิกับมินต์ เพื่อนสี่ขาของเราขึ้นมาทันที...

จากสัปดาห์ก่อนที่เรายังกังวลถึงอนาคตของเจ้ากิมจิลูกสุนัขเอ๋อๆ ไม่ประสีประสา น่าเป็นห่วงว่ามันจะอ่อนแอ สุขภาพแย่ จึงได้บำรุงอาหารและวิตามินสุนัขให้อย่างหนัก ภายในเวลาปีครึ่งมันได้เติบโตกลายเป็นสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดที่สง่างามอย่างไม่น่าเชื่อ กระดูกข้อเท้าและโครงร่างแข็งแรงสูงใหญ่กว่ามินต์มาก ราวกับเป็นสุนัขคนละตัว ความขี้เล่นหายไปกลายเป็นองครักษ์หนุ่มที่พร้อมจะปกป้องเจ้านาย ทรัพย์สิน และครอบครัวของมัน จึงทำให้เจ้ามินต์ยอมตกล่องปล่องชิ้นด้วยและช่วยกันทำมาหากิน (คือเฝ้ายามรอบโรงงาน) จนออกลูกออกหลานมาหลายครอก... ผ่านมาได้สิบกว่าปี เจ้ากิมจิก็ป่วยและลาจากไปก่อน แต่มินต์อายุยืนกว่า จนแก่เฒ่าผอมหนังติดกระดูกและหูตาฝ้าฟาง

ชีวิตของกิมจิและมินต์ อุปมาเหมือนวงจรชีวิตของสรรพสิ่ง ที่มีการเกิด การเจริญเติบโตรุ่งเรือง และเสื่อมถอยลง ... กิจการของโรงงานก็เช่นกัน หลังจากผลิตสินค้าขายดีมานานกว่าสิบปี ผ่านช่วงชีวิตสินค้า (Product Life Cycle) ที่รุ่งเรืองขายดีเป็นเทน้ำเทท่าไปแล้วก็ถึงจุดเสื่อมถอย ขายได้น้อยลง เพราะเทคโนโลยีล้าสมัย และมีสินค้าอื่นทดแทนมากขึ้น

จึงเป็นไปตามทฤษฎี Life Cycle Management ...ทางฝั่ง R&D ที่เกาหลีต้องหาทางต่ออายุสินค้าโดยทั้ง คิดสินค้านวัตกรรมใหม่บนพื้นฐานเดิม และปรับปรุงสินค้าเดิม ส่วนฝ่ายผลิตก็ต้องระดมกำลังลดต้นทุน เพื่อให้ราคาสินค้ายังดึงดูดใจลูกค้าอยู่...เป้าหมายของการลดต้นทุนโดยปกติอยู่ระหว่าง 20-30% ต่อปี

แล้วก็เป็นเรื่องกับแม่เฒ่ามินต์ที่จับขโมยไม่ได้แล้วจนได้... ผู้จัดการแผนกคนหนึ่งเกิดความคิดอุตริจะลดค่าใช้จ่าย ค่าอาหาร ค่ายา โดยเสนอให้นำแม่แก่มินต์ไปปล่อยทิ้งวัด เธอบอกว่า ใครๆ ก็ทำกัน...แน่นอนว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นไปตามที่เธอเสนอ หากทำเช่นนั้นก็ไร้มนุษยธรรมเกินทน ในขณะเดียวกันก็เป็นการนำภาระไปให้พระสงฆ์องค์เจ้าเสียอีก ทั้งๆ ที่วัดไม่เคยได้ประโยชน์อะไร...

มินต์ได้ช่วยดูแลทรัพย์สินทำคุณความดีมาตลอด สมควรได้รับการดูแลที่ดี แม้จะไม่ค่อยมีแรงแต่เมื่อถึงเช้าวันศุกร์ที่กำหนดให้ ผู้จัดการทุกคน “แปลงกายเป็นคนสวน” ออกมาทำความสะอาดกวาดรอบๆ โรงงาน (จนโรงงานข้างๆ ตกใจว่า ถูกเกาหลีลงโทษรึ) มินต์ก็จะพยายามออกมาเดินเล่นเป็นเพื่อนกับคนด้วยทุกครั้ง... อยู่ต่อมาอีกถึงสองปี มินต์ก็ตายอย่างสงบ หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้เลี้ยงสุนัขอีกเลย ส่วนผู้จัดการคนนั้นภายหลังได้ลาจากบริษัทไปตามกรรมที่ปกติมีความคิดติดลบเสมอในรูปแบบของเธอ...

แม้ว่าการทิ้งสุนัขไว้ในที่ที่ปลอดภัยและมีคนดูแลอย่างที่ทำเนียบชองวาแด ย่อมจะดีกว่าการนำไปทิ้งวัด...แต่การทิ้งสุนัขเป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบและไร้เมตตาธรรม หากอดีตประธานาธิบดีจะอ้างว่าไม่ได้มีความผูกพันกับสุนัขของท่านมากนัก แต่ก็น่าจะมีทางออกที่งดงามกว่าและไม่ถูกใครประณาม เช่น จัดการหาบ้านใหม่ให้พวกเขาอยู่ก่อนให้เรียบร้อย ดีกว่าที่จะทิ้งไปเฉยๆ เยี่ยงนี้...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท