
มติวุฒิสภาฯ96ต่อ13ผ่านงบ54
วุฒิสภาฯ ไฟเขียวงบประมาณ2554ด้วยมติ 96ต่อ 13 เสียง งดออกเสียง 19 ไม่ลงคะแนน 5 หลัง นายกฯ แจงปมปัญหาขึ้นเงินเดือนตัวเอง พร้อมงบขาดดุลแต่ไม่สูญเสียวินัยการเงินการคลังระยะยาว
วุฒิสภาฯ ไฟเขียวงบประมาณ2554ด้วยมติ 96ต่อ 13 เสียง งดออกเสียง 19 ไม่ลงคะแนน 5 หลัง นายกฯ แจงปมปัญหาขึ้นเงินเดือนตัวเอง พร้อมงบขาดดุลแต่ไม่สูญเสียวินัยการเงินการคลังระยะยาว
ภายหลังการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 วันที่สองเป็นวันสุดท้าย หลังพิจารณากว่า25 ชั่วโมง ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในงบประมาณ 96 ต่อ 13 เสียง งดออกเสียง 19 เสียง ไม่ลงคะแนน 5
บรรยากาศการอภิปรายในวันนี้ ส.ว.ส่วนใหญ่ยังตั้งข้อสังเกตถึงการจัดงบขาดดุล จากงบ 2.07 ล้านล้านบาท เป็นเงินลงทุน 3.3 แสนล้านบาท หรือ 16.6 % มีภาระดอกเบี้ย 1.8-2 แสนล้านบาท ใช้คืนเงินต้น 6 หมื่นล้านบาท เมื่อใช้คืนเงินต้นยังน้อยกว่าจ่ายดอกเบี้ย จนทำให้เป็นห่วงว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะจัดงบสมดุลตามที่รัฐบาลประกาศไว้ได้อย่างไร
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงการจัดงบประมาณกระจุกตัวที่กระทรวงมหาดไทย และการจัดสรรงบที่เอื้อประโยชน์ทางการเมือง มีการซื้อขายโครงการ เรียกเก็บหัวคิว รวมทั้ง มีการอภิปรายเป็นห่วงว่าการลงมติในร่าง พ.ร.บ.งบฯ ที่มีการขึ้นเงินเดือนให้ตัวเองอาจจะเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตร266 ได้
นายอภิิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายฯ ซึ่งประเด็นต่างๆได้ให้มีการบันทึกทุกประเด็นเพื่อนำเสนอต่อครม.เพื่อให้แต่ละหน่วยงานรับข้อสังเกตเสียงสะท้อนเหล่านี้ไป ในประเด็นความเป็นห่วง เกรงจะเกิดวิกฤตหนี้สาธารณะนั้น จากวิกฤตเศรษฐกิจรัฐบาล จำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยยอมขาดดุลภาครัฐ เพื่อกระตุ้นเป็นสถานการณ์เฉพาะหน้าแต่ไม่ทำให้สูญเสียวินัยการเงินการคลังระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนโครงสร้างงบประจำสูงนั้น หากเทียบกับปีที่แล้วจะพบว่าลดลง และงบลงทุนสูงขึ้นซึ่งจะทำให้ได้ 25% ในปีต่อๆไป และต่อไปงบประจำที่สูงขึ้นจะอยู่ที่สวัสดิการสังคม เพราะงบนำไปใช้ลงทุนด้านสังคม และ สวัสดิการ ซึ่งไม่เคยเรียกรัฐสวัสดิการ แต่เรียกระบบสวัสดิการ คือไม่ใช่เก็บภาษีแล้วจ่ายออกไปอย่างเดียวแต่จะนำเรื่อง กองทุนเงินออมแห่งชาติ กองทุนสวัสดิการชาวนา ให้ออมเงินและรัฐบาลสมทบคล้ายประกันสังคม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณกระทรวงกลาโหมสูงนั้น หากเทียบสัดส่วนกับกระทรวงอื่น ยังถือว่าต่ำกว่า แต่ขณะนี้ได้ทำแผนสอง โดยให้กองทัพทั้ง3 เหล่าทัพเสนอภาพรวมยุทธศาสตร์ เชื่อมโยงกันทั้งหมด ไม่พิจารณาแยกแต่ละกองทัพรวมทั้งจะส่งเสริมอุตสาหกรรมอาวุธให้ผลิตได้ ซึ่งเรามองเรื่องการบริหารงบอย่างมียุทธศาสตร์
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนการกระจายงบลงพื้นที่ สองก้อนใหญ่คืองบที่จังหวัดได้รับโดยตรงขอยืนยันว่าใช้สูตรคำนวณจากรายได้ต่อประชากร ตามสูตร ตามยุทธศาสตร์ฝ่ายการเมืองไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เพราะมีสูตรตายตัว ส่วนเงินองค์กรปกครองท้องถิ่น รองนายกฯยืนยันว่าการกระจายต้องผ่านคณะกรรมการกระจายอำนาจดูแลอย่างเป็นธรรม ส่วนงบกลางนั้น มีหลักเกณฑ์การนำไปใช้ชัดเจน ไม่เอาไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีการลงมติที่กลัวว่าจะขัดเรื่องขึ้นเงินเดือนตัวเอง นั้นไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะการพิจารณากฎหมายงบประมาณฯ ไม่ได้พิจารณาเรื่องเงินเดือน การขึ้นเงินเดือนส.ส. และ ส.ว.ต้องออกเป็น พ.ร.ฏ ซึ่งการอนุมัติเป็นอำนาจฝ่ายบริหาร กฎหมายตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน ถ้ากังวล ตนก็อยากให้ไปมีผลการขึ้นเงินเดือนในชุดถัดไป ถ้าทุกคนไม่ขัดข้องก็ยืนยันตามนี้ หรือจะไม่ขึ้นเลยก็ไม่ว่า
จากนั้น ส.ว.หลายคนได้ลุกขึ้นอภิปรายในประเด็นเงินเดือนตัวเองที่เกรงว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ จนนายธันว์ ออสุวรรณ ส.ว.ประจวบฯ เสนอให้เลื่อนการลงมติไปออกไปเป็นวันที่ 13 ก.ย. ขณะที่ นายสุพจ โพธิ์ทองคำ ส.ว. สรรหา เสนอให้มีการเลื่อนมติในครั้งนี้ สุดท้ายที่ประชุมได้ลงมติและมี 93 เสียงต่อ 28 เสียง งดออกเสียง5 ไม่ลงคะแนน6 เสียงเห็นควรให้ลงมติในวันนี้







