
ตลท.รับอำนาจกลต.
เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การเพิ่มอำนาจให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นี้เป็นสิ่งที่จะเข้ามาช่วยในจุดที่ถึงทางตันหรือจุดที่แก้ไขปัญหาบางเรื่อง (เดดล็อก) ให้สามารถดำเนินต่อไปได้ และใช้มาตรการนี้ไม่ได้พร่ำเพรื่อ เป็นหลักเกณฑ์คล้ายกับที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลสถาบันการเงิน ก.ล.ต.ดูแลโบรกเกอร์ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ดูแลบริษัทประกัน แต่บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไม่มีหน่วยงานที่มาดูแลโดยตรงล่าสุด ก.ล.ต.ได้ออกหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance Code : CG Code) สำหรับ บจ.ฉบับใหม่ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคณะกรรมการในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมุ่งเน้นบทบาทการเป็นผู้นำองค์กร นำพาธุรกิจไปสู่การเจริญเติบโตด้วยการสร้างคุณค่ากิจการอย่างยั่งยืนบจ.ไทยมีพัฒนาการด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดยตลอด โดยหลักการกำกับดูแลกิจการที่ใช้อยู่เดิมเน้นในเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบธุรกิจ แต่เนื่องจาก บจ.ต้องเผชิญกับความท้าทายที่มากขึ้น ทั้งเรื่องการสร้างผลตอบแทนให้
เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การเพิ่มอำนาจให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นี้เป็นสิ่งที่จะเข้ามาช่วยในจุดที่ถึงทางตันหรือจุดที่แก้ไขปัญหาบางเรื่อง (เดดล็อก) ให้สามารถดำเนินต่อไปได้ และใช้มาตรการนี้ไม่ได้พร่ำเพรื่อ เป็นหลักเกณฑ์คล้ายกับที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลสถาบันการเงิน ก.ล.ต.ดูแลโบรกเกอร์ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ดูแลบริษัทประกัน แต่บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไม่มีหน่วยงานที่มาดูแลโดยตรง
ล่าสุด ก.ล.ต.ได้ออกหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance Code : CG Code) สำหรับ บจ.ฉบับใหม่ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคณะกรรมการในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมุ่งเน้นบทบาทการเป็นผู้นำองค์กร นำพาธุรกิจไปสู่การเจริญเติบโตด้วยการสร้างคุณค่ากิจการอย่างยั่งยืน
บจ.ไทยมีพัฒนาการด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดยตลอด โดยหลักการกำกับดูแลกิจการที่ใช้อยู่เดิมเน้นในเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบธุรกิจ แต่เนื่องจาก บจ.ต้องเผชิญกับความท้าทายที่มากขึ้น ทั้งเรื่องการสร้างผลตอบแทนให้กับธุรกิจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อม เทคโนโลยี รวมทั้งความคาดหวังความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น คณะกรรมการบริษัทในฐานะผู้นำที่ต้องรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจ จึงต้องดูแลให้บริษัทมีกลไกที่จะดูแลให้การตัดสินใจและการดำเนินงานต่างๆ ของทุกคนในองค์กรเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ธุรกิจปรับตัว เติบโต และสร้างคุณค่าให้แก่กิจการควบคู่ไปกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสังคมโดยรวม
CG Code เป็นหลักปฏิบัติสำหรับคณะกรรมการบริษัท โดยมุ่งหวังให้กิจการมีผลประกอบการที่ดี โดยคำนึงถึงความต่อเนื่องในระยะยาว มีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สังคม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนสามารถปรับตัวได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ซึ่งบทบาทความเป็นผู้นำของคณะกรรมการตาม CG Code นี้ ครอบคลุมตั้งแต่ (1) การกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมายของกิจการที่เป็นไปเพื่อสร้างคุณค่าให้กิจการอย่างยั่งยืน (2) การดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย ด้วยการมีคณะกรรมการที่เอื้อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ดูแลและพัฒนาผู้บริหารและบุคลากรให้มีความสามารถ ส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างรับผิดชอบ และ (3) การติดตามและเปิดเผยข้อมูลโดยดูแลให้มีระบบควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม การรักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล ตลอดจนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น
ก.ล.ต. คาดหวังว่าคณะกรรมการบริษัทจะนำหลักปฏิบัติ CG Code ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพทางธุรกิจ โดยหากเรื่องใดที่คณะกรรมการพิจารณาด้วยความรอบคอบและระมัดระวังแล้วเห็นว่ายังไม่เหมาะสมที่จะนำไปปรับใช้ ก็ให้อธิบายเหตุผลหรือมาตรการทดแทน และบันทึกไว้ในรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท ส่วนการเปิดเผยข้อมูลในรายงานประจำปี และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) รวมทั้งการประเมิน CGR ยังเป็นไปตามแนวปฏิบัติเดิม ซึ่งได้นำมารวมเป็นส่วนหนึ่งของ CG Code นี้แล้ว
“อยากให้คณะกรรมการ บจ.เห็นว่าการมี CG ที่ดี และการนำ CG Code ไปปรับใช้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของบริษัทเอง โดยผู้ถือหุ้น ลูกค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องก็จะได้ประโยชน์ควบคู่กันไปด้วย” รพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว







