
ติดดาบฟันบอร์ดบจ.
คลังจ่ออนุมัติร่างกฎหมายใหม่ ส่งดาบให้ ก.ล.ต.ปลดกรรมการ บจ.หากสร้างความเสียหาย คืนอำนาจให้ผู้ถือหุ้นนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แก้ไขร่างกฎหมายเพื่อติดดาบให้ ก.ล.ต.มีอำนาจในการเข้าไปจัดการและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยที่ได้รับความเสียหายได้ทันที เช่น กรณีที่มีกรรมการ (บอร์ด) หรือผู้ถือหุ้นทำให้ บจ.เกิดความเสียหาย โดยคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในกลางเดือน เม.ย.นี้ เนื่องจาก ก.ล.ต.ไม่มีอำนาจเข้าไปแก้ปัญหาเพราะติดข้อกฎหมาย เมื่อบริษัทจดทะเบียนมีปัญหา เช่น ปัญหาภายในองค์กร จนเกิดความเสี่ยงที่ทำให้บริษัทเกิดความเสียหายก็เข้าไปจัดการปัญหาไม่ได้ ซึ่งหากแก้ไขสำเร็จก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตลาดทุนมากขึ้นนอกจากนั้น ก.ล.ต.เสนอให้ปรับกฎเกณฑ์ให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดขึ้น โดย ก.ล.ต.ต้องเป็นหลักให้กับตลาดทุนว่าในแต่ละปี หรืออีก 10 ปีข้างหน้าตลาดทุนจะไปในทิศทางใดนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า กำลังหารือและจัดทำร่างพระราชบัญญัติหลักท
คลังจ่ออนุมัติร่างกฎหมายใหม่ ส่งดาบให้ ก.ล.ต.ปลดกรรมการ บจ.หากสร้างความเสียหาย คืนอำนาจให้ผู้ถือหุ้น
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แก้ไขร่างกฎหมายเพื่อติดดาบให้ ก.ล.ต.มีอำนาจในการเข้าไปจัดการและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยที่ได้รับความเสียหายได้ทันที เช่น กรณีที่มีกรรมการ (บอร์ด) หรือผู้ถือหุ้นทำให้ บจ.เกิดความเสียหาย โดยคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในกลางเดือน เม.ย.นี้ เนื่องจาก ก.ล.ต.ไม่มีอำนาจเข้าไปแก้ปัญหาเพราะติดข้อกฎหมาย เมื่อบริษัทจดทะเบียนมีปัญหา เช่น ปัญหาภายในองค์กร จนเกิดความเสี่ยงที่ทำให้บริษัทเกิดความเสียหายก็เข้าไปจัดการปัญหาไม่ได้ ซึ่งหากแก้ไขสำเร็จก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตลาดทุนมากขึ้น
นอกจากนั้น ก.ล.ต.เสนอให้ปรับกฎเกณฑ์ให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดขึ้น โดย ก.ล.ต.ต้องเป็นหลักให้กับตลาดทุนว่าในแต่ละปี หรืออีก 10 ปีข้างหน้าตลาดทุนจะไปในทิศทางใด
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า กำลังหารือและจัดทำร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. ... ซึ่งเป็นการปรับแก้เพิ่มเติมจาก พ.ร.บ.ฉบับใหม่ที่เพิ่งปรับแก้ไปเมื่อปี 2559 ร่วมกับกระทรวงการคลัง เบื้องต้นจะมีการแก้ไขประมาณ 20 มาตรา เป็นประเด็นเรื่องการดูแลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และการดูแล บจ.ที่มีปัญหา ว่าด้วยเรื่องมีกรรมการและผู้บริหารมีการกระทำหน้าที่บกพร่อง เป็นเหตุที่ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายให้กับ บจ. ซึ่งจะทำให้ ก.ล.ต.มีอำนาจในการสั่งปลดกรรมการบริษัทได้ เพื่อที่จะคืนอำนาจให้กับผู้ถือหุ้นเลือกกรรมการใหม่ และบริษัทสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้
“ร่างกฎหมายนี้ไม่ได้รุนแรงเกินไป เพราะจะนำไปใช้จริงในกรณีที่กรรมการสร้างความเสียหายและเกิดผลเสียให้กับ บจ.นั้นแล้ว และเหตุในการที่จะหยิบยกมาใช้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ในหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศอาจไม่ได้มีกฎหมายปลดกรรมการได้เช่นนี้ แต่เพราะที่ต่างประเทศผู้ถือหุ้นสามารถรวมตัวมาใช้สิทธิของตัวเอง ต่างจากไทยที่สัดส่วนการลงทุนส่วนใหญ่เป็นผู้ถือหุ้นรายย่อย ดังนั้นการจะรวมตัวใช้สิทธิเรียกประชุมอาจยากกว่า ครั้งนี้จึงถือเป็นอำนาจพิเศษของหน่วยงานประเทศไทยที่ทำขึ้นมา เนื่องจากเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในประเทศ และอย่างที่ รมว.คลัง ย้ำว่าต้องเร่งดำเนินการ เพราะเกรงว่าจะไม่ทันต่อการนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)” นายรพี กล่าว
อย่างไรก็ดี ก.ล.ต.ได้จัดสำรวจความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องในกลุ่มย่อยแล้ว (โฟกัสกรุ๊ป) และที่ผ่านมาทุกคนเห็นถึงปัญหาอยู่แล้ว และมองว่าหากปล่อยเหตุการณ์ไปเช่นนี้ บจ.จะเป็นปัญหาได้
ทั้งนี้ คาดว่าจะนำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ ก.ล.ต.ในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ หากไม่มีการแก้ไขจะส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังและเสนอเข้า ครม.อนุมัติต่อไป







