
จับอดีตนักกีฬาทีมชาติฆ่ากิ๊กม.6 หมกป่านาน6เดือน
ตำรวจลำพูนร่วมกับตำรวจเชียงใหม่ จับอดีตนักกรีฑาและนักมวยปล้ำทีมชาติลวงกิ๊กสาว ม.6 โรงเรียนดังเมืองลำพูน ฆ่าหมกป่าสน รับฉุนกิ๊กขี้หึงเลยคว้าท่อนไม้ทุบศรีษะ
ตำรวจลำพูนร่วมกับตำรวจเชียงใหม่ จับอดีตนักกรีฑาและนักมวยปล้ำทีมชาติลวงกิ๊กสาว ม.6 โรงเรียนดังเมืองลำพูน ฆ่าหมกป่าสน รับฉุนกิ๊กขี้หึงเลยคว้าท่อนไม้ทุบศรีษะ
พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว ผบก.ภ.จว.ลำพูน พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วยทีมสืบสวน บก.ภ.จว.เชียงใหม่ และแพทย์จากแผนกนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ควบคุมตัวนายเฉลิมชัย ปู่ทอง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 300 หมู่ 1 ต.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เดินทางไปในป่าสนในหมู่บ้าน หมู่ 9 ต.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เพื่อขุดหาศพของ น.ส.รุ่งนภา ไชยวงศา อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 5 ต.ป่าซาง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมป์ อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งถูก ว่าที่ ร.ต.เฉลิมชัย ฆ่าหมกป่าเมื่อกลางเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบพบว่าศพของ น.ส.รุ่งนภา ถูกฝังไว้ริมล้ำห้วยขนาดเล็กกลางป่าสนห่างจากถนนเชียงใหม่ - แม่สะเรียง ประมาณ 4 กิโลเมตร พบว่าร่างเหลือแต่โครงกระดูกและไม่พบชิ่นส่วนเสื้อผ้าของผู้ตายแม้แต่ชิ้นเดียว โดยส่วนกะโหลกศรีษะมีร่องรอยทุกตีด้วยของแข็งจนยุบและแตกหลายจุด หลังตรวจสอบแพทย์นิติเวชได้เก็บรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดไปตรวจพิสูจน์
หลังจากนั้นนายเฉลิมชัยได้พาเจ้าหน้าที่ไปยังกระท่อมกลางป่า ห่างจากจุดพบศพประมาณ 4 กิโลเมตร โดยระบุว่าเป็นจุดลงมือฆ่า เจ้าหน้าที่จึงเก็บหลักฐานที่พบเป็นรอยคราบเลือด ก่อนทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ รอง ผกก.สส.ภ.จว.ลำพูน ให้ข้อมูลในคดีนี้ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา นายสมาน ไชยวงศา อายุ 41 ปี บิดาของ น.ส.รุ่งนภา ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำพูน ว่าลูกสาวได้หายตัวไปหลังเลิกเรียนวันที่ 15 มี.ค. โดยมีเพื่อนของลูกสาวพบเห็นว่า น.ส.รุ่งนภา ออกไปกับนายเฉลิมชัย
อย่างไรก็ตามต่อมาทีมสืบสวนจึงทำการติดตามและมีหลักฐานยืนยันว่า น.ส.รุ่งนภา ออกไปกับ นายเฉลิมชัยในวันดังกล่าวจึงขออนุมมัติหมายจับจากศาลจังหวัดลำพูนที่ จ.60/2553 ลงวันที่ 24 มี.ค. 53 ในข้อหาพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดาโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจและได้จับกุมดำเนินคดีได้ในวันเดียวกัน แต่เมื่อสอบสวนนายเฉลิมชัยกลับไม่ยอมบอกที่อยู่ของ น.ส.รุ่งนภา และอ้างว่าไม่เจอกันมานานหลายเดือน
กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 6 ก.ย. เรือนจำกลางลำพูนได้ปล่อยตัวนายเฉลิมชัยเนื่องจากอัยการทำฟ้องไม่ทัน แต่ทางตำรวจมั่นใจว่านายเฉลิมชัยจะต้องรู้เห็นกับการหายตัวไปนานเกือบ 6 เดือน ของ น.ส.รุ่งนภา จึงคุมตัวจากเรือนจำมาสอบสวนอีกครั้ง เมื่อถูกเค้นอย่างหนักตลอดทั้งคืน นายเฉลิมชัยจึงยอมสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่า น.ส.รุ่งนภา ด้วยตัวเองและนำศพไปฝังไว้กลางป่า
นายเฉลิมชัย ให้การว่า เรียนจบปริญญาตรีจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงและเคยเป็นนักกรีฑาวิ่งมาราธอนทีมชาติ ลงแข่งกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่ จ.เชียงใหม่ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตนักกีฬารักบี้เยาวชนทีมชาติและนักมวยปล้ำทีมชาติมาก่อน หลังจากนั้นได้มาทำงานเป็นผู้ช่วยแพทย์ที่โรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่
นายเฉลิมชัย ให้การอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนเองมีภรรยา 3 คน และ ลูกอีกสองคน กระทั่งสองปีก่อนได้รู้จักกับ น.ส.รุ่งนภา เนื่องจาก น.ส.รุ่งนภา โทรศัพท์มาผิด หลังจากนั้นจึงเริ่มคุยกันและคบหากัน ต่อมาวันที่ 15 ส.ค. น.ส.รุ่งนภา ได้โทรศัพท์ให้ไปรับที่หน้าโรงเรียนจึงยืมรถจักรยานยนต์จากเพื่อนร่วมงานที่โรงพยาบาลสวนปรุงขี่ไปรับ จากนั้นได้มามายังหอพักของตนบริเวณถนนสามล้าน ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ แต่ภรรยาที่อยู่ด้วยกันมาพบเข้าจึงมีปากเสียง
จากนั้นตนจึงพา น.ส.รุ่งนภา ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปโดยตั้งใจไปส่งที่บ้านใน อ.ป่าซาง จ.ลำพูน แต่ น.ส.รุ่งนภา ไม่ยอมกลับบ้าน เมื่อไม่มีที่ไปตนจึงขี่จักรยานยนต์พา น.ส.รุ่งนภา ไปที่บ้านใน อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ แต่เนื่องจากภรรยาอีกคนและลูกอีก 2 คน อยู่ที่บ้าน ตนจึงพา น.ส. รุ่งนภา ไปนอนค้าในกระท่อมกลางป่าซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ
หลังจากนอนค้างในกระท่อมถึงเวลาประมาณ 04.00 น. ตนกับ น.ส.รุ่งนภา ได้มีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงเนื่องจาก น.ส.รุ่งนภา มีอาการหึงหวง ตนจึงเดินออกจากกระท่อมแต่ น.ส.รุ่งนภา วิ่งมาฉุดเอาไว้ ด้วยความโมโหตนจึงคว้าท่อนไม้ตีที่ศรีษะจนแน่นิ่ง หลังจากนั้นจึงอุ้มร่างไปนอนกอดไว้จนรุ่งเช้าจึงพบว่า น.ส.รุ่งนภา เสียชีวิตแล้วจึงตัดสินใจถอดชุดนักเรียนของ น.ส.รุ่งนภา ออกและอุ้มร่างเปลือยเปล่าออกจากกระท่อมไปฝังไว้ในลำห้วยห่างไปราว 4 กิโลเมตร เพื่อหนีความผิด ก่อนจะกลับมาเผาเสื้อผ้าของ น.ส.รุ่งนภา และขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกไป กระทั่งถูกจับกุมในข้อหาพรากผู้เยาว์และมาถูกเค้นหนักหลังจากออกจากเรือนจำจนยอมสารภาพ
พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า ระหว่างที่นายเฉลิมชัยอยู่ในเรือนจำ ทีมสืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่ และ ภ.จว.ลำพูน ได้ทำงานร่วมกันอย่างหนักจนทำให้ได้พยานหลักฐานหลายอย่างที่ยืนยันว่านายเฉลิมชัยมีส่วนในการหายไปของ น.ส.รุ่งนภา จึงทำให้ตัดสินใจคุมตัวไปสอบสวนทันทีหลังพ้นประตูเรือนจำ ซึ่งหลังจากรับสารภาพนายเฉลิมชัยบอกด้วยว่าหลังจากฆ่าแล้วตั้งใจกินยาตามตามแต่ไม่กล้า







