
นวัตกรรมคืออะไร
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ไหนๆ ก็เขียนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมไปแล้วในฉบับก่อน ผู้เขียนขอแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับนวัตกรรมของไทยที่กำลังพูดๆ ถึงกันอย่างกว้างขวางในขณะนี้ไว้ในฉบับนี้อีกสักตอน เพราะปัจจุบันถ้าใครไม่พูดถึงนวัตกรรมก็ดูจะเป็นคนไม่เข้าสมัยไปแล้ว แต่การพูดถึงนวัตกรรม หรือแม้แต่การหารือในที่ประชุมก็ดูจะตีความกันอย่างกว้างๆ ไปหมด ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะนวัตกรรมคืออะไรที่ใหม่ๆ หากจะตีความกันอย่างกว้าง เนื่องจากนวัตกรรมที่จริงแล้วไม่เป็นเพียงแค่ความใหม่ หรือการวิจัยพัฒนา แต่เป็นมากกว่านั้น คือหมายรวมถึงสิ่งที่ผู้ประกอบการด้านเศรษฐกิจ (Economic Actors) ดำเนินการเพื่อยกระดับเทคโนโลยีของตนเอง ขยายองค์กร/หน่วยงาน/บริษัท และกระบวนการผลิตด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังอ่อนอยู่มากในเรื่องนี้ เมื่อเทียบกับประเทศที่มีขนาดของเศรษฐกิจในระดับเดียวกันยิ่งประเทศไทยมีทั้งทรัพยากรและนวัตกรรมที่สมบูรณ์ ก็ยิ่งสามารถสร้างนวัตกรรมขึ้นมากมาย เอสเอ็มอี หรือโอท็อปก็มีนวัตกรรมได้ ประเทศไทยเองมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอี โอท็อป และนวัตกรรมอยู่กระจัดกระจายมากมาย มีหน่วยงานของรัฐ มีสถาบันที่จัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ รัฐว
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
ไหนๆ ก็เขียนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมไปแล้วในฉบับก่อน ผู้เขียนขอแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับนวัตกรรมของไทยที่กำลังพูดๆ ถึงกันอย่างกว้างขวางในขณะนี้ไว้ในฉบับนี้อีกสักตอน เพราะปัจจุบันถ้าใครไม่พูดถึงนวัตกรรมก็ดูจะเป็นคนไม่เข้าสมัยไปแล้ว แต่การพูดถึงนวัตกรรม หรือแม้แต่การหารือในที่ประชุมก็ดูจะตีความกันอย่างกว้างๆ ไปหมด ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะนวัตกรรมคืออะไรที่ใหม่ๆ หากจะตีความกันอย่างกว้าง เนื่องจากนวัตกรรมที่จริงแล้วไม่เป็นเพียงแค่ความใหม่ หรือการวิจัยพัฒนา แต่เป็นมากกว่านั้น คือหมายรวมถึงสิ่งที่ผู้ประกอบการด้านเศรษฐกิจ (Economic Actors) ดำเนินการเพื่อยกระดับเทคโนโลยีของตนเอง ขยายองค์กร/หน่วยงาน/บริษัท และกระบวนการผลิตด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังอ่อนอยู่มากในเรื่องนี้ เมื่อเทียบกับประเทศที่มีขนาดของเศรษฐกิจในระดับเดียวกัน
ยิ่งประเทศไทยมีทั้งทรัพยากรและนวัตกรรมที่สมบูรณ์ ก็ยิ่งสามารถสร้างนวัตกรรมขึ้นมากมาย เอสเอ็มอี หรือโอท็อปก็มีนวัตกรรมได้ ประเทศไทยเองมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอี โอท็อป และนวัตกรรมอยู่กระจัดกระจายมากมาย มีหน่วยงานของรัฐ มีสถาบันที่จัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอิสระ องค์กรมหาชน สถาบันการศึกษา ภาคเอกชนทั้งรายย่อยและกลุ่มสมาคมของภาคเอกชน รวมถึงประชารัฐ ตอนนี้ทุกคนเลยมาตะลุมบอนทำนวัตกรรม เช่นเดียวกับเรื่องสตาร์ทอัพ อะไรๆ ก็เป็นสตาร์ทอัพทั้งนั้น เอสเอ็มอีก็เป็นสตาร์ทอัพ โอท็อปก็เป็นสตาร์ทอัพ โดยไม่ได้ดูเงื่อนไขว่าสตาร์ทอัพที่ในโลกเขาพูดกันนั้น เป็นอะไรที่ต้องโตเร็วสร้างมูลค่ามหาศาลแบบพลิกฝ่ามือก็รวยแล้ว จึงเป็นอะไรที่มีผลบวกต่อจีดีพีของประเทศอย่างมาก เกือบทั้งหมดจึงเป็นเทคโนโลยีสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะด้านไอที สำหรับประเทศไทยจึงควรจะมีหน่วยงานที่ 3 (Third Party) ที่ไม่ควรอยู่ในประเทศไทยด้วยซ้ำไป เพื่อมาประเมินว่าปลายปีนี้คือ ปี 2560 สตาร์ทอัพที่เกิดขึ้นได้ช่วยสร้างจีดีพีให้เท่าไหร่
คราวนี้ลองหันกลับมาดูเรื่องของนวัตกรรมซึ่งก็มีปรากฏการณ์เช่นเดียวกัน คือ ทุกหน่วยงานหันมารุมทำเรื่องนวัตกรรม ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงของประเทศรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทิ้งเอสเอ็มอีหรือโอท็อปไม่ได้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสมบัติทางนวัตกรรมของประเทศ สมัยที่ผู้เขียนยังรับราชการอยู่ แม้แต่ลูกชิ้นปิ้งที่นำมาขายในรถคล้ายรถไอศกรีม มีตู้สะอาดคอยอบไว้ แต่ยังคงเอกลักษณ์การเสียบไม้ ก็ถือว่ามีนวัตกรรม
อย่างไรก็ตาม ควรหยุดคิดสักนิดไหมว่า การที่ประเทศไทยจะมีนวัตกรรมเพื่อให้เป็นประเทศไทย 4.0 นั้น มันต้องก้าวกระโดด และนวัตกรรมของไทยควรเป็นอย่างไร ควรจะเป็นนวัตกรรมที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงไหม เอสเอ็มอีหรือโอท็อปจะมีนวัตกรรมก็ไม่ตัดทิ้ง ยังต้องได้รับความช่วยเหลือส่งเสริมและพัฒนาไป โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมของไทย แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลควรจะมีนโยบายให้ชัดเจนว่าจะเป็นเจ๊ดันนวัตกรรมที่มีเทคโนโลยีสูง โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นในภาคเอกชน
การมีทรัพยากรธรรมชาติในประเทศอย่างสมบูรณ์ ทำให้ประเทศไทยได้เปรียบอีกหลายประเทศ ทั้งในเรื่องของพืชสมุนไพรที่นำมาทำยา และผักผลไม้ แต่นวัตกรรมของไทยก็ยังดูพื้นๆ อยู่ดี ยกตัวอย่างในเรื่องของ “ฟ้าทลายโจร” ซึ่งดีมาก ผู้เขียนรับประทานบ่อยเวลาที่คอเจ็บ แต่ปรากฏว่ามีการจดสิทธิบัตรถึง 6 สิทธิบัตร โดยไทย สหรัฐ จีน คนไทยทำได้แค่เจลปิดเหงือก แก้รำมะนาด 1 สิทธิบัตร จีน 2 สิทธิบัตร สหรัฐ 3 สิทธิบัตร ทั้งจีนและสหรัฐจดมาเป็นสูตรทางเคมี ขอยกเป็นตัวอย่างไม่ใช่ของจริง เช่น
OR + 3DC + LMR
1X11 IVZY เป็นต้น
ผู้เขียนยังหงุดหงิดอยู่จนปัจจุบันว่าทำไมเขาคิดได้ แต่เราคิดไม่ได้ เดี๋ยวนี้ผู้เขียนก็ยังต้องทานฟ้าทลายโจรตากแห้งบดแล้วอัดใส่แคปซูลอยู่ ผลิตกันหลายยี่ห้อมีตรารับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่เท่าที่ทราบว่า แม้แต่ส่วนที่เป็น Toxic ก็ไม่ได้สกัดออก อาจเป็นเพราะเห็นว่าไม่ร้ายแรง แต่ถ้านำไปทำเป็นยาที่มีเทคโนโลยีที่สูงขึ้นก็น่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่า ส่วนเรื่องที่จะไปกล่าวหาว่าสหรัฐและจีนมาเอาฟ้าทลายโจรของไทยไปนั้น เลิกคิดเสียเถิด เพราะประเทศเขาก็มี
เรื่องอาหารก็เช่นกัน การพัฒนาอาหารใหม่ๆ เขาจะเน้นที่คุณค่าทางอาหาร ขณะเดียวกันก็รักษาความอร่อยไว้ด้วย เช่น เมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุ ควรไหมที่ผู้ผลิตจะมีการวิจัยและพัฒนา พร้อมสร้างนวัตกรรมอาหารที่ย่อยง่าย ลดกรดในกระเพาะ หรือเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ควรหรือไม่ที่จะนำโมเลกุลของขมิ้นชันมาเป็นส่วนของอาหาร ไม่ใช่แค่ทำแกงเหลืองใส่ซอง หรือต้องมานั่งทานขมิ้นชันบดอัดเม็ดหรือใส่แคปซูลกัน
นานมาแล้วผู้เขียนเห็นผลการประกวดงานหนึ่งที่สหรัฐ โดยเขาแบ่งเป็นหลายประเภท ที่น่าสนใจคือประเภทที่ให้คนสมัยเบบี้บูมเป็นผู้ลงคะแนนเสียง ซึ่งในสมัยนั้นคนเหล่านั้นน่าจะอยู่ในช่วงอายุ 50-70 ปีในปัจจุบัน ปรากฏว่าอาหารที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดคือ Smartfood Popcorn Cluster ซึ่งผลิตในสหรัฐ โดยมีนวัตกรรมเป็นอาหารที่มีแคลเซียมและใยอาหารสูง เป็นต้น ในกรณีของไทยการกระตุ้นและส่งเสริมให้บริษัทเอกชนมีนวัตกรรมอาหารที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูง ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องการลดภาษี หรือการให้เงินสนับสนุนเสมอไป แต่อาจช่วยหานักวิจัยในมหาวิทยาลัยไม่เฉพาะในประเทศไทยให้ หรือมีกฎหมายบางอย่างที่ทำให้อุตสาหกรรมต้องปรับตัว เช่น การที่ให้ผู้ผลิตต้องติดฉลากแสดง “ไขมันทรานส์” (Transfat) ในฉลากโภชนาการ ผู้ผลิตก็มีการปรับสูตรการผลิตกันแล้ว และปิดฉลากว่า “NO Transfat” หรือการที่คนไทยเป็นมะเร็งสูง ก็จัดการประกวดอาหารประเภทที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูง เป็นต้นที่
สำคัญที่สุดคือ ต้องชัดเจนว่านวัตกรรมที่จะพาไทยไปเป็นไทย 4.0 นั้น ต้องเป็นนวัตกรรมที่มีเทคโนโลยีสูง







