posttoday
รีดภาษีเพิ่มงานยาก ขยายฐานแต่ไม่ได้เงิน

รีดภาษีเพิ่มงานยาก ขยายฐานแต่ไม่ได้เงิน

15 มีนาคม 2560

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงกรณีการเก็บภาษีหุ้นจากอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร กว่า 1 หมื่นล้านบาท ยังหาช่องไม่ได้ ทั้งที่จะหมดอายุความประเมินภาษีในวันที่ 31 มี.ค. 2560 นี้ ส่งผลกระทบกับการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีของรัฐบาลในช่วงนี้อยู่ไม่น้อย เพราะแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมในการเก็บภาษีของไทย โดยเฉพาะกรมสรรพากร ที่มักจะเห็นว่าการเก็บภาษีรายใหญ่มักหลุดมือ แต่รายเล็กรายน้อยซึ่งหนีหรือเลี่ยงภาษีไม่ได้จะถูกรีดภาษีก่อนประเด็นต่อมา แผนเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีของ 3 กรมภาษี ที่กระทรวงการคลังสั่งการให้ส่งแผนมาพิจารณา เพื่อทำให้การเก็บรายได้รัฐบาลในปีงบประมาณ 2560 ไม่พลาดเป้าหมาย มีอันต้องชะลอออกไปก่อน เพราะหากดำเนินการในช่วงนี้จะทำให้ภาพลักษณ์ของกรมจัดเก็บภาษี รวมถึงรัฐบาลเสียหาย ถูกกล่าวหาว่าไปรีดเลือดกับปู แต่เก็บภาษีรายใหญ่กลับทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งรอให้หมดอายุความประเมินทั้งนี้ ช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 การเก็บภาษี 3 กรมภาษี ต่ำกว่าเป้า 1.35 หมื่นล้านบาท โดยกรมสรรพากรเก็บได้ต่ำกว่าเป้า 3,995 ล้านบาท โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ แวต ต่ำกว่าเป้า 2.8% สำหรับกรมสรรพสามิตต่ำกว่าเป้า 2,716 ล้านบาท และกรม

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

กรณีการเก็บภาษีหุ้นจากอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร กว่า 1 หมื่นล้านบาท ยังหาช่องไม่ได้ ทั้งที่จะหมดอายุความประเมินภาษีในวันที่ 31 มี.ค. 2560 นี้ ส่งผลกระทบกับการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีของรัฐบาลในช่วงนี้อยู่ไม่น้อย เพราะแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมในการเก็บภาษีของไทย โดยเฉพาะกรมสรรพากร ที่มักจะเห็นว่าการเก็บภาษีรายใหญ่มักหลุดมือ แต่รายเล็กรายน้อยซึ่งหนีหรือเลี่ยงภาษีไม่ได้จะถูกรีดภาษีก่อน

ประเด็นต่อมา แผนเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีของ 3 กรมภาษี ที่กระทรวงการคลังสั่งการให้ส่งแผนมาพิจารณา เพื่อทำให้การเก็บรายได้รัฐบาลในปีงบประมาณ 2560 ไม่พลาดเป้าหมาย มีอันต้องชะลอออกไปก่อน เพราะหากดำเนินการในช่วงนี้จะทำให้ภาพลักษณ์ของกรมจัดเก็บภาษี รวมถึงรัฐบาลเสียหาย ถูกกล่าวหาว่าไปรีดเลือดกับปู แต่เก็บภาษีรายใหญ่กลับทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งรอให้หมดอายุความประเมิน

ทั้งนี้ ช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 การเก็บภาษี 3 กรมภาษี ต่ำกว่าเป้า 1.35 หมื่นล้านบาท โดยกรมสรรพากรเก็บได้ต่ำกว่าเป้า 3,995 ล้านบาท โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ แวต ต่ำกว่าเป้า 2.8% สำหรับกรมสรรพสามิตต่ำกว่าเป้า 2,716 ล้านบาท และกรมศุลกากร ต่ำกว่าเป้า 6,873 ล้านบาท

เมื่อปัญหารายได้ของรัฐบาลอยู่ที่การเก็บภาษี คลังจึงแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ในส่วนของกรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ผู้บริหารของทั้งสองกรมยืนยันว่าการเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บจะทำให้รายได้เพิ่มขึ้น 5-10% จัดเก็บได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

สำหรับกรมสรรพากร ประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ออกมาเปิดเผยว่า แผนเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีที่ส่งให้กระทรวงการคลังพิจารณาจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจร้านค้ากลางคืน ทั้งร้านอาหาร ผับบาร์ เข้มข้นมากขึ้น โดยจะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสั่งอาหารและบริการ และขอใบกำกับภาษีจากร้านค้าต่างๆ ว่าถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องก็จะเข้าทำการตรวจสอบการเสียภาษีให้ถูกต้องสอดคล้องกับความเป็นจริง

นอกจากนี้ ยังเสนอแผนการเก็บภาษีการซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ ซึ่งกรมสรรพากรได้ซื้อระบบที่สามารถตรวจสอบได้ว่าเว็บไหนมีคนเข้าไปดูและทำการซื้อขายมากที่สุด และสรรพากรก็จะเข้าไปทำการสั่งซื้อของเพื่อตรวจสอบว่ามีการออกใบกำกับภาษีและเสียภาษีครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ถูกต้องก็จะดำเนินการเสียภาษีให้ถูกต้องต่อไป

ประสงค์ ระบุว่า การเก็บภาษีเพิ่มจะทำตามสภาพเป็นจริงเท่านั้น ไม่ได้เป็นการไปเก็บภาษีส่วนที่เกินจริง และจะทำให้ปีงบประมาณ 2560 จัดเก็บรายได้ได้ตามเป้า 1.86 ล้านล้านบาท เทียบกับรอบ 5 เดือนแรกที่ผ่านมายังจัดเก็บต่ำกว่าเป้าอยู่ 6,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ แผนการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีของกรมสรรพากรถือเป็นแนวทางที่ดี แต่จะทำให้การเก็บภาษีได้เพิ่มมากขึ้นได้ตามเป้าหรือไม่เป็นเรื่องที่ท้าทาย

ประเด็นแรก การเก็บภาษีร้านค้ากลางคืน พบว่า มีร้านจำนวนมากยังไม่ยื่นจดเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งที่มีรายได้หรือรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี หากดึงส่วนนี้เข้ามาในระบบภาษีได้ นอกจากทำให้การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้การเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย

แต่จุดอ่อน คือ การส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปนั่งสวมรอยเป็นลูกค้าอาจจะกลายเป็นช่องโหว่ให้เจ้าหน้าที่กับเจ้าของร้านเจรจาตกลงรับผลประโยชน์ เพื่อแลกกับการไม่ถูกตรวจให้เสียภาษีเพิ่มขึ้น สวนทางกับนโยบายของกรมสรรพากรที่พยายามใช้ระบบไอทีเข้ามาตรวจสอบการเสียภาษีเงิน เพื่อลดการพบปะและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่กับผู้เสียภาษี

ขณะที่เก็บภาษีอี-คอมเมิร์ซนั้น กรมสรรพากรดำเนินการมานานแต่ยังไม่ได้ผล แต่ครั้งนี้กรมสรรพากรแสดงความมั่นใจ เพราะมีการไปซื้อระบบโปรแกรมตรวจจับการเข้าไปใช้เว็บไซต์ที่ซื้อขายออนไลน์ รวมทั้งกรมจะเข้าไปซื้อเพื่อโอนเงินและตรวจสอบรายได้ผ่านบัญชีดังกล่าวว่ามีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ซึ่งน่าจะทำให้กรมขยายฐานภาษีและเก็บภาษีได้ไม่น้อย

แต่ทว่าหากไปดูข้อมูลจะพบว่า ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายที่จะเก็บภาษีอี-คอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีผู้ค้าอี-คอมเมิร์ซประมาณ 5 แสนราย ในจำนวนนี้เป็นรายใหญ่ที่มีการเสียภาษีถูกต้องอยู่แล้ว ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นรายย่อยรายเล็กรายน้อยที่มีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว ก็จะเหลือว่าต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งในทางปฏิบัติต้องบอกว่าการไล่เก็บภาษีรายเล็กรายย่อยดังกล่าวไม่คุ้มค่ากับทรัพยากรต่างๆ ที่ทุ่มลงไป และกรมสรรพากรก็ไม่มีเจ้าหน้าที่มานั่งตรวจเก็บภาษีทุกราย

ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีของกรมสรรพากรนั้น สามารถขยายฐานภาษีได้แต่ไม่สามารถเก็บภาษีได้มาก ส่งผลให้การเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2560 ยังต้องลุ้นว่าจะได้ตามเป้าหมายหรือไม่

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง