posttoday
แดด ลม...พลังงานสะอาด กลับตาลปัตร?

แดด ลม...พลังงานสะอาด กลับตาลปัตร?

15 มีนาคม 2560

โดย...อนิก อัมระนันท์ชีวิตมนุษย์สมัยใหม่อาศัยไฟฟ้ามากจนแทบจะเป็นปัจจัยที่ 5 คนสมัยนี้ ชอบพลังงานสะอาดที่ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างสายลมและแสงแดด ดูเหมือนจะไม่มีต้นทุนเสียด้วยแต่การผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์และกังหันลมต้องใช้อุปกรณ์ซึ่งมีต้นทุนสูงและมี Carbon Footprint บ้าง แม้ราคาได้ลดต่ำลงมากโดยเฉพาะแผงโซลาร์ แต่ “ต้นทุนรวม” ตามที่ผลิตได้จริงโดยทั่วไปยังสูงกว่าโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมที่ใช้เชื้อเพลิง เช่น ก๊าซหรือถ่านหิน ทั้งนี้ยังไม่นับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งขึ้นอยู่กับสมมติฐานการคำนวณที่ผ่านมาหลายประเทศทั่วโลกจึงจ่ายเงินอุดหนุนธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเพื่อให้คุ้มค่าที่จะลงทุน เมื่อเกิดการใช้ในปริมาณมากๆ เทคโนโลยีก็ยิ่งพัฒนา ต้นทุนการผลิตจึงได้ลดลงอย่างต่อเนื่องและลดลงเร็วจนในประเทศไทยช่วงหนึ่งเคยมีผู้ฉวยโอกาสหาผลประโยชน์ จากการขายสิทธิ-สัญญาผลิตที่ได้รับจัดสรรในช่วงต้นทุนสูง หากเริ่มทำช้าต้นทุนลดต่ำก็กำไรมหาศาล มีการขายต่อสัญญาเมกะวัตต์ละเป็นสิบล้านบาทแดด-ลมมีจุดอ่อนที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไฟตกไฟดับระบบไฟฟ้าจึงต้องพึ่งพาการผลิตจาก “โรงไฟฟ้าฐา

โดย...อนิก อัมระนันท์

ชีวิตมนุษย์สมัยใหม่อาศัยไฟฟ้ามากจนแทบจะเป็นปัจจัยที่ 5 คนสมัยนี้ ชอบพลังงานสะอาดที่ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างสายลมและแสงแดด ดูเหมือนจะไม่มีต้นทุนเสียด้วย

แต่การผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์และกังหันลมต้องใช้อุปกรณ์ซึ่งมีต้นทุนสูงและมี Carbon Footprint บ้าง แม้ราคาได้ลดต่ำลงมากโดยเฉพาะแผงโซลาร์ แต่ “ต้นทุนรวม” ตามที่ผลิตได้จริงโดยทั่วไปยังสูงกว่าโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมที่ใช้เชื้อเพลิง เช่น ก๊าซหรือถ่านหิน ทั้งนี้ยังไม่นับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งขึ้นอยู่กับสมมติฐานการคำนวณ

ที่ผ่านมาหลายประเทศทั่วโลกจึงจ่ายเงินอุดหนุนธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเพื่อให้คุ้มค่าที่จะลงทุน เมื่อเกิดการใช้ในปริมาณมากๆ เทคโนโลยีก็ยิ่งพัฒนา ต้นทุนการผลิตจึงได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

และลดลงเร็วจนในประเทศไทยช่วงหนึ่งเคยมีผู้ฉวยโอกาสหาผลประโยชน์ จากการขายสิทธิ-สัญญาผลิตที่ได้รับจัดสรรในช่วงต้นทุนสูง หากเริ่มทำช้าต้นทุนลดต่ำก็กำไรมหาศาล มีการขายต่อสัญญาเมกะวัตต์ละเป็นสิบล้านบาท

แดด-ลมมีจุดอ่อนที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไฟตกไฟดับระบบไฟฟ้าจึงต้องพึ่งพาการผลิตจาก “โรงไฟฟ้าฐาน” มาทดแทนเวลาแดดร่มลมตก (หรือลมแรงเกินไปจนมอเตอร์จะพัง) โรงไฟฟ้าถ่านหิน ก๊าซ นิวเคลียร์ จึงยังคงมีอยู่แม้ในประเทศที่สัดส่วนพลังงาน “สะอาด” สูงก็ตาม...แต่มีแนวโน้มว่าโรงไฟฟ้าฐานจะลดน้อยลง

ด้านสิ่งแวดล้อม โรงที่ใช้เทคโนโลยีเก่าหรือเชื้อเพลิง “สกปรก” ถูกปิดลงเรื่อยๆ กระแสต่อสู้โลกร้อนทำให้รัฐบาลกำหนดเกณฑ์ทางสิ่งแวดล้อมที่สูงขึ้น ประชาชนและฝ่ายการเมืองก็มักรังเกียจพลังงาน “สกปรก”

ด้านเชิงพาณิชย์ ในประเทศที่มีตลาดไฟฟ้า ราคาขายส่งถูกกำหนดโดยพลังแดดพลังลม เพราะมีต้นทุนผันแปรที่ต่ำใกล้ 0 ทำให้ “ค่าไฟฟ้าขายส่ง” ถูกจนโรงไฟฟ้าฐานแข่งขันไม่ได้ โรงเก่าปิดไป แต่โรงใหม่เกิดไม่ได้เพราะไม่มีใครอยากลงทุน

โลกดูสวยด้วยทีท่าว่าเข้าสู่ยุคแห่งพลังงานสะอาด ยั่งยืนเพราะราคาถูกและมีปริมาณไม่จำกัด การแก้จุดอ่อนของพลังแดดพลังลมก็กำลังมาแรง นั่นคือการพัฒนาแบตเตอรี่เพื่อเก็บไฟฟ้าช่วงที่ผลิตได้มากเอาไว้ใช้ช่วงที่ผลิตไม่พอ

แม้ปลายทางจะสดใส แต่ในช่วงเปลี่ยนผ่านหลายประเทศกำลังเจอปัญหา มีเรื่องกลับตาลปัตรเกิดขึ้น

เมื่ออุดหนุนส่งเสริมให้พลังแดดพลังลมมีมากขึ้นๆ กำลังผลิตไฟฟ้าฐานก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ ในเมื่อแบตเตอรี่ยังแพงสำหรับการใช้ในระบบไฟฟ้าสาธารณูปโภค การ “กักเก็บไฟฟ้า” แบบอื่นก็ไม่พอ จึงเกิดความเสี่ยงที่ไฟฟ้าฐานขาดทำให้ไฟตกไฟดับได้

หลายประเทศจึงจำต้องมีการจูงใจให้โรงไฟฟ้าฐานจ่ายไฟฟ้าได้เพียงพอในช่วงแดดร่มลมตก โรงไฟฟ้าฐานที่ยังเหลือมัก “สะอาด” แต่อาจถูกใช้ไปเต็มที่แล้ว เลยต้องมีการมีการจูงใจโรงไฟฟ้าที่ควรจะอยู่ไม่ได้แล้วเพราะ “สกปรก” หรือแพงอย่างเครื่องดีเซล มีการจ่ายเงินอุดหนุนให้คุ้มที่จะผลิตไฟฟ้าขาย

ประเทศเยอรมนี ซึ่งขึ้นชื่อในการอุดหนุนพลังงานหมุนเวียนสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้หลายปี ช่วงหลังกลับมีการจ่ายเงินให้โรงไฟฟ้าลิกไนต์เก็บกำลังผลิตสำรอง ทั้งที่ลิกไนต์ “สกปรก” ควรจ่ายภาษีคาร์บอนจนแข่งขันไม่ได้ เยอรมนีมีลิกไนต์มากที่สุดในโลก เมื่อมีนโยบายล้มเลิกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลังเหตุการณ์ฟุกุชิมะ ลิกไนต์เลยกลับมารุ่งโรจน์ ทำให้เยอรมนีปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น! อนึ่งในปี 2016 ถัวเฉลี่ยแล้วเยอรมนีแดดร่มลมตกมากกว่าในอดีต!

ความตาลปัตร คือ การอุดหนุนพลังงานสะอาดสร้างผลพวงที่ย้อนแย้งวัตถุประสงค์ ทำให้ต้องมีการอุดหนุนพลังงาน “สกปรก” ด้วย

ความตาลปัตรยังมีหลายแง่ เวลาพลังแดด-ลมผลิตได้เยอะทำให้“ค่าไฟฟ้าขายส่ง” ต่ำมากนั้น ปรากฏว่า “ค่าไฟฟ้าขายปลีก” หาได้ต่ำไม่ เพราะต้องรับต้นทุนของการส่งเสริมพลังงานแดด-ลม ไม่ว่าเงินอุดหนุน หรือการพัฒนาสายส่งแบบ Smart Grid รองรับความไม่แน่นอนของพลังแดด-ลม ออสเตรเลียมีแสงอาทิตย์มากรัฐเคยอุดหนุนการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาติดกันถึง 1.5 ล้านครัวเรือน แต่ค่าไฟฟ้าขายปลีกก็ยังสูง

ปัจจุบันออสเตรเลียลดการอุดหนุนพลังแดด-ลมลงแล้ว เช่นเดียวกับจีนและหลายประเทศในยุโรป

ออสเตรเลียประสบปัญหาไฟฟ้าดับถึง  3 ครั้งในชั่วไม่กี่เดือนจนพลังงานกลายเป็นประเด็นการเมือง ครั้งหนึ่งที่สะเทือน 1.7 ล้านคน นายกรัฐมนตรีว่าเป็นเพราะนโยบายสีเขียวที่ผิดพลาดของพรรคตรงข้าม ทำให้พึ่งพาพลังลมมากเกินไป แต่อีกฝ่ายว่าผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าฐานจงใจส่งไฟน้อยในช่วงที่แดดร่มลมตกเพื่อโก่งราคาทำให้ “ค่าไฟฟ้าขายส่ง” สูงมาก!

ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จะต้องมีการพัฒนาระบบใหม่ๆ ในหลายมิติ รวมทั้งสายส่งที่ใช้น้อยลงจากแนวโน้ม Home Hub ต่างๆ ทำให้แพงขึ้นแต่ยังต้องมี

อาจต้องเปลี่ยนกรอบวิธีคิดค่าไฟฟ้าดังเช่นในกิจการโทรคมนาคมที่เปลี่ยนจากคิดค่าโทรศัพท์ทางไกลเป็นวินาที สู่การเหมาจ่ายอินเทอร์เน็ตที่ใช้ได้ตลอดเวลา

ทำอย่างไรให้ทุกคนทุกฝ่ายมีไฟฟ้าใช้อย่างมั่นคงและมีพลังงานสะอาดมากที่สุดด้วย? อาจจะยังไม่มีคำตอบชัด แต่คำตอบที่ถูกสำหรับประเทศไทยน่าจะมากับความโปร่งใสและความพอดีในมาตรการต่างๆ รวมทั้งวิธีส่งเสริมอุดหนุนพลังงานสะอาด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท