posttoday
เฟดติดจรวดขึ้นดอกเบี้ย สหรัฐแกร่ง-โลกฟื้นตัว

เฟดติดจรวดขึ้นดอกเบี้ย สหรัฐแกร่ง-โลกฟื้นตัว

15 มีนาคม 2560

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์นอกเหนือไปจากการตัดสินใจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค.นี้ หลังการประชุมครั้งดังกล่าวจะมีการเปิดเผยผลสำรวจคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาสมาชิกคณะกรรมการการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) หรือที่เรียกว่า “ดอทพล็อต” ด้วยเช่นกันดอทพล็อตในครั้งนี้จะเป็นคำบอกใบ้สำหรับทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตต่อจากคาดการณ์เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหลายฝ่ายต่างคาดการณ์ว่าเฟดจะยิ่งมุ่งขึ้นดอกเบี้ยให้เร็วขึ้นอีก จากสัญญาณที่ผ่านมาของเหล่าสมาชิกเอฟโอเอ็มซี และตัวเลขทางเศรษฐกิจทั้งหลาย ประกอบกับนโยบายที่จะสร้างอัตราเงินเฟ้อที่มากเกินไปของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ในคาดการณ์ครั้งก่อน เอฟโอเอ็มซีคาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยถึง 3 ครั้ง สำหรับปี 2017 ไปอยู่ที่ราว 1.25-1.5% ขณะที่สำหรับปีหน้า เฟดคาดจะขึ้นไปอยู่ที่ 2-2.25% หรือหมายถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% จำนวน 3 ครั้ง และปี 2019 เฟดคาดจะขึ้นไปอยู่ที่ 2.75-3% ซึ่งหมายถึงการขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 2 ครั้งสัญญาณจากสมาชิกเอฟโอเอ็มซีที่ชัดที่สุด คือ ลาเอลเบรนาร์ด กรรมการเฟด ที่เคยกล่าวคัดค้านการขึ้นอัตรา

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

นอกเหนือไปจากการตัดสินใจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค.นี้ หลังการประชุมครั้งดังกล่าวจะมีการเปิดเผยผลสำรวจคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาสมาชิกคณะกรรมการการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) หรือที่เรียกว่า “ดอทพล็อต” ด้วยเช่นกัน

ดอทพล็อตในครั้งนี้จะเป็นคำบอกใบ้สำหรับทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตต่อจากคาดการณ์เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหลายฝ่ายต่างคาดการณ์ว่าเฟดจะยิ่งมุ่งขึ้นดอกเบี้ยให้เร็วขึ้นอีก จากสัญญาณที่ผ่านมาของเหล่าสมาชิกเอฟโอเอ็มซี และตัวเลขทางเศรษฐกิจทั้งหลาย ประกอบกับนโยบายที่จะสร้างอัตราเงินเฟ้อที่มากเกินไปของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

ในคาดการณ์ครั้งก่อน เอฟโอเอ็มซีคาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยถึง 3 ครั้ง สำหรับปี 2017 ไปอยู่ที่ราว 1.25-1.5% ขณะที่สำหรับปีหน้า เฟดคาดจะขึ้นไปอยู่ที่ 2-2.25% หรือหมายถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% จำนวน 3 ครั้ง และปี 2019 เฟดคาดจะขึ้นไปอยู่ที่ 2.75-3% ซึ่งหมายถึงการขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 2 ครั้ง

สัญญาณจากสมาชิกเอฟโอเอ็มซีที่ชัดที่สุด คือ ลาเอลเบรนาร์ด กรรมการเฟด ที่เคยกล่าวคัดค้านการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดมาโดยตลอด หันมาส่งสัญญาณสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยอย่างเต็มตัวเมื่อต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจของสหรัฐมีความแข็งแกร่งมากเพียงพอซึ่งเหมาะสมกับการขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเริ่มลดขนาดงบดุลของเฟดที่มีขนาดใหญ่ถึง 4.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 157 ล้านล้านบาท)

อัตราจ้างงานของสหรัฐปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ มาโดยตลอดตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้ โดยตัวเลขล่าสุดของเดือน ก.พ. ยิ่งเสริมการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดด้วยจำนวนการเพิ่มงานใหม่ 2.35 แสนอัตรา และอัตราการว่างงานที่อยู่ที่เพียง 4.7% ซึ่งอยู่ในช่วงอัตราการจ้างงานสมบูรณ์ ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ของเดือน ม.ค.อยู่ที่ 2.5% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน มากที่สุดตั้งแต่ปี 2012 และมากกว่าเป้าหมายของเฟดที่ 2%

อัตราเงินเฟ้อดังกล่าวยังมาพร้อมกับการใช้นโยบายของทรัมป์ที่มีแนวโน้มก่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่าง มาตรการลดภาษีนิติบุคคล จะส่งผลให้เอกชนมีเงินในมือมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานจนนำไปสู่การจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้นในท้ายที่สุด นอกจากนี้ สหรัฐไม่ใช่ประเทศเดียวที่เริ่มเห็นอัตราเงินเฟ้อขยับขึ้น เช่น ยุโรปและจีนที่เริ่มเห็นอัตราเงินเฟ้อและเศรษฐกิจขยับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

จีนเป็นประเทศที่เป็นตลาดใหญ่สำหรับประเทศอื่นๆ ในเอเชียและตลาดเกิดใหม่ ซึ่งหากจีนแข็งแกร่งก็จะช่วยให้ประเทศอื่นๆ ทำผลงานได้ดีขึ้นตามไปด้วย โดยการนำเข้าของจีนในเดือน ก.พ.ฟื้นตัวแรงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 38.1% มากที่สุดตั้งแต่ปี 2012 แสดงให้เห็นถึงแรงซื้อจากจีนที่ฟื้นตัวขึ้น กลายเป็นการผ่อนคลายความกังวลด้านความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกที่ปูทางให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้น

ทิม ดาย ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐ ศาสตร์จากมหาวิยาลัยโอเรกอน กล่าวว่า เฟดไม่เหลือเวลาสำหรับการอดทนรอมากเช่นช่วงก่อนๆ ที่ผ่านมา เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อกำลังขยับขึ้นเช่นเดียวกับเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น

“นั่นทำให้ดอทขยับเร็วขึ้น” ดาย กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส

นอกจากนี้ การใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินมาเป็นระยะเวลานานจะยิ่งส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของสหรัฐ ด้วยการเปิดช่องให้มีการก่อหนี้เพิ่มขึ้นได้ง่าย โดยหนี้ภาคครัวเรือนสหรัฐอยู่ที่ 12.35 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 432 ล้านล้านบาท) ในไตรมาส 3 ปี 2016 และนับเป็นไตรมาสที่ 9 ที่หนี้ครัวเรือนของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ยังเปิดทางให้ก่อหนี้เพิ่มในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เคยจุดชนวนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 มาแล้ว

อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก พบว่าเฟดจะหลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นและคงคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยเอาไว้เอาไว้เท่าเดิม แม้จะยังคงมีแนวโน้มส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงระหว่างปี 2004-2006 ซึ่งเฟดมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 1% ในปี 2004 เป็น 5.25% ในปี 2006 ส่งผลให้การชำระหนี้ยากลำบากมากยิ่งขึ้น และบรรดาลูกหนี้ซับไพรม์จำนวนมากไม่สามารถชำระเงินกู้หรือรีไฟแนนซ์ได้ จนกลายเป็นการระเบิดของฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดมักทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐดึงดูดเงินทุนมากขึ้นจนกระทั่งแข็งค่าขึ้น โดยแม้จะเหลือช่องให้แข็งค่าขึ้นอีกไม่มากนักจากดัชนีค่าเงินที่ขึ้นไปถึงระดับ 14 ปี ด้วยแรงเสริมจากทรัมป์ และดัชนีดังกล่าวไม่เปลี่ยนแปลงมากนักแม้ตลาดจะแทบฟันธงการขึ้นดอกเบี้ยหลังการประชุมครั้งนี้ไปแล้ว แต่ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย จะส่งผลกระทบต่อภาคเอกชนของสหรัฐ

“เอกชนของเราไม่สามารถแข่งขันกับจีนได้ในตอนนี้ เพราะค่าเงินของเราแข็งค่ามากเกินไป และกำลังฆ่าพวกเรา” ทรัมป์กล่าวขณะให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจต่อค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น

นอกเหนือไปจากสหรัฐแล้ว ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้นยังเป็นเรื่องปวดหัวของบรรดาประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่มีการออกหนี้เป็นสกุลเหรียญสหรัฐ โดยจากข้อมูลของธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศ (บีไอเอส) เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2016 พุ่งขึ้น 40% แตะระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2009 โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ที่เพิ่มขึ้น 73% จนเทียบเท่ากับทั้งปีของปี 2015

หากเศรษฐกิจของต่างชาติได้รับผลกระทบมากเกินไป จะส่งผลให้เฟดต้องเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยไปอีกอย่างเช่นเคยทำมาเมื่อปี 2016 ที่ขึ้นดอกเบี้ยได้เพียงครั้งเดียวจากที่คาดการณ์ไว้ในเดือน ธ.ค. 2015 ถึง 4 ครั้ง และปรับลดคาดการณ์มาโดยตลอดทั้งปีด้วยเหตุผลดังกล่าว

เฟดจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด ต้องจับตาดู “ดอทพล็อต” ที่จะเปิดเผยออกมาหลังการประชุมครั้งนี้ให้ดี

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ