
ชาติอาเซียนลุย RCEP
ประกาศเลิกภาษีสินค้า 90% ใน 15 ปี ด้านอียูฟื้นเอฟทีเอภูมิภาคอาเซียนเดินหน้า RCEP ประกาศจุดยืนเลิกภาษีสินค้าสัดส่วน 90% ใน 15 ปี อียูรื้อฟื้นเจรจาเอฟทีเออาเซียน ครั้งแรกในรอบ 9 ปีนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังการเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ครั้งที่ 23 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงความคืบหน้าการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ความตกลงการค้าเสรีขนาดใหญ่ประกอบด้วย 16 ประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้กำหนดจุดยืนร่วมกันในเรื่องการเปิดตลาดสินค้า โดยจะยกเลิกภาษีสินค้าทั้งหมดสัดส่วน 90% อย่างน้อยภายในระยะเวลา 15 ปีนอกจากนี้ ยังได้ตกลงท่าทีการเจรจาภาคบริการใน RCEP โดยจะจัดทำจำนวนสาขาย่อยเพื่อกำหนดการเปิดตลาด ในส่วนของภาคการลงทุน ได้ตกลงที่จะมีการจัดทำตารางข้อสงวนของการลงทุน เป็นต้น ถือเป็นความคืบหน้าที่อาเซียนได้ตกลงร่วมกันและจะนำไปหารือกับประเทศคู่เจรจาใน RCEP ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสในเดือน มี.ค.นี้ เพื่อผลักดันให้ได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ก่อนน
ประกาศเลิกภาษีสินค้า 90% ใน 15 ปี ด้านอียูฟื้นเอฟทีเอภูมิภาค
อาเซียนเดินหน้า RCEP ประกาศจุดยืนเลิกภาษีสินค้าสัดส่วน 90% ใน 15 ปี อียูรื้อฟื้นเจรจาเอฟทีเออาเซียน ครั้งแรกในรอบ 9 ปี
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังการเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ครั้งที่ 23 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงความคืบหน้าการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ความตกลงการค้าเสรีขนาดใหญ่ประกอบด้วย 16 ประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้กำหนดจุดยืนร่วมกันในเรื่องการเปิดตลาดสินค้า โดยจะยกเลิกภาษีสินค้าทั้งหมดสัดส่วน 90% อย่างน้อยภายในระยะเวลา 15 ปี
นอกจากนี้ ยังได้ตกลงท่าทีการเจรจาภาคบริการใน RCEP โดยจะจัดทำจำนวนสาขาย่อยเพื่อกำหนดการเปิดตลาด ในส่วนของภาคการลงทุน ได้ตกลงที่จะมีการจัดทำตารางข้อสงวนของการลงทุน เป็นต้น ถือเป็นความคืบหน้าที่อาเซียนได้ตกลงร่วมกันและจะนำไปหารือกับประเทศคู่เจรจาใน RCEP ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสในเดือน มี.ค.นี้ เพื่อผลักดันให้ได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ก่อนนำเสนอในการประชุมระดับผู้นำอาเซียนและประเทศคู่เจรจาในเดือน พ.ย.นี้
สำหรับการเจรจารัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-สหภาพยุโรป (AEM-EU) ทั้งสองฝ่ายตกลงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน-สหภาพยุโรป เริ่มหารืออย่างเป็นทางการพร้อมจัดทำร่างกรอบกำหนดตัวแปรสำหรับการเจรจาเอฟทีเออาเซียน-อียู และให้นำมาเสนอระดับรัฐมนตรีในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นเจรจาเอฟทีเอระหว่างกันครั้งแรก หลังจากหยุดชะงักมาตั้งแต่ปี 2552 หรือ 9 ปี
ปัจจุบัน อาเซียนเป็นภูมิภาคที่นักธุรกิจยุโรปให้ความสำคัญ โดยผลสำรวจความเห็นของนักธุรกิจยุโรปที่ทำธุรกิจในอาเซียนปี 2559 สัดส่วน 74% เห็นว่าการลงทุนในอาเซียนมีส่วนสำคัญต่อผลกำไรที่จะเพิ่มขึ้นจากทั่วโลกในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งในปี 2559 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่าสูงถึง 2.08 แสนล้านยูโร และอียูมีมูลค่าการลงทุนโดยตรงในอาเซียนสูงถึง 2.33 หมื่นล้านยูโร ในปี 2558







