posttoday
เกาหลีใต้อุดช่องโหว่ ปิดลูปวิกฤตการเมือง

เกาหลีใต้อุดช่องโหว่ ปิดลูปวิกฤตการเมือง

13 มีนาคม 2560

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้มีคำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ถอดถอนประธานาธิบดี ปาร์กกึนเฮ ออกจากตำแหน่ง จากกรณีใช้อำนาจในทางมิชอบ หลังเผชิญเรื่องอื้อฉาวที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาทางการเมืองครั้งใหญ่ของเกาหลีใต้ และปัญหาดังกล่าวยังพัวพันกับแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหญ่อย่างกลุ่มเครือบริษัทขนาดยักษ์ “แชโบล” ซึ่งผลักดันให้เกาหลีใต้ต้องเดินหน้าอุดช่องว่างเป็นการด่วน เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยขึ้นอีกจากกรณีการถอดถอนปาร์กกึนเฮ ซึ่งกลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกปลดกลางอากาศก่อนหมดสมัยในเดือน ก.พ. 2018 ส่งผลให้ชาวเกาหลีใต้เรียกร้องให้มีการทบทวนรัฐธรรมนูญเป็นการด่วน เนื่องจากรัฐธรรมนูญดังกล่าวเปิดช่องให้ประธานาธิบดีสามารถใช้อำนาจในทางมิชอบได้ เช่น การเป็นผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาปัญหาด้านการแต่งตั้งดังกล่าวเห็นได้ชัดจากกรณีของ อันชองบอม ที่ปรึกษาอาวุโสด้านนโยบายของปาร์กกึนเฮ โดนข้อหาด้านการใช้อำนาจในทางมิชอบและรับสินบน โดย อันชองบอม รับคำสั่งจากปาร์กกึนเฮให้ไปช่วยเหลือกลุ่มแชโบล ซึ่งต่อมากลายเป็นการเรียกรับเงินบริจาคจากบรรดาเอกชนขนาดใหญ่ 16 แห่ง ให้กับมูลนิธิของ ชเว

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้มีคำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ถอดถอนประธานาธิบดี ปาร์กกึนเฮ ออกจากตำแหน่ง จากกรณีใช้อำนาจในทางมิชอบ หลังเผชิญเรื่องอื้อฉาวที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาทางการเมืองครั้งใหญ่ของเกาหลีใต้ และปัญหาดังกล่าวยังพัวพันกับแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหญ่อย่างกลุ่มเครือบริษัทขนาดยักษ์ “แชโบล” ซึ่งผลักดันให้เกาหลีใต้ต้องเดินหน้าอุดช่องว่างเป็นการด่วน เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยขึ้นอีก

จากกรณีการถอดถอนปาร์กกึนเฮ ซึ่งกลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกปลดกลางอากาศก่อนหมดสมัยในเดือน ก.พ. 2018 ส่งผลให้ชาวเกาหลีใต้เรียกร้องให้มีการทบทวนรัฐธรรมนูญเป็นการด่วน เนื่องจากรัฐธรรมนูญดังกล่าวเปิดช่องให้ประธานาธิบดีสามารถใช้อำนาจในทางมิชอบได้ เช่น การเป็นผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา

ปัญหาด้านการแต่งตั้งดังกล่าวเห็นได้ชัดจากกรณีของ อันชองบอม ที่ปรึกษาอาวุโสด้านนโยบายของปาร์กกึนเฮ โดนข้อหาด้านการใช้อำนาจในทางมิชอบและรับสินบน โดย อันชองบอม รับคำสั่งจากปาร์กกึนเฮให้ไปช่วยเหลือกลุ่มแชโบล ซึ่งต่อมากลายเป็นการเรียกรับเงินบริจาคจากบรรดาเอกชนขนาดใหญ่ 16 แห่ง ให้กับมูลนิธิของ ชเวซุนซิล คนสนิทของอดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้

ในบรรดาการรับเงินบริจาคดังกล่าว มีเงินบริจาคจากซัมซุง กรุ๊ป อยู่เกือบ 70 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,450 ล้านบาท) ซึ่งช่วยให้ซัมซุงสามารถควบรวมบริษัทภายในเครืออย่างซัมซุงซีแอนด์ที และเชอิล อินดัสทรีส์ ได้ในปี 2015 โดยการควบรวมดังกล่าวได้รับเสียงต่อต้านอย่างหนาหู เนื่องจากเป็นการลดมูลค่าหุ้นของซัมซุง ซีแอนด์ที และกระทบต่อผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ แต่ทำให้ อีแจยอง รองประธานซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และทายาทรุ่นที่ 3 ของซัมซุงขึ้นสู่อำนาจอย่างราบรื่น

การควบรวมกิจการดังกล่าวสำเร็จด้วยความร่วมมือของกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติเกาหลีใต้ (เอ็นพีเอส) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยกองทุนดังกล่าวนำโดย มุนฮยองโพ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้รับการแต่งตั้งให้นั่งกระทรวงดังกล่าวจากประธานาธิบดีปาร์กกึนเฮ ในปี 2013 แม้จะไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่ง มุนฮยองโพ ถูกจับกุมจากกรณีที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการของซัมซุงในมหากาพย์เรื่องอื้อฉาวของปาร์กกึนเฮเช่นกัน

การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้โดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภานั้น เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการให้อำนาจประธานาธิบดีเกาหลีใต้มากเกินไป โดยนอกจากนี้ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยังมีสิทธิวีโต้กฎหมายต่างๆ

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกที่รัฐสภาเกาหลีใต้จะพยายามผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 1987 มาตั้งแต่ต้นปี 2017 และในบรรดาข้อเสนอยังประกอบไปด้วยความพยายามกระจายอำนาจประธานาธิบดีออกไป และขยายวาระการอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวที่จำกัดเอาไว้แค่ 1 คนต่อ 1 วาระ (5 ปี) และไม่สามารถลงเลือกตั้งได้อีก เนื่องจากที่ผ่านมาเกาหลีใต้ยากจะดำเนินนโยบายหรือปฏิรูปใดๆ ให้มีประสิทธิผลในเวลาแค่ 5 ปี

ในการแก้ไขวาระตำแหน่งประธานาธิบดี หลายฝ่ายเสนอให้วาระแรกสุดหลังจากพ้นปาร์กกึนเฮมีเวลาแค่ 3 ปีเท่านั้น เพื่อให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ตรงกับการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งจะจัดขึ้นทุก 4 ปีพอดี หลังจากนั้นอาจขยายวาระออกไปเป็น 2 วาระ วาระละ 4 ปี หรือวาระละ 6 ปี

ทั้งนี้ กรณีของปาร์กกึนเฮเรื่องแดงออกมาได้ เป็นเพราะความไม่พอใจของบรรดานักศึกษาจากกรณีที่ จองยูรา ลูกสาวของ ชเวซุนซิล และนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ สอบผ่านในวิชาเรียนได้โดยไม่ได้เข้าเรียน นำไปสู่การขุดคุ้ยจากสื่อต่างๆ ก่อนที่ทางการจะรับรู้เรื่องดังกล่าวและลงมือสอบสวน โดยได้ผลลัพธ์เป็นการถอดถอนปาร์กกึนเฮออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 มี.ค. และจะจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ภายใน 60 วัน นับจากวันที่มีคำตัดสิน

มุนแจอิน วัย 64 ปี ตัวแทนจากพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ได้รับผลคะแนนนำในโพลมาเป็นอันดับหนึ่งที่ 32% จากผลสำรวจของแกลลัพโคเรีย โดย มุนแจอิน เคยเป็นตัวแทนลงชิงตำแหน่งกับปาร์กกึนเฮ เมื่อปี 2012 และพ่ายแพ้ไปด้วยคะแนนตามหลังปาร์กกึนเฮ ราว 3%

มุนแจอิน ให้สัญญาว่าจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงจัดการปฏิรูปกลุ่มแชโบล พร้อมกันนี้จะพิจารณาความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือไปทิศทางที่ไม่แข็งกร้าวเท่ากับปาร์กกึนเฮ โดย มุนแจอิน เคยขอให้รัฐบาลทบทวนการติดตั้งขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวอาจไม่ทันการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นภายใน 2 เดือนนี้ โดย มุนแจอิน แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างรีบร้อน และระบุว่าพรรคอื่นๆ ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวอย่างรวดเร็วเพื่อเป็นทางลัดสู่อำนาจ

ไม่ว่าประธานาธิบดีคนใหม่จะเป็นใคร เกาหลีใต้ยังคงต้องรับมือกับความแตกแยกที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และปัญหาเศรษฐกิจต่างๆ ที่กำลังจะรุมเร้าต่อไป ทั้งในด้านหนี้ครัวเรือนที่สูงมากกว่า 1.3 ล้านล้านวอน (ราว 3.9 แสนล้านบาท) ซึ่งจำกัดแรงซื้อของผู้บริโภค และยังเผชิญกับปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างจีนที่ไม่พอใจการติดตั้งขีปนาวุธ THAAD และเริ่มบอยคอตสินค้าเกาหลีใต้ รวมถึงยังคงมีเรื่องต้องทำที่ขาดเสียไม่ได้อย่างการปฏิรูปแชโบล

กลุ่มแชโบลได้รับประโยชน์และการช่วยเหลือจากภาครัฐมาโดยตลอด นับตั้งแต่สมัยของอดีตประธานาธิบดีปาร์กจุงฮี ผู้เปลี่ยนโฉมหน้าของเกาหลีใต้ และพาประเทศพ้นจากความยากจนหลังเผชิญภาวะสงครามมาอย่างยาวนาน ขณะที่ ปาร์กกึนเฮ ผู้เป็นลูกสาว กำลังสร้างจุดเปลี่ยนให้กับเกาหลีใต้อีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท