
แฉรง.อบไม้แพร่สารพิษทำหนุ่มลำปางเป็นมะเร็ง
แพทย์ลำปาง เผย พบสาเหตุแล้วมนุษย์หนอนล้มป่วยโรคประหลาดจนใบหน้าเป็นโพรง เนื่องจากทำงานในโรงงานอบไม้แพร่สารพิษจนเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
แพทย์ลำปาง เผย พบสาเหตุแล้วมนุษย์หนอนล้มป่วยโรคประหลาดจนใบหน้าเป็นโพรง เนื่องจากทำงานในโรงงานอบไม้แพร่สารพิษจนเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
ทพ.หญิงปิยะพร สกุลกรกิจ ทันตแพทย์หญิงชำนาญการศูนย์มะเร็งลำปาง กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังจากเข้าเยี่ยม นายสุข วงค์เขียวแดง ชาวบ้านนางแล ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร ซึ่งล้มป่วยด้วยโรคประหลาดจนมีหนอนออกมาทางใบหน้าว่าจากการสอบประวัติการการป่วยของนายสุข ที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากนายสุข เคยทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูไม้เพื่อการส่งออกรายใหญ่ของจ.ลำปาง ที่ต้องอยู่กับสารเคมีอันตรายเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งทำให้เป็นตัวเร่งทำให้ช่องปากและจมูกเป็นมะเร็ง นอกจากนี้มะเร็งร้ายกัดกินก้อนเนื้อ กระดูกบริเวณใบหน้า เห็นแล้วน่าสลดใจอย่างยิ่ง โดยผู้ป่วยรายนี้ได้ทำงานในแผนกผสมกาว และน้ำยาหัวเชื้อ ซึ่งเป็นสารเคมีอันตรายที่โรงงานดังกล่าวใช้เป็นน้ำยาประสานไม้ ทำให้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย
ทางด้านนายนคร เตปินตา ญาติของนายสุข กล่าวยืนยันว่า ที่ผ่านมานายสุขได้ทำงานที่บริษัทอบไม้หรือแปรรูปไม้ ซึ่งเป็นบริษัทอุตสาหกรรมแปรรูปไม้เพื่อการส่งออกรายใหญ่ของจ.ลำปาง มีคนงานทำงานในโรงงานแห่งนี้จำนวนมาก โดยนายสุขได้ทำงานในแผนกผสมกาวและน้ำยาประสานไม้เป็นเวลานานกว่า 1 ปีก่อนที่เข้าจะล้มป่วยด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนงานคนหนึ่งได้เสียชีวิตกะทันหันด้วยอาการปวดหัวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งทำงานอยู่ในแผนกเดียวกับนายสุข จนล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย สำหรับอ.ห้างฉัตร ถือว่าเป็นอำเภอที่มีโรงงานแปรรูปไม้และทำไม้ประสารจำนวนหลายร้อยแห่ง และแต่ละหลายบริษัทมีคนงานจำนวนมาก
“ผมเคยทำงานอยู่ในบริษัทแห่งนี้มากก่อนพบว่า มีการน้ำยาเคมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลขนาด 50-100 ลิตรที่บรรจุในถังเวลาเปิดออกจะมาจะมีกลิ่นฉุนมากจนน้ำตาไหลกก่อนที่จะเทผสมกับกาวลาเท็กซ์ซึ่งคนงานจะรู้จักกันดีเป็นน้ำยาหัวเชื้อชนิดเข้มข้น ในเต่ละวันจะใช้เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันเหลือคนงานในหมู่บ้านไม่กี่คนที่ยังทำงานให้กับริษัทดังกล่าว รวมทั้งการใช้น้ำยาหัวเชื้อที่ว่านี้กระจายไปทั่วอำเภอห้างฉัตรในอุตสาหกรรมไม้ประสานที่ต้องใช้สารแคมีอันตรายที่ว่านี้ แต่ไม่เห็นหน่วยงานไหนเข้ามาตรวจสอบ” นายนคร กล่าว
ขณะที่นางสุรีรัตน์ วงค์สายใจ พยาบาลชาชีพทำหน้าที่ประชาชาสัมพันธ์ศูนย์มะเร็งลำปาง กล่าวว่า ปัจจุบันยอมรับว่าคนงานในโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งในจ.ลำปาง ยังคงตกอยู่กลุ่มเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดโรคมะเร็งระยะยาวโดยเฉพาระมะเร็งปอด ซึ่งมียอดผู้ป่วยสูงเป็นอันหนึ่งของภาคเหนือ ที่เกิดจากหลายปัจจัยในโรงงานโดยเฉพาะคนงานที่สัมผัสสารเคมี และไม่ปฏิบัติตัวตามหลักวิชาการที่ถูกต้องซึ่งทางศูนย์มะเร็งจะเร่งให้ความรู้แก่คนงานในจังหวัดลำปางในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าวขั้นตอนต่อไป เพราะมะเร็งเป็นภัยมืดใกล้ตัวที่อันตรายมาก







