
พรอนงค์ เพชรล้ำ โปรกอล์ฟเป้าหมายสูง
โปรแหวน “พรอนงค์ เพชรล้ำ” โปรกอล์ฟสาววัย 26 ปี ผู้มีรอยยิ้มสดใสน่ารักเป็นเอกลักษณ์ นอกเหนือจากฝีมืออันลือลั่น
โดย...วารุณี อินวันนา
โปรแหวน “พรอนงค์ เพชรล้ำ” โปรกอล์ฟสาววัย 26 ปี ผู้มีรอยยิ้มสดใสน่ารักเป็นเอกลักษณ์ นอกเหนือจากฝีมืออันลือลั่น จนโปรแหวนเป็นนักกอล์ฟอาชีพอันดับ 44 ของโลก ทำรายได้ 2,834,062 เหรียญสหรัฐ จัดโดย Rolex World Ranking
เธอเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยที่ฝันอยากจะก้าวไปสู่การเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ ก่อนที่จะประสบความสำเร็จทุกวันนี้ พรอนงค์ต้องใช้ความมุมานะอย่างสูงเพื่อที่จะไปสู่เป้าหมาย จนทำให้เธอได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของบริษัท ทิพยประกันชีวิต และได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลวงเงิน 10 ล้านบาท ระหว่างการแข่งขันตลอดปี
เส้นทางนักกอล์ฟของโปรแหวน มีที่มาเหมือนโปรหลายๆ คนที่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว เธอเข้าสู่วงสวิงตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ความสามารถที่โดดเด่นทำให้ได้สร้างผลงานในอันดับต้นๆ ระดับเยาวชนช่วงอายุ 13 ปี อายุ 14 ปี เป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าแข่งขันรายการควีนส์คัพ ชิงถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยทำผลงานอยู่อันดับ 2 ของทีม อายุ 15 คว้าแชมป์ระดับประเทศและได้เทิร์นโปรเป็นปีแรก และเข้าสู่การแข่งขันระดับนักกอล์ฟหญิงโลก หรือ LPGA (Ladies Professional Golf Association) ในวัย 18 ปี
“คุณพ่อเป็นแรงบันดาลใจ ตรงที่สนับสนุนเราทุกอย่าง ไม่ว่ามีการแข่งขันที่ไหนก็จะขับรถพาเราไป ซึ่งแหวนอยู่ต่างจังหวัด คือที่ จ.ชัยภูมิ แต่ต้องไปแข่งขันที่กรุงเทพฯ เพชรบุรี หรือที่ไกลๆ คุณพ่อจะขับรถพาไปตลอด และเริ่มมองเห็นว่าเราทำได้ดี และกีฬากอล์ฟก็สามารถยึดเป็นอาชีพได้ จึงส่งเสริมเราอย่างเต็มที่ พอคุณพ่อเต็มที่ เราก็ทำเต็มที่ด้วย” โปรแหวน กล่าว
กว่าเธอจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เธอบอกว่า คุณพ่อเป็นคนชอบเล่นกีฬากอล์ฟ ก็จะพาลูกๆ ไปเล่นด้วย ช่วงเริ่มต้นคงอยากให้ลูกๆ ได้ออกกำลังกาย 3 คนพี่น้องจึงหันมาเล่นกีฬากอล์ฟ ซึ่งในบ้านมีคุณแม่คนเดียวที่ไม่เล่นกอล์ฟ
ส่วนในบางสนามแข่งขัน เธอที่มีพี่ชาย โปรวาว “พรพงษ์ เพชรล้ำ” เป็นผู้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่มาหลายทัวร์นาเมนต์ เป็นทั้งโค้ช เป็นทั้งแคดดี้ที่คอยแบกถุงกอล์ฟให้
“ช่วงปีแรกๆ ที่เข้ามาเล่นในรายการ LPGA ก็ฝ่าฟันกันมาเยอะ พี่วาวช่วยแหวนอยู่ 3 ปี ที่ไปแบกถุงให้ ทำให้แหวนทำผลงานได้ดีขึ้นทุกปี มีคำแนะนำเรื่องความคิด เรื่องเกมการเล่นในสนาม” เธอกล่าว
เคล็ดลับการประสบความสำเร็จของเธอนั้น พรอนงค์ บอกว่า การทำผลงานให้ได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นผลมาจากการพยายามตั้งเป้าหมายตัวเองให้สูงเข้าไว้ เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ทำให้ได้ตามเป้าหมาย ในอนาคตตั้งเป้าหมายที่จะลงแข่งขันให้ได้ปีละ 28 รายการ หรือ 28 ทัวร์นาเมนต์
สำหรับปี 2560 เพิ่งผ่านการแข่งขันรายการแรก “เพียว ซิลก์ บาฮามาส แอลพีจีเอ คลาสสิก” คว้าอันดับ 5 ร่วม รับเงินรางวัลไป 52,350 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท
“ปี 2560 นี้ได้ตั้งเป้าหมายที่จะคว้าแชมป์แรกในรายการแอลพีจีเอ และต้องการติดอันดับ 1 ใน 20 อันดับแรก ในรายการ มันนีลิสต์ และติดอันดับ 1 ในที่ 20 อันดับแรกของโลก”
พรอนงค์ กล่าวว่า การแข่งขันรายการแรกของปี 2560 เริ่มต้นมาดี ทำให้เพิ่มความมั่นใจให้เราในรายการต่อๆ ไป อยากทำให้ดีให้ได้ต่อเนื่อง ซึ่งการแข่งขันรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ที่จะมีขึ้นในเดือน ก.พ.นี้ ตั้งเป้าหมายที่จะติดอันดับ 10 ให้ได้ เพราะเมื่อปี 2559 ทำอันดับได้ดีที่สุดที่ 11 และค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถทำผลงานได้ดีขึ้น เพราะการเตรียมตัวในปีนี้ค่อนข้างดีขึ้น ทั้งในเรื่องของวงสวิงและความพร้อมของร่างกาย ฝากให้แฟนๆ ร่วมเชียร์นักกอล์ฟไทยด้วย
การเตรียมร่างกายเพื่อรับมือกับรายการแข่งขันที่จะมาตลอดทั้งปีที่ถือว่า หนักมากๆ จึงเริ่มทำร่างกายให้แข็งแรงมาตั้งแต่ปี 2559 เป็นการเตรียมร่างกายสำหรับนักกอล์ฟโดยเฉพาะ เน้นเกี่ยวกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในวงสวิงของกอล์ฟ ซึ่งจะใช้อุปกรณ์ฟิตเนส คือ Medicine Ball หรือ ลูกบอลน้ำหนักทำให้มีกล้ามเนื้อมีแรง และพลังมากขึ้น ร่างกายก็ดีขึ้น ก็พยายามเวิร์กอย่างต่อเนื่อง คิดว่าจะมีประสิทธิภาพในการแข่งขันมากขึ้น
ในการเตรียมร่างกายให้พร้อมและแข็งแรงนั้น จะมีเทรนเนอร์ทั้งชาวไทย และจากสหรัฐอเมริกา ควบคู่กัน ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง/วัน ควบคู่กับการออกกำลังกายแบบยืดกล้ามเนื้อซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญมากสำหรับนักกีฬาที่จะทำให้ไม่ได้รับการบาดเจ็บขณะแข่งขัน
ส่วนการพักผ่อนนั้นแทบไม่มีหากอยู่ในช่วงฤดูกาลแข่งขัน แต่หลังจากจบการแข่งขันจะมีเวลาช่วงสั้นๆ ด้วยการถือโอกาสกลับบ้านที่ประเทศไทย ใช้เวลาทำกิจกรรมกับครอบครัว ไปเที่ยวบ้าง พักการจับไม้กอล์ฟซัก 3-4 วัน เพื่อพักร่างกาย เหมือนรีเฟรชตัวเอง ในการเตรียมรับการแข่งขันอีกรอบ
ขณะที่ช่วงการแข่งขันจะมีโค้ชที่ดูแลเรื่องอารมณ์และจิตใจ ซึ่งจะเน้นเรื่องของความคิดในการแข่งขัน ไม่ให้เกิดความกดดัน เพราะมีผู้ชมอยู่รอบสนาม มีแฟนๆ ที่ชมและคอยเชียร์ ซึ่งคาดหวังผลจากการแข่งขันของเรา แต่เมื่อเข้าสู่สนามแข่งขัน ต้องอยู่กับตัวเอง ฝึกสมาธิให้มากขึ้น อย่าไปยึดติดกับผลงานที่ผ่านมา และก็ยิ้ม
แม้จะประสบความสำเร็จในเส้นทางนักกอล์ฟอาชีพ พรอนงค์ มองว่า ปัจจุบันนักกอล์ฟไทยมีเพิ่มขึ้นมาก รวมถึงรายการแข่งขันใหญ่ๆ ก็มีจำนวนมาก คิดว่าจะมีนักกอล์ฟไทยที่สามารถขึ้นไปเล่นระดับโลกมากขึ้นทุกๆ ปี ซึ่งปี 2560 ก็มีนักกอล์ฟหญิงไทยถึง 9 คน ที่เล่นในระดับแอลพีจีเอระดับโลก ขณะเดียวกัน ตลาดกอล์ฟไทยเติบโตขึ้นมาก ทั้งทัวร์นาเมนต์ สนามกอล์ฟ และเงินรางวัลในการแข่งขันเฉพาะในประเทศไทยก็มีมูลค่าสูงขึ้น
พรอนงค์ ทิ้งท้ายไว้ว่า ปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้เยาวชนไทยก้าวขึ้นสู่ความเป็นมืออาชีพได้ ต้องมีทุนสนับสนุน ถือเป็นความสำคัญอันดับแรกๆ เพราะค่าใช้จ่ายในการพัฒนาฝีมือของกีฬากอล์ฟค่อนข้างสูงมาก ต้องมีการฝึกซ้อมตลอดเวลา เข้าสู่รายการแข่งขันเพื่อพัฒนาฝีมือ ค่าโค้ช ค่าเดินทาง ซึ่งส่วนใหญ่การแข่งขันจะจัดกันที่ต่างประเทศ ผู้สนับสนุนเงินทุน หรือสปอนเซอร์ มีส่วนสำคัญอย่างมากที่สนับสนุนให้นักกีฬาทำตามอย่างที่ฝันโดยไม่ต้องกังวลอะไร







