
ศูนย์ผู้สูงอายุต้นแบบ เตรียมชุมชนรับสังคมวัยชรา
ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ หลายพื้นที่ต่างมีนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว
โดย... ศุภพงษ์ เชาวน์แล่น
ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ หลายพื้นที่ต่างมีนวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว แต่สำหรับ อบต.กุง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ แตกต่างจากที่อื่นตรงที่ได้ออกแบบการบริหารจัดการเรื่องงบประมาณ การเบิกจ่าย ที่ลงตัวระหว่างภาคส่วนของสาธารณสุขกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จนได้มาเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการของเขต 10 ประกอบด้วย 5 จังหวัด เช่น อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร มุกดาหาร
การปรับปรุงพัฒนาต่างๆ ด้วยจุดประสงค์หลักคือ การให้ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จัดทีมดูแลคุณภาพผู้สูงอายุจนมีพัฒนาการดีขึ้น
สุคนธ์ทิพย์ นรสาร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนางานดูแลผู้สูงวัยของชุมชน บอกว่า ได้ผลักดันและรับผิดชอบโครงการดูแลผู้สูงอายุ Long Term Care ของกองทุนหลักประกันสุขภาพ หรือกองทุนสุขภาพตำบล อบต.กุง จนปัจจุบันสามารถยกระดับและกลายเป็นต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุในระยะยาวของ อ.ศิลาลาด
สุคนธ์ทิพย์ บอกว่า โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจาก อบต.กุง และสาธารณสุขอำเภอ มีงบสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จำนวน 2.3 แสนบาท และงบประมาณจัดการในส่วนของอำเภออีกจำนวน 1 แสนบาท เพื่อดูแลผู้สูงอายุจำนวน 46 ราย เริ่มดำเนินโครงการเมื่อเดือน ก.พ. 2559 โดยดึงเอาพยาบาล นักกายภาพ นักวิชาการ เข้าอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ และอบรม “ผู้ดูแลผู้สูงอายุ” ที่นำมาจาก อสม. จิตอาสา เพื่อพัฒนาดูแลผู้สูงอายุ โดยเชิญสมาชิก อบต.กุง ผู้นำชุมชน และ อสม.ในชุมชนตำบลกุง ตลอดจนทุกภาคส่วนในตำบล เพื่อให้รับรู้ว่าเราจะทำกิจกรรมนี้
“เป้าหมายคือผู้สูงอายุที่มีปัญหา เคลื่อนไหวไม่ได้ หรือไม่มีคนดูแล ลักษณะการทำงานจะแบ่งกลุ่มดูแล โดยมอบหมายให้ผู้สูงอายุ 10 คนต่อ 1 ผู้ดูแลที่เราผลิตขึ้น แบ่งทีมผลัดกันดูแลเป็นประจำแต่ละวัน เพื่อดูทั้งเรื่องการทำแผล การทานข้าว ทานยา หรือพลิกตะแคงตัว รวมถึงนำผู้สูงอายุออกมาคุยกับผู้สูงอายุรายอื่นๆ โดยอาจเข็นออกมาอยู่ในชุมชน” สุคนธ์ทิพย์ เล่าถึงการดำเนินกิจกรรมซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น
เมื่อการพัฒนาบุคลากรมีความพร้อมมากขึ้น ก็เข้าสู่ขั้นตอนของการสร้างระบบบริหารจัดการ โดยมีการตั้งศูนย์ผู้สูงอายุขึ้นที่ อบต.กุง บริหารโดยคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้นำชุมชน ผู้สูงอายุ อบต. และผู้ดูแลผู้สูงอายุ ทำงานทั้งหมด 5 วัน แบ่งเวรกันไปดูแลในแต่ละวัน ศูนย์ดังกล่าวจะประชุมทุกวันอังคารและวันศุกร์ เพื่อมาสรุปว่าปัญหาที่พบในสัปดาห์นั้นมีอะไรบ้าง เพื่อวางแผนในสัปดาห์ต่อไป
“ดัชนีชี้วัดจะดูตามเกณฑ์ปฏิบัติ กิจวัตรประจำวัน โดยจะแบ่งผู้สูงอายุเป็น 4 กลุ่ม ตามปัญหาของผู้สูงอายุ ทั้งหมดต้องทำให้คุณภาพชีวิต สภาพร่างกายของผู้สูงอายุแต่ละกลุ่มต้องดีขึ้น เช่น ปัญหาเรื่องข้ออักเสบ แผลกดทับ การใส่สายอาหาร ก็ต้องเอามาวัดด้วยว่าเขาดีขึ้นหรือไม่ รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เข้ามาดูผู้สูงอายุ ตั้งแต่เรื่องญาติที่ต้องเข้าใจและมีความรู้ในการดูแล ซึ่งผลสรุปในภาพรวมจากโครงการนี้ พบว่า กลุ่มผู้สูงอายุหลายคนมีพัฒนาการดีขึ้น และยังสามารถยืดระยะเวลาการเสียชีวิตได้” สุคนธ์ทิพย์ เล่าถึงการทำงานของศูนย์ผู้สูงอายุ
หลักใหญ่ของผลสำเร็จที่กลายเป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่นๆ นั้น สุคนธ์ทิพย์ บอกว่า มาจากการยึดความร่วมมือ ความเชื่อใจ ความสามัคคี โดยโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ ชุมชน ต้องมีส่วนร่วมในการดูแลร่วมกัน







